ชวนออมเงินแบบง่าย ๆ ให้รู้สึกสนุก

ชวนออมเงินแบบง่าย ๆ ให้รู้สึกสนุก

การเก็บเงิน อาจเป็นเรื่องยากสำหรับหลายคนที่มีรายจ่ายจิปาถะรอบตัว บางช่วงก็มีรายจ่ายฉุกเฉินเพิ่มเติมจนรายได้ไม่พอค่าใช้จ่ายหรืออยู่ในภาวะ “ติดลบ” การตั้งหลักเก็บออมเงินอย่างจริงจังหรือตั้งเป้าหมายชัดเจนอาจกลายเป็นเรื่องสร้างความกดดันมากขึ้น แต่หากหันมาใช้กุศโลบายออมเงินแบบสนุก ๆ หรือออมแบบไม่ตั้งใจจริงจัง อาจทำให้มีเงินเก็บง่ายขึ้นได้ ด้วยเทคนิควิธีการเหล่านี้

วิธีออมเงินแบบไม่ตั้งใจ

สร้างโจทย์สนุก ๆ เป็นอุบายให้ตัวเองเก็บเงิน โดยเน้นให้เกิดความรู้สึกท้าทาย เหมือนได้เล่นเกมส์ วิธีการนี้ คล้าย ๆ กับการตั้งกติกาของเด็ก ๆ ในห้องเรียน ที่จะต้องพูดภาษาอังกฤษกันทั้งวัน หากใครเผลอพูดภาษาไทยก็จะต้องหยอดเงินใส่กระปุกเป็นเงินเก็บของส่วนรวม กลยุทธ์แบบนี้ อาจสร้างเป็นเงื่อนไขในชีวิตประจำวัน เช่น หากจ่ายเงินค่าสินค้าหรือบริการในแต่ละครั้งและได้รับเงินทอนกลับมาเป็นธนบัตรฉบับละ 50 บาท จะต้องไม่ใช้ธนบัตรนั้น โดยนำไปเก็บรวมไว้ หรืออาจตั้งกฎเป็นธนบัตรฉบับละ 20 บาท หรือเหรียญ 10 บาทก็ได้ เมื่อเวลาผ่านไปสักช่วงหนึ่ง เช่น 1 ปี ลองนำธนบัตร 50 บาทที่เก็บไว้ทั้งหมดมานับดูก็น่าจะได้เงินมากพอสมควร เป็นเงินเก็บได้แบบสบาย ๆ

เปลี่ยนงานที่ต้องจ้างมาทำเอง หลายคน นิยมส่งเสื้อผ้าไปให้ร้านซักรีดซักหรือรีดให้ เพื่อความสะดวกรวดเร็ว หากเปลี่ยนแนวคิดมาทำงานเหล่านี้ด้วยตนเอง นอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้แล้วยังสามารถสร้างแรงจูงใจในการเก็บเงินให้ตัวเองได้ด้วย โดยการนำเงินที่เคยจ่ายให้กับร้านซักรีดมาเก็บไว้เป็นเงินออม หรือจะให้สนุกมากขึ้นก็ลองนับจำนวนผ้าที่ซักรีดเอง แล้วจ่ายเป็นค่าจ้างให้ตัวเอง เป็นครั้ง ๆ ละเท่ากับที่จ่ายให้กับร้านซักรีด เช่น เสื้อเชิ้ต ที่เคยจ่ายให้ร้านซักรีดตัวละ 25 บาท ก็นำเงินส่วนนี้มาเป็นเงินเก็บของตัวเอง หลังซักรีดเสร็จ จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจทั้งในการทำงานและเก็บเงินไปพร้อมกัน ทั้งนี้สามารถใช้เทคนิควิธีการนี้กับการทำงานอื่น ๆ ที่เคยจ้างทำ เช่น งานบ้านหรือทำสวน เป็นต้น

เปลี่ยนข้าวของที่ไม่ใช้แล้วเป็นเงิน วิธีนี้ทำได้ทั้งการรวบรวมขวดพลาสติกเก่า, กระดาษ หรือขวดแก้ว แยกเป็นหมวดหมู่ให้ชัดเจนก่อนไปขายตามร้านขายของเก่า แม้ว่าจะได้ราคาไม่สูงนัก เนื่องจากร้านจะรับซื้อตามน้ำหนัก แต่ก็ดีกว่าการทิ้งไปเปล่า ๆ เงินที่ได้จากการขายสิ่งของเหล่านี้ ก็สามารถนำมาเป็นเงินเก็บของตัวเองได้โดยไม่ต้องเหนื่อยเพิ่ม แต่หากเป็นของที่ยังใช้ได้ อาจเลือกวิธีการขายมือสองโดยใช้ช่องทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีหลายแหล่งให้ประกาศขายได้ฟรี เช่น Kaidee, Pantipmarket รวมถึง Facebook และ Integra เมื่อขายได้แล้วก็สามารถนำเงินมาเก็บเป็นเงินออมได้เช่นกัน

การออมเงิน แบบไม่จริงจังหรือไม่มีเป้าหมายชัดเจน จะช่วยลดแรงกดดันและทำให้การออมเงินเป็นเรื่องสนุก ทำได้แบบสบาย ๆ ที่สำคัญคือ ทำให้เกิดเป็นนิสัยมัธยัสถ์ได้โดยไม่รู้ตัว

วิธีออมเงินแบบไม่ตั้งใจ

เทคนิคออมเงินสร้างอนาคต อยากมีเลี้ยงชีพต้องอ่าน

ความรู้เรื่อง การออมเงิน เป็นความรู้พื้นฐานที่หลายคนรู้ถึงความสำคัญแต่น้อยคนนักที่จะทำได้ โดยเฉพาะในผู้ที่กำลังมีปัญหาด้านการเงิน เนื่องจากคนส่วนใหญ่มองเห็นปัญหาทางการเงินเป็นสำคัญและเลือกที่จะแก้ปัญหาทางการเงินก่อนการเก็บเงินเสมอ

จริงอยู่ที่การมีเงินแล้วต้องจ่ายคืนให้กับเจ้าหนี้ทั้งหลายที่คอยอยู่จะเป็นเรื่องที่ดี แต่การจ่ายเงินทั้งหมดไปเพื่อจ่ายหนี้กลับยิ่งทำให้รู้สึกแย่มากขึ้น การออมเงินจึงเป็นหนทางที่ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ที่กำลังประสบปัญหาทางการเงินมีความหวังเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างฐานการเงินที่ดีในอนาคตด้วย ซึ่งเทคนิคในการการออมเงินสร้างอนาคต มีวิธีดังนี้

อยากสร้างอนาคต ต้องทำตามนี้

ตั้งงบในการเก็บออม โดยกำหนดเป็นจำนวนที่ไม่ทำให้รู้สึกหนักเกินไป เช่น วันละ 10 บาท หรือ วันละ 20 บาท หรือเดือนละ 10% ของรายได้ เป็นต้น เมื่อกำหนดได้ควรหักเก็บไว้ก่อนใช้จ่ายเสมอ

ตั้งงบประมาณที่ใช้ให้ชัดเจน การตั้งงบประมาณที่ใช้จ่ายในแต่ละวันไว้อย่างชัดเจนช่วยให้เราสามารถควบคุมการใช้เงินได้ดีขึ้น เช่น วันละ 100 บาท, สัปดาห์ละ 500 บาทหรือเดือนละ 3,000 บาท เป็นต้น ทั้งนี้สำหรับผู้ที่กลัวว่าจะเผลอใช้จ่ายเกินความจำเป็น อาจเริ่มที่การพกเงินจำนวนน้อย ๆ ก่อนและไม่กดเงินเพิ่มหากเงินไม่พอ

หักภาษีเงินออมให้กับบัญชีเงินเก็บของตัวเอง ก่อนการใช้จ่ายตามงบที่ตั้งไว้หักภาษีเข้าบัญชี 5% – 10% เช่น กำหนดใช้วันละ 100 บาท หัก 10% เท่ากับ 10 บาท และนำเงิน 10 บาทไปหยอดกระปุก เป็นต้น

บันทึกรายรับ – รายจ่าย อย่างละเอียดจะช่วยให้เห็นการใช้เงินในแต่ละวันชัดเจนมากขึ้น เมื่อเห็นภาพชัดเจนทำให้การตัดค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น

เก็บเงินทอนหยอดกระปุก เงินที่เหลือจากการใช้จ่ายในแต่ละวันสามารถนำมาหยอดกระปุกได้ โดยอาจใช้เทคนิคในการเพิ่มแรงจูงใจ เช่น ออมเพื่อให้ได้ตามราคาของที่อยากได้, ออมไปเที่ยว เป็นต้น ซึ่งเทคนิคนี้จะช่วยให้การออมเงินมีเป้าหมายมากขึ้นและยังทำให้ไม่อยากนำเงินออมหลักมาใช้อีกด้วย

การนำเทคนิคในการออมเงินทั้ง 5 วิธีมาใช้ผสมผสานกันจะทำให้มีเงินออมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากการออมเงิน การลงทุนเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เงินที่เก็บออมสามารถงอกเงยเพิ่มขึ้นได้ เพียงแต่ก่อนการลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดี ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่ประสบปัญหาทางการเงินหรือไม่ก็ตาม การออมเงินยังคงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคนและควรทำให้ติดเป็นนิสัย

อยากสร้างอนาคต ต้องทำตามนี้

เพิ่งเริ่มต้นทำงานควรบริหารการออมเงินอย่างไร

เพิ่งเริ่มต้นทำงานควรบริหารการออมเงินอย่างไร

เมื่อเราทำงานหาเงินด้วยตัวเอง จำเป็นจะต้องมีวิธีการบริหารเงินอย่างเหมาะสมเพื่อจะทำให้สามารถใช้จ่ายได้ในวงเงินที่จำกัด และยังมีเงินเหลือเก็บเพื่อสร้างอนาคตได้อีกด้วย

การออมเงินที่เหมาะสม สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานจะมีวิธีใดบ้าง

1. การแบ่งสัดส่วนเงินอย่างเหมาะสม

ควรที่จะแยกเงินเอาไว้ 1 ใน 3 ส่วน สำหรับการออมโดยเฉพาะ เช่น คุณได้เงินเดือน 15,000 บาท ควรจะมีการเก็บออมอยู่ที่ 5,000 บาท โดยไม่นำเงินส่วนนี้มาใช้จ่ายแต่อย่างใด ส่วนเงินอีก 10,000 บาท เป็นเงินที่คุณควรที่จะจัดสรรให้เพียงพอ ทั้งในเรื่องของค่ากินอยู่ การเดินทาง ส่งให้พ่อแม่ และการทำกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ในชีวิต ซึ่งในช่วงแรกของการทำงาน คุณยังมีเวลาสำหรับการที่จะท่องเที่ยวพักผ่อนทั้งในไทยและต่างประเทศได้

2. การศึกษาด้านการลงทุน

การลงทุนเป็นช่องทางที่ทำให้เงินออมของคุณสามารถงอกเงยขึ้นมาได้ ไม่ใช่เพียงการเก็บเงินไว้ในบัญชีธนาคารเท่านั้น เพราะจะได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ แต่การลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานบริษัทดี หรือกองทุนที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินคอยดูแลบริหารจัดการให้ จะช่วยให้คุณเห็นช่องทางที่จะทำให้เพิ่มค่าตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ย 1% เป็น 10% ต่อปีได้ไม่ยาก

3. ออมในรูปแบบทองคำ

การซื้อทองเก็บไว้เป็นอุปนิสัยของคนที่ขยันและเป็นเศรษฐีในระยะยาวได้ดี ถ้าเรามองย้อนไป จะพบว่าคนรุ่นพ่อแม่เรานิยมซื้อทองเก็บไว้ เพราะเป็นสิ่งของที่มีแต่จะเพิ่มมูลค่ามากขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลา

จากเดิมที่มีทองคำ 1 บาท ซื้อขายกันที่ 5,000 บาท ก็กลายเป็นว่าปัจจุบันทองคำน้ำหนักเท่าเดิม แต่ซื้อขายกันที่ 20,000 บาท ถือว่ามูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว และทำให้คุณใช้จ่ายยากกว่าการถือเงินสดเอาไว้กับตัว นับเป็นช่องทางที่ทำให้คุณสามารถเก็บออมสินทรัพย์เป็นรูปธรรมได้อย่างชัดเจน

4. การออมผ่านการทำธุรกิจ

ในปัจจุบันการทำธุรกิจมีอยู่หลากหลายรูปแบบ ทั้งระบบออนไลน์ที่คุณสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วโลกผ่านทางโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว และระบบที่มีหน้าร้านเช่น ร้านกาแฟ ร้านขายอาหาร ร้านขายเบเกอรี่ ร้านตัดขนสุนัข ฯลฯ

ซึ่งคุณสามารถที่จะเริ่มออมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสานฝันในการทำธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นของตัวเอง โดยคุณจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่มีค่า ควบคู่กับการทำงานประจำได้

จะเห็นได้ว่า การออมเงิน ในรูปแบบของคนรุ่นใหม่ ที่เพิ่งเรียนจบนั้น มีอยู่หลากหลายรูปแบบ เราหวังว่า บทความนี้จะเป็นแนวทางที่ดี เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้กับตัวเองเพื่อให้ประสบความสำเร็จในชีวิตต่อไป

การออมเงินที่เหมาะสม สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน

เทคนิคการออมเงินสำหรับคนที่ใช้เงินเก่ง

วิธีเปลี่ยนนิสัยตัวเองให้เก็บออมเงินได้มากขึ้น

หลังจากทำงานมีเงินเดือนเป็นของตัวเอง หลายคนจะชอบซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยตามต้องการ ทำให้แทบไม่มีเงินเก็บเลย ซึ่งหากเทียบกับคนอื่น ๆ ที่ประหยัดกว่า เขาอาจมีเงินเก็บผ่อนรถหรือบ้านได้แล้ว

วิธีเปลี่ยนนิสัยตัวเองให้เก็บออมเงินได้มากขึ้น

1. เก็บเงินฝากประจำก่อนใช้

ต้องมีเป้าหมายในการเก็บเงิน เช่น 1 ใน 3 ส่วนเข้าบัญชีฝากประจำ 24 เดือน เพื่อได้ดอกเบี้ยสูงและไม่ให้ถอนออกก่อนกำหนด ที่เหลือจึงค่อยนำไปใช้ เทคนิคนี้จะทำให้เพิ่มเงินเก็บได้อย่างมาก ถ้ามีเงินเดือนอยู่ที่ 10,000 บาท การเก็บ 1 ใน 3 ส่วน เท่ากับ การเก็บออมได้ถึง 3,000 บาทต่อเดือน หรือ 1 ปี จะมีเงินเก็บเกือบ 4 หมื่นบาท ยังไม่นับดอกเบี้ยจากธนาคารอีกด้วย

2. พกเงินสดให้น้อยลง

วิธีที่ได้ผลในการแก้ความเคยชินเรื่องการหยิบใช้เงินง่าย ๆ คือ ต้องพกเงินสดกับตัวให้น้อยลง และไม่ใช้บัตรกดเงินต่าง ๆ โดยต้องมีวินัยให้ตัวเองอย่างมาก คำนวณเงินที่ต้องใช้ในแต่ละวันอย่างคร่าว ๆ แยกเงินใส่ซองไว้เป็นรายวัน นำมาใช้วันละซอง หรืออาจจะกำหนดเป็นรายอาทิตย์ก็ได้ ทั้งนี้ ต้องใจแข็งที่จะไม่นำเงินเก็บออมมาใช้ หรือรูดบัตรเครดิตโดยไม่จำเป็นด้วย

3. ยกเลิกการใช้บัตรเครดิต

สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องของหนี้สินจากการรูดบัตรเครดิตบ่อย ๆ ควรที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างจริงจัง โดยการใช้จ่ายรูปแบบเงินสดแทนหรือชำระเงินที่จำเป็นผ่านบัญชีธนาคารตัวเองโดยตรง เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ทั้งนี้ควรสำรวจว่า คุณมีการใช้บัตรเครดิตไปกับสินค้าใดบ้าง ส่วนใหญ่ผู้หญิงมักซื้อเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า จะทำให้คุณเห็นตัวเลขได้ชัดเจนว่าเมื่อเลิกใช้บัตรเครดิตแล้ว จะมีเงินเหลือเก็บได้มากขึ้นถึงเดือนละหลายพันบาท

4. เก็บออมเหรียญและธนบัตรหายาก

หลายคนมักมองข้ามว่าเงินเหรียญบาท เหรียญ 5 เหรียญ 10 บาทไม่มีความหมาย แต่รู้ไหมว่าถ้านำมาหยอดกระปุกทุกวัน สะสมไว้ 1 เดือนคุณอาจจะมีเงินเพิ่มหลายพันบาทเลยทีเดียว นอกจากนี้การเก็บธนบัตรที่หาได้ยาก เช่น ธนบัตร 50 บาท ที่ได้รับเป็นเงินทอนเข้ากระปุกออมสินทุกครั้ง ก็จะทำให้สนุกกับการเก็บเงินมากขึ้น เทคนิคนี้มีคนที่ทำแล้วมีเงินเก็บได้อีกหลายหมื่นบาทต่อปี

จะเห็นได้ว่า เทคนิคในการเก็บออมมีหลายแบบ โดยเฉพาะสำหรับคนที่เคยชินกับการใช้จ่ายแบบอิสระ จะต้องใช้หลายวิธีร่วมกันจึงจะทำให้คุณสามารถตั้งต้นที่จะมีเงินเก็บเป็นของตัวเองได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

เทคนิคการออมเงินสำหรับคนที่ใช้เงินเก่ง

ออมเงินแบบไหนน่าสนใจกว่าฝากธนาคาร

ออมเงินแบบไหนน่าสนใจกว่าฝากธนาคาร

ในปี 2019 มีข่าวทางสื่อต่าง ๆ ที่แสดงตัวเลขสนับสนุนให้ทุกคนสนใจ การออมเงิน มากขึ้น โดยสถาบันทางการเงินต่าง ๆ ได้ออกผลิตภัณฑ์ออกมาให้เลือกตอบโจทย์ความต้องการและความสนใจของผู้คนที่ต่างกัน ซึ่งเราควรศึกษาและเลือกวิธีการเก็บออมที่ได้ผลตอบแทนสูงมากกว่าการฝากเงินกับธนาคารแบบทั่วไป เพื่อให้มีผลตอบแทนสูงเสริมความมั่งคั่งได้ในภาวะเศรษฐกิจผันผวนยุคปัจจุบันและในอนาคต

วิธีการออมที่ดีและน่าสนใจในปี 2019

ซื้อทองคำ

ทองคำนับว่าเป็นสิ่งของที่มีมูลค่าอยู่ในตัว ไม่ว่าจะซื้อเป็นทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณ ก็สามารถที่จะเก็บไว้ขายเอากำไรในระยะยาวได้ เช่น ปัจจุบันซื้อทองคำที่ราคา 25,000 บาท ผ่านไป 2-5 ปี อาจจะมีมูลค่าอยู่ที่ 26,000-27,000 บาท ซึ่งเทียบแล้วเป็นค่าตอบแทนที่สูงกว่าการฝากธนาคารแน่นอน ทั้งนี้ผู้ที่ต้องการความปลอดภัย อาจออมผ่านกองทุนทองคำ ซึ่งสามารถติดตามราคาและซื้อขายได้ง่าย โดยไม่ต้องพกทองคำจริง ๆ ติดตัว

ซื้อกองทุน

ผู้ที่ไม่มีเวลาศึกษาเรื่องการบริหารสินทรัพย์อย่างหุ้นทุน ที่ต้องมีการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการลงทุนอยู่เสมอ แนะนำให้ซื้อเป็นกองทุนรวมที่มีผู้บริหารแบบมืออาชีพ ขอแนะนำผู้สนใจการออมแบบนี้ ทำการทดสอบประเมินการยอมรับความเสี่ยงของแต่ละคนก่อน เพื่อเลือกกองทุนที่เหมาะสมด้วย โดยหากเป็นกองทุนปันผลที่มีคุณภาพสูงจะมีโอกาสได้ผลตอบแทนคิดเป็นเปอร์เซ็นต์มากกว่าการฝากประจำอยู่ที่ 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

ซื้อสลากออมสิน

สลากออมสินนับว่าเป็นวิธีการออมที่คุณได้ลุ้นโชคไปด้วย เพราะจะมีการจับฉลากให้คุณได้รางวัลเหมือนปันผลรายเดือน โดยที่คุณไม่ต้องเสี่ยงกับเงินต้นที่อาจสูญหายอย่างการซื้อหวย หรือลอตเตอรี่ ที่สำคัญ การซื้อสลากออมสินก็เท่ากับเป็นการสร้างเครดิตให้กับตัวเอง หากต้องการที่จะใช้เงินเร่งด่วน เช่น รักษาพยาบาล ซ่อมแซมบ้านหรือรถยนต์ ก็สามารถใช้สลากออมสินในการค้ำประกันกู้ยืมได้ ทำให้ได้เงินจากการกู้ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าสลากอย่างรวดเร็วด้วย

ซื้อหุ้นปันผล

เป็นเทคนิคการออมของคนที่ชอบศึกษาเรื่องหุ้น เพราะหุ้นที่ดีจะมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาที่ผ่านไป ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากธนาคารหลายเท่าตัวเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ก่อนการซื้อหุ้นทุกครั้งก็ควรศึกษาจังหวะของตลาดการลงทุนเพื่อจ่ายในราคาต้นทุนที่น้อยที่สุด

จะเห็นได้ว่า การออมเงินในปี 2019 ต้องคิดทั้งด้านการจำกัดความเสี่ยง เพิ่มปันผลหรือผลตอบแทนในระยะยาว ทั้งหากคุณต้องการกู้ยืมในอนาคต ก็ต้องเลือกวิธีการออมเงินที่เป็นผลดีต่อแผนการเงินในระยะยาวด้วย

วิธีการออมที่ดีและน่าสนใจ

ออมเงินอย่างไรจึงมั่งคั่งได้จริง 2019

ออมเงินอย่างไรจึงมั่งคั่งได้จริง 2019

การออมเงินเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่ทุกคนควรฝึกฝนตั้งแต่อายุน้อย เพื่อให้มีวินัยสร้างความมั่งคั่งทางการเงิน และลดความเสี่ยงต่อในการใช้จ่ายเงินที่เกินตัว เราจึงได้รวบรวมเทคนิคการออมเสริมความมั่งคั่งที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้อย่างได้ผลมาฝากกัน ดังนี้

1. ออมวันนี้เพื่อวันหน้า

การออมเงินเป็นสิ่งที่ต้องใช้ระยะเวลาในการสะสมจึงจะเห็นผลลัพธ์ ว่ามีเงินมากขึ้นในบัญชี มีดอกเบี้ยจากการฝากธนาคาร หรือมีเงินมากพอจนนำไปลงทุนได้ จึงต้องปรับทัศนคติว่าการออมเงินเป็นเรื่องที่ต้องทำเสียแต่วันนี้ เพื่อให้ได้รับประโยชน์ในวันหน้าอย่างเต็มที่

2. เก็บก่อนใช้

ผู้ที่นิยมใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อความสุขในปัจจุบัน เช่น เพื่อการท่องเที่ยว การซื้อสินค้าแฟชั่น ฯลฯ ตั้งแต่วันแรก ๆ ที่เงินเดือนออกจะทำให้เหลือเงินออมน้อยลงหรืออาจจะไม่มีเงินเหลือเก็บ ทำให้อนาคตอยู่บนความเสี่ยง ทางที่ดี ควรเก็บเงินอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ก่อนการใช้จ่าย โดยเก็บในบัญชีฝากประจำหรือซื้อกองทุนแบบปันผลที่จะไม่ทำการขายก่อนเวลา

3. ใช้แอปพลิเคชันวางแผนการออมระยะยาว

แอปพลิเคชันดี ๆ อย่าง financial Calculator จะช่วยในการคำนวณดอกเบี้ยธนาคาร ค่างวดที่ต้องใช้ส่งบ้านและรถ เพื่อวางแผนการเงินรายเดือนได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการวางแผนการออมในวัยเกษียณ ซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการทำงาน

4. การทําบัญชีรายรับรายจ่าย

การทําบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ว่าจะเป็นการจดในสมุดไดอารี่ หรือทำงานผ่านระบบแอปพลิเคชันต่าง ๆ ในมือถือ จะช่วยวิเคราะห์ได้ง่ายว่าคุณเสียค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนไปกับสิ่งใดบ้าง สินค้าประเภทใดที่คุณควรสามารถลดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อชิ้นได้ดีขึ้นได้ เช่น ซื้อเป็นจำนวนแพ็คหลายชิ้น ซึ่งมักมีโปรโมชั่น 2 แถม 1 หรือ 3 แถม 1 ซึ่งหากใช้วิธีชำระผ่านบัตรเครดิตก็จะทำให้ยืดระยะเวลาในการจ่ายเงินออกไป โดยยังได้ของที่จำเป็นมาใช้ในเวลาที่เหมาะสมด้วย

5. เทคนิค DCA หักบัญชีเพื่อออม

การตั้งค่าหักบัญชีธนาคารหักเงินแบบ DCA โดยกำหนดทุกวันจันทร์ครั้งละ 1,000 บาท เพื่อให้ 1 เดือนมีเงินเก็บได้อย่างน้อย 4,000 บาท จะทำให้มีเงินเก็บมากขึ้นหลายหมื่นบาทต่อปี และช่วยให้บริหารค่าใช้จ่ายของตัวเองได้อย่างรัดกุมยิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่าเทคนิคทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมา เป็นช่องทางในการประหยัดเก็บออมเงินเพื่อเสริมสร้างความมั่งคั่งให้แก่ทุกคนได้ เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ที่ช่วยให้ผู้อ่านได้แนวคิดในการปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีความมั่งคั่งทางการเงินอย่างยั่งยืนในระยะยาว

เทคนิคการออมเสริมความมั่งคั่ง

เทคนิคการออมเงินที่เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจ 2019

รวบรวมเทคนิคที่กูรูการเงินได้แนะนำไว้

การออมเงิน ให้ได้มากที่สุด เป็นสิ่งที่จำเป็นในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เนื่องจากทั่วโลกกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจฝืดเคือง จากปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ คือ สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ซึ่งกระทบต่อภาวะการจ้างงานที่ลดลง การลงทุนส่วนใหญ่มีความเสี่ยงสูงและผลตอบแทนน้อยลง ฯลฯ

เราจึงได้รวบรวมเทคนิคที่กูรูการเงินได้แนะนำไว้ เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ เพื่อเพิ่มพูนเงินออมให้มากขึ้น ดังนี้

1. เริ่มจากการเปลี่ยนทัศนคติ

ต้องให้ความสำคัญกับการซื้อสิ่งที่จำเป็นในปัจจุบัน มากกว่าการซื้อเผื่อระยะยาว เช่น ถ้าต้องการซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ เพื่อการติดต่อสื่อสารและขายของออนไลน์ ก็ควรซื้อรุ่นที่ตอบโจทย์ในราคาที่ประหยัดที่สุด ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นที่เกินสเปกมากนัก เนื่องจากโทรศัพท์เป็นอุปกรณ์สื่อสารไอที ที่มีการออกใหม่ปีละหลายรอบ ทำให้ราคาตก เท่ากับทำให้เป็นการซื้อสินค้าแพงกว่าโดยไม่จำเป็น หรืออาจเลือกซื้อโทรศัพท์มือสองแทนมือหนึ่ง ก็จะทำให้มีเงินออมเพิ่มขึ้นหลายพันบาทเลยทีเดียว

2. ลดการใช้สื่อออนไลน์

การเข้าอินเทอร์เน็ตบ่อย ๆ จะทำให้เกิดการเปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนที่อยู่ใน Facebook หรือ Instagram เช่น การดูภาพคนที่มีรถใหม่คันละหลายล้าน มีบ้านหลังใหญ่ ได้ท่องเที่ยวต่างประเทศ ฯลฯ ที่กระตุ้นให้คุณรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อย และอยากจะใช้จ่ายเงินเพื่อสร้างความสุขให้ตัวเองมากยิ่งขึ้น เรียกว่าเป็นศัตรูสำหรับการออมเงินเดือนทีเดียว ทางที่ดีควรลดการใช้สื่อออนไลน์เหล่านี้ เพื่อให้ลดการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น และมุ่งมั่นกับการขยันทำงานและเก็บออมมากกว่าเดิม

3. ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง

ผู้ที่ออมเงินได้มาก ส่วนใหญ่เริ่มจากการการออมเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นประจำทุกวัน ดังนั้น ต้องให้ความสำคัญกับการออมเงินในปัจจุบัน เช่น เมื่อมีเงินเดือนออกจะต้องรีบนำเงิน 25% ไปเก็บในบัญชีที่จะไม่ถอนมาใช้ หรือ ใช้วิธีการหักบัญชีอัตโนมัติทุกวันจันทร์ของสัปดาห์ครั้งละ 500 – 1,000 บาท ก็เป็นเทคนิคการออมแบบสม่ำเสมอ ที่จะทำให้คุณมีวินัยและมีเงินเก็บออมที่เป็นตัวเลขชัดเจนได้

4. มีเป้าหมายในการออมเงิน

การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะทำให้โอกาสประสบความสำเร็จในการออมได้ตามแผนมีสูง เช่น ตั้งใจว่าจะประกอบกิจการของตัวเองในอีก 1 ปี จึงต้องการเก็บเงินออมให้ได้ครบ 200,000 ภายใน 1 ปีนี้ หรือจะนำไปเป็นค่าเทอมเรียนต่อปีการศึกษาหน้า 50,000 บาท ก็จะทำให้มีเป้าหมายในการออมเงินที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

หวังว่า บทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจ ให้ทุกท่านนำเทคนิคที่ได้ไปปรับใช้ เพื่อออมเงินไว้สำรองสำหรับเหตุฉุกเฉิน หรือเพื่อต่อยอดสร้างโอกาสในชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

เทคนิคการออมเงินที่เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจ 2019

เคล็ดลับการออมเงิน มีรายได้น้อยจะเก็บเงินอย่างไร

เคล็ดลับการออมเงิน มีรายได้น้อยจะเก็บเงินอย่างไร

บรรดามนุษย์เงินเดือนและคนหาเช้ากินค่ำยังชีพด้วยเงินเดือนขั้นต่ำที่แทบไม่พอสำหรับค่าครองชีพซึ่งแพงขึ้นทุกวัน รายได้พอใช้แบบเดือนชนเดือนแทบไม่เหลือให้ออมเงินเพื่ออนาคต พอถึงช่วงกลางเดือนเงินเดือนก็แทบจะหมดแล้ว ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลก ทุกคนควรพยายามใช้จ่ายให้น้อยลงและประหยัดมากขึ้น แต่อัตราการออมภาคครัวเรือนในประเทศยังคงลดลงต่อไป มักมีคำถามว่าคนรายได้น้อยจะเก็บเงินอย่างไร

เคล็ดลับการออมสำหรับคนรายได้ต่ำ กุญแจสำคัญคือการเริ่มต้นทำสิ่งต่อไปนี้

กำหนดวงเงินในบัตรเดบิตและบัตรเครดิตของคุณ ช่วยป้องกันการซื้อแบบไม่ได้วางแผน เพราะหากควบคุมการใช้จ่ายด้วยตัวเองไม่ได้และรูดบัตรอย่างไม่ระวัง ก็จะเปิดโอกาสให้เป็นหนี้ได้ง่าย ข้อสำคัญคือชำระเงินให้ตรงตามกำหนดเวลาจะไม่ต้องเสียดอกเบี้ยการผิดนัดชำระ

พยายามลดค่าใช้จ่ายในบ้าน เช่น ปิดไฟ ปิดก๊อกน้ำ ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและถอดปลั๊กทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งานจะลดค่าใช้จ่ายต่อเดือนได้หลายบาท แอร์เก่ากินไฟเก่งควรขยันล้างฝุ่นตัวกรองบ่อย ๆ แนะนำให้ลงทุนซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ที่ประหยัดพลังงานและปิดแอร์ก่อนเลิกใช้ 30 นาทียังมีความเย็นอยู่ช่วยลดค่าไฟระยะยาว จะออมเงินง่ายขึ้น

หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารนอกบ้าน เตรียมอาหารเย็นทุกมื้อที่บ้าน เตรียมอาหารมื้อกลางวันไปกินที่ทำงานด้วยยิ่งช่วยประหยัด ซื้อของสดมาทำกินเองที่บ้านหรือซื้ออาหารลดราคาช่วงใกล้หมดอายุจะประหยัดมากขึ้น

วางแผนก่อนช้อปปิ้ง เขียนรายการสิ่งที่ขาดและต้องการซื้อเท่านั้น เห็นอะไรล่อตาล่อใจอย่าได้วอกแวกเด็ดขาดเพื่อป้องกันเงินรั่วไหลจากการซื้อของโดยไม่วางแผน จดบันทึกรายรับ-รายจ่ายและทำงบประมาณทุกเดือน ในกรณีที่เห็นสินค้าลดราคาให้ซื้อตุนไว้ได้ แต่อย่าลืมคำนวณเวลาให้ดีเพราะของใช้บางอย่างก็มีอายุ เลือกซื้อตุนเฉพาะของที่จำเป็นจริง ๆ เสื้อผ้าใหม่ที่ไม่ยังจำเป็นถึงแม้จะเป็นของลดราคาก็ไม่ควรซื้อ เพราะถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า

ลองใช้สูตรออมเงินแบบ 50-30-20 แบ่งค่าใช้จ่ายเป็น 3 ประเภท ส่วนแรก 50% คือค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิต เช่น ค่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ ค่ารถ ค่าอาหาร ชำระหนี้ ส่วนที่สอง 30% คือค่าใช้จ่ายส่วนตัว ซื้อเสื้อผ้าและสิ่งอื่นที่อยากได้ ส่วนที่สาม 20% คือการออมเงินไว้ใช้ในอนาคต

ตรวจสอบบัญชีธนาคารและการเงินอย่างเคร่งครัด หากมีหนี้สิน ควรชำระหนี้ดอกเบี้ยสูงก่อน อัตราดอกเบี้ยสูงจากสินเชื่อส่วนบุคคลมักจะมีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม รีบชำระหนี้ไม่ให้ดอกเบี้ยสะสมมากขึ้น

ปรับโครงสร้างหนี้ พิจารณาว่าธนาคารใดมีค่าธรรมเนียมต่ำที่สุดและมีสิทธิประโยชน์ให้หรือไม่

มองหางานเสริมรายได้ ทำงานพิเศษในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ อาจไม่สะดวกสบายนักเพราะงานประจำก็เหนื่อยมากอยู่แล้ว แต่ในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้และยังมีพลังในวัยหนุ่มสาว อะไรที่พอทำได้ก็ให้ขยันทำไปก่อน ออมเงินได้มากพอสมควรจะไม่ต้องกังวลกับอนาคตซึ่งอายุมากไม่มีกำลังหารายได้เพิ่มอีกแล้ว

เคล็ดลับการออมเงินให้สำเร็จคือต้องเริ่มต้นเดี๋ยวนี้ มีความขยัน อดทนและมุ่งมั่น มองหาช่องทางประหยัดหลาย ๆ วิธีเพื่อให้ออมเงินพอกินพอใช้ในช่วงบั้นปลายชีวิตซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาว

เคล็ดลับการออมสำหรับคนรายได้ต่ำ

6 วิธีการประหยัดค่าจ่าย ออมเงินง่ายกว่าที่คิด

วิธีการประหยัดค่าจ่าย ออมเงินง่ายกว่าที่คิด

การออมเงินอาจดูเหมือนเรื่องยากสำหรับคนที่มีรายได้ไม่มาก ปกติก็ชักหน้าไม่ถึงหลังแทบทุกเดือนอยู่แล้ว ความจริงมีวิธีลดค่ำใช้จ่ายอยู่หลายวิธีที่คนไม่ค่อยนึกถึง เพียงลดการจ่ายเงินออกไปก็เพิ่มเงินเก็บในแต่ละเดือน วิธีที่คุณสามารถประหยัดเงินได้ง่ายกว่าที่คิด มีดังนี้

1.เลิกยึดติดแบรนด์เนม

เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้าแบรนด์เนม หันมาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพระดับเดียวกันแต่ราคาถูกกว่า การซื้อของแบรนด์เนมอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่โตก็จริง แต่ลองคิดถึงความประหยัดเมื่อซื้อสินค้าในระยะยาว ข้อสำคัญคือพิจารณาคุณภาพควบคู่กับราคา หากกระดาษชำระราคาถูกกว่าเล็กน้อย แต่ต้องใช้ปริมาณเพิ่มขึ้นสองเท่าก็ไม่ช่วยประหยัดเลย สำรวจตลาดบ่อย ๆ จะเห็นว่าสินค้าที่ไม่ใช่แบรนด์เนมมากมายมีคุณสมบัติคล้ายกัน ต่างกันที่ฉลากเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเพื่อซื้อของแบรนด์เนมเลย

2.ช้อปปิ้งหลังเทศกาลหรือวันหยุดสำคัญ

หลังจากวันหยุดสำคัญ ร้านค้าจะย้ายผลิตภัณฑ์ออกจากชั้นวางอย่างรวดเร็ว บางอย่างลดราคาถูกจริง ๆ จะช่วยประหยัดเงินได้มาก ไม่ว่าจะเป็นคริสต์มาส วันปีใหม่ วันแม่ หรือวันหยุดอื่น ๆ รอซื้อของขวัญ ของตกแต่งหรือเครื่องแต่งกายไว้ใช้ในปีหน้า อย่าลืมตรวจสอบวันหมดอายุก่อนที่จะซื้อ สินค้าหลายรายการที่มีอายุการเก็บรักษาเป็นเวลาหลายปี

3.เขียนรายการก่อนซื้อ

หลายคนจดรายการของที่ต้องซื้อเพื่อกันลืม และมักจะหยิบของเกินมาเสมอ ร้านค้ามักจะติดป้ายลดราคาหรือวางอาหารน่ารับประทานไว้ใกล้จุดชำระเงิน ล่อใจให้ซื้อมากกว่าที่วางแผนไว้ ควรยึดมั่นกับรายการที่จดไว้เสมอ ก่อนตัดสินใจซื้อต้องแน่ใจว่าต้องการสิ่งนั้นจริง ๆ คำนึงถึงค่าใช้จ่ายโดยรวมต่อเดือนเมื่อคิดจะซื้อทีวีใหม่ เฟอร์นิเจอร์ใหม่ และเสื้อผ้าจำนวนมาก

4.กินข้าวที่บ้านให้บ่อยขึ้น

การกินข้าวนอกบ้านบางครั้งก็จำเป็น แต่กิจกรรมทางสังคมทุกเดือนสิ้นเปลืองมาก ลองชวนเพื่อนมาที่บ้านทำอาหารอร่อยกินเองทั้งสนุกและราคาถูกกว่ามาก ประหยัดว่ากินในร้านอาหารหรูเพราะไม่ต้องจ่ายเงินค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่ม หากทำอาหารปริมาณมากก็ยังเก็บไว้รับประทานต่อได้ไม่ทิ้งของเหลืออีกด้วยวิธีที่คุณสามารถประหยัดเงินได้ง่าย

5.ปลูกพืชผักกินเอง

ไม่จำเป็นต้องมีสวนหลังบ้านหรือทำฟาร์มเป็นจริงเป็นจัง แค่พื้นที่ระเบียงในอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ วางกระป๋องหรือกระถางปลูกพืชสวนครัวที่ดูแลง่าย เช่น ต้นหอม ผักชี ขึ้นฉ่าย โหระพาใบ สะระแหน่ และมะเขือเทศ ประหยัดเงินซื้อของชำที่ซื้อมาแล้วมักจะใช้ไม่หมด ใช้ไม่ทันก็เน่าเสียก่อน

6.ใช้แอปพลิเคชันประหยัดเงิน

มีแอปพลิเคชันน่าสนใจมากมายช่วยคำนวณรายรับ-รายจ่าย วางแผนออมเงิน หรือตั้งค่าหักเงินออมล่วงหน้าจากบัญชีธนาคารของคุณทุกสัปดาห์ เป็นวิธีประหยัดเงินที่ง่ายที่สุดและตั้งเป้าหมายการออมได้หลายแบบ รวมทั้งติดตามความเคลื่อนไหวของเงินในบัญชีได้สะดวกด้วย แอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อกับบัตรเครดิตจะรู้ว่ารูดบัตรไปเท่าไร จะได้รับสิทธิประโยชน์อะไรบ้างจากแต้มสะสม รู้จักใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์จะเห็นภาพรวมของการใช้จ่ายชัดเจนขึ้น การประหยัดเป็นวินัยทางการเงินที่จะช่วยจัดการการใช้จ่ายอย่างประหยัดและออมเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันละเล็กน้อยจะสะสมเป็นเงินก้อนใหญ่ในระยะยาว

วิธีการออมเงินสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงาน

วิธีการออมเงินสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงาน

การเก็บออมเงินเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่จะทำให้เป็นผู้มั่งคั่งในระยะยาวได้ สำหรับผู้ที่เพิ่งเรียนจบและเป็นน้องใหม่ในที่ทำงาน ควรหาวิธีในการออมเงินที่เหมาะสม กับตนเอง เพื่อช่วยให้ไม่เกิดการใช้จ่ายเกินตัวและทำให้มีเงินสำรองสำหรับการใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นในอนาคตด้วย

ในบทความนี้ เราได้รวบรวมวิธีการออมเงินสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงานมาฝากกันเพื่อให้นำไปปรับใช้ได้ตามความเหมาะสม ดังนี้

1. ให้กำหนดงบประมาณค่าใช้จ่ายแต่ละวัน

เช่น เดือนมกราคม มี 31 วัน ให้คำนวณว่า ในแต่ละวันจะมีงบประมาณใช้จ่ายไม่เกินกี่บาท ให้นำเงินจำนวนนั้นใส่ถุงไว้ ทำเช่นนั้นจนครบทั้ง 31 วัน แล้วนำมาใช้ทีละวันตามแผน วิธีนี้จะช่วยไม่ให้มีการใช้จ่ายเกินจากงบประมาณที่ตั้งไว้ได้เป็นอย่างดี

2. หักส่วนเศษของเงินเดือนเข้าบัญชีเงินออม

นอกจากบัญชีรับเงินเดือนแล้ว ควรเปิดบัญชีสำหรับการเก็บออมเงินด้วย เมื่อเงินเดือนเข้า ให้หักส่วนเศษ ย้ายไปเก็บในบัญชีเงินออม เช่น ปลายเดือนมีเงินเข้าบัญชี 17,500 บาท ก็โอนเงินเศษ 2,500 บาทไปเก็บไว้ในเงินออม ส่วน 15,000 บาทที่เหลือก็นำไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายรายวันตามข้อแรก

3. เก็บเงินตามวันของปีนั้น

เป็นวิธีการง่าย ๆ คือ ใช้หลักการว่าใน 1 ปี มี 365 วัน ให้กำหนดวันที่ 1 มกราคม เป็นวันที่ 1 เก็บเงิน 1 บาท วันที่ 2 มกราคม เป็นวันที่ 2 เก็บ 2 บาท ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆจนถึงสิ้นปีครบ 365 วัน คุณจะมีเงินเก็บประมาณ 7 หมื่นบาทเลยทีเดียวเราได้รวบรวมวิธีการออมเงินสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงานมาฝากกันเ

4. เก็บเศษเหรียญในกระปุกออมสิน

เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้เงินไม่รั่วไหล ซึ่งเงินเหรียญที่สะสมวันละเล็กน้อย เมื่อกระปุกเต็มสามารถนำไปแลกเป็นธนบัตร อาจได้เงินเป็นจำนวนหลายพันบาทเลยทีเดียว

5. การเก็บธนบัตรใหม่

ไม่ว่าจะเป็นการกดเงินจากตู้ atm หรือมีการแลกเงินเป็นธนบัตรใหม่ ก็ช่วยให้จูงใจมากขึ้นในการเก็บไว้เป็นที่ระลึก วิธีนี้ยังเป็นเทคนิคการเก็บธนบัตรสะสมที่เพิ่มมูลค่าตามเวลาได้ด้วย

6. ออมเพื่อสิ่งที่ชอบ

ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวต่างประเทศ การเล่นดนตรี กีฬา ฯลฯ ให้แยกเงินออมออกมาสำหรับสิ่งเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณอยากได้กีตาร์ ก็ควรเก็บเงินออมส่วนหนึ่งเพื่อซื้อกีตาร์ต่างหากจากการเงินออมเพื่ออนาคต

การเก็บออมเงินมีอยู่หลายวิธี ผู้ที่เพิ่งทำงานควรศึกษาวิธีการออมให้หลากหลายและนำมาปรับใช้กับตนเองตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อเป็นการฝึกนิสัยในการออมและการลงทุน ทั้งยังทำให้มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วย