บอกต่อ 7 เทคนิคออมเงินยังไงให้ปลายปีมีเงินเหลือหลักหมื่น!

บอกต่อ 7 เทคนิคออมเงินยังไงให้ปลายปีมีเงินเหลือหลักหมื่น!

ในยุคข้าวยากหมากแพง แถมรายได้ก็น้อยลงจนบางคนชักหน้าไม่ถึงหลังต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ยิ่งใครเป็นหนี้บัตรเครดิตด้วยแล้วยิ่งต้องทำงานใช้หนี้แบบไม่รู้จบ คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องการออมเงิน ดังนั้น วันนี้เราจึงจะมาบอกต่อ 7 เทคนิคออมเงินยังไงให้ปลายปีมีเงินเหลือหลักหมื่น

1.เก็บก่อนจะได้ใช้
ถือเป็นวิธีการพื้นฐานที่สุดของการออมเงินเลยก็ว่าได้ แถมเห็นผลทันตาซะด้วย เพียงแค่เราต้องบังคับตัวเองไม่ให้ไปแตะเงินในส่วนนี้ให้ได้ก็เท่านั้น เช่น เมื่อเงินเดือนออก เราอาจจะแบ่ง 5 – 10% ของเงินเดือนมาเก็บออมไว้ทันทีก่อนที่เราจะเผลอใช้จนหมดเหมือนทุกที และต้องจำไว้ให้ขึ้นใจว่าเงินก้อนนี้คือเงินออมเท่านั้น ห้ามใช้เด็ดขาดหากไม่มีเรื่องคอขาดบาดตายจริง ๆ

2.หัดพกเงินติดตัวเท่าที่จำเป็น
หากเรารู้ตัวว่าเป็นคนมือเติบ ใช้เงินเก่ง เผลอแป๊บ ๆ เงินหมดกระเป๋าอีกแล้ว วิธีแก้ที่ง่ายที่สุดก็คือ การพกเงินให้น้อยลง พกเท่าที่จำเป็นสำหรับการใช้จ่ายรายวันเท่านั้น และที่สำคัญคือต้องคอยเตือนตัวเองว่าเงินก้อนนี้เป็นเงินที่ต้องใช้ทั้งเดือน ไม่ใช่แค่ไม่กี่วัน

3.งดรูดบัตรเครดิต
หลายคนแค่เห็นป้าย ผ่อน 0% ก็มักจะห้ามตัวเองไม่อยู่ เพราะคิดแค่ว่าเป็นการผ่อนยาว ๆ แบบไม่ต้องเสียดอกเบี้ย แต่หากลองนำรายจ่ายแต่ละเดือนที่หมดไปกับการผ่อน 0% ทุกรายการมารวมกัน บางคนก็แทบหงายหลังตกเก้าอี้เพราะไม่เคยรู้ตัวเลยว่ามียอดผ่อน 0% แต่ละเดือนมากมายขนาดนี้ ฉะนั้น ถ้าไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน ก็อย่าปล่อยให้เลข 0% ทำให้เราติดกับดักหนี้จะดีกว่า

4.เก็บธนบัตรใบละ 50 บาท
ถือเป็นวิธีการออมเงินสุดคลาสสิกอีกวิธีหนึ่ง เพราะในชีวิตประจำวันของเรามักไม่ค่อยได้เจอกับแบงก์ 50 บาทเท่าไหร่นัก ฉะนั้น หากเจอแบงก์ 50 บาทเมื่อไหร่ก็ขอให้เก็บกลับบ้านไปสะสมไว้ เมื่อได้ยอดพอสมควรค่อยนำเอาไปฝากธนาคาร ไม่แน่เหมือนกันว่าพอถึงปลายปีแล้วลองเอาแบงก์ 50 ที่เก็บไว้มาลองนับดู เผลอ ๆ เก็บได้หลักหมื่นก็เป็นได้

5.หยอดเศษเหรียญที่เหลือแต่ละวันใส่กระปุก
เรามักถูกสอนมาตั้งแต่เด็กให้รู้จักหยอดกระปุก ซึ่งวิธีการนี้ผู้ใหญ่อย่างเราก็ใช้ได้เหมือนกัน เพียงแค่หากระปุกออมสินสักอันมาวางไว้บริเวณหน้าประตูเข้าบ้าน และพอตกเย็นเลิกงานกลับมาบ้านก็ให้เรารวบรวมเศษเหรียญที่เหลือในวันนั้นหยอดใส่กระปุกไว้ อาจจะวันละบาท 5 – 10 บาท หรือบางวันอาจจะ 10 – 20 บาท ทำแบบนี้ไปจนครบปี โดยห้ามแคะมาใช้ เผลอ ๆ สิ้นปีเราอาจจะมีเงินในกระปุกถึงหลักพันจนถึงหลักหมื่นก็เป็นได้

6.เปิดบัญชีเงินฝากประจำระยะยาว
หากเราใจไม่แข็งพอ ชอบแคะเงินที่ออมไว้มาใช้ทุกที เราอาจต้องใช้ไม้แข็งกับตัวเองด้วยการเปิดบัญชีเงินฝากประจำระยะยาว ซึ่งอาจจะเริ่มที่ 5 ปี แล้วค่อยขยายต่อไป ซึ่งนอกจากจะช่วยรับประกันได้ว่าเราจะมีเงินฝากจำนวนเท่ากันในทุก ๆ เดือนแล้ว เรายังจะได้ดอกเบี้ยตามจำนวนปีที่เราฝากอีกด้วย

7.ลดค่าใช้จ่าย
พูดง่ายแต่ทำยาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้เลยเสียทีเดียว เราอาจจะเริ่มต้นลดค่าใช้จ่ายจากสิ่งเล็ก ๆ เช่น ค่าขนมขบเคี้ยว, ค่าน้ำหวาน, ค่ากาแฟ ฯลฯ หรือหากเป็นไปได้ก็ลดค่าใช้จ่ายจำพวกของฟุ่มเฟือย เช่น สินค้าแบรนด์เนม, แพ็กเกจมือถือรายเดือนโปรฯ แพง ฯลฯ

การออมเงินมีด้วยกันหลากหลายเทคนิคและใครก็สามารถทำได้ แม้จะเป็นคนมีหนี้สินติดตัวก็ตาม ขอเพียงเริ่มลงมือทำจริงจังเท่านั้น

ไอเดีย ฝึกออมเงินสำหรับลูกน้อย

    ไอเดีย ฝึกออมเงินสำหรับลูกน้อย

    การบริหารการเงินส่วนบุคคลเป็นความรู้พื้นฐานที่ครอบครัวยุคใหม่ควรให้ความสำคัญและให้ความรู้เพื่อฝึกทักษะดูแลการเงินตัวเองให้กับลูกน้อย เนื่องจากความรู้ทางการเงินเป็นความรู้ใกล้ตัวที่เจ้าตัวเล็กจะต้องเผชิญกับตัวเองในวันข้างหน้า ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่เริ่มฝึกฝนตั้งแต่เล็ก ๆ จะช่วยให้ลูกน้อยสามารถดูแลการเงินของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    ก่อนที่จะฝึกสอนให้เจ้าตัวเล็กรู้จักเก็บออม คุณพ่อคุณแม่ควรบอกเหตุผลและคุณค่าของเงินให้ลูกน้อยได้ทราบ โดยในช่วงที่เด็กยังเล็ก คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้วิธีบอกกล่าวเป็นคำพูด หรือเล่าเป็นนิทานหรืออ่านหนังสือสอนการเงินสำหรับเด็กที่มีภาพสีประกอบเพื่อให้เด็กเข้าใจง่ายขึ้น นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนเก็บออมเงินควบคู่กับการให้ความรู้ทางการเงินไปพร้อม ๆ กันได้เลย โดยไอเดียในการฝึกออมเงินสำหรับลูกน้อย มีดังนี้

    สอนเก็บเหรียญบาท
    วิธีเก็บออมเงินวิธีนี้เป็นวิธีเริ่มต้นที่สามารถฝึกกับเด็กเล็กได้ดี โดยคุณพ่อคุณแม่เลือกกระปุกออมสินน่ารัก ๆ เอาไว้ให้ลูกและตัวเองคนละ 1 กระปุก เมื่อถึงเวลาเลิกงาน – เลิกเรียน ให้คุณพ่อคุณแม่นำเงินที่เหลือจากการใช้จ่ายประจำวันหยอดใส่กระปุกเป็นตัวอย่างให้เด็ก ๆ ทำตาม เมื่อครบเดือนคุณพ่อคุณแม่สามารถชวนลูกน้อยทำกิจกรรมนับเงินสะสม โดยกำหนดของรางวัลเล็ก ๆ เพื่อเป็นสิ่งจูงใจให้กับเด็ก ๆ เมื่อมีเงินสะสมครบตามจำนวนที่ตั้งเอาไว้ เช่น หากเก็บเงินได้ 20 – 50 บาท จะได้กินไอศรีม, เก็บเงินได้ 51 – 100 บาทจะได้ของเล่นใหม่ เป็นต้น

    สอนเก็บเงินตามราคาของเล่นที่อยากได้
    ในช่วงวัยเด็กเราต่างมีของเล่นที่อยากได้ ดังนั้นเมื่อลูกน้อยร้องขอของเล่นที่อยากได้ คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนให้เด็ก ๆ หัดเก็บค่าขนมจนกว่าจะได้ครบตามราคาของเล่น โดยในช่วงแรกคุณพ่อคุณแม่ออกเงินช่วยเหลือบ้างเล็กน้อยเพื่อให้เด็ก ๆ รู้ว่าการเก็บออมเงินได้ประโยชน์จริง ๆ เช่น ของเล่นราคา 200 บาท คุณพ่อคุณแม่ช่วยเก็บ 50 บาท และให้ลูกน้อยเก็บเงินค่าขนมเองจนกว่าจะครบตามจำนวนที่เหลือ เป็นต้น ซึ่งวิธีนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เด็ก ๆ รู้จักการเก็บออมเพื่อของที่อยากได้เท่านั้น แต่ยังเป็นการฝึกความอดทนและเพิ่มทักษะบริหารเงินของตนเองด้วย

    ให้เงินค่าตอบแทนเมื่อช่วยทำงานบ้าน
    วิธีนี้เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 5 ขวบขึ้นไป เป็นวิธีที่ช่วยให้เด็ก ๆ รู้จักคุณค่าของเงินและสามารถใช้ควบคู่กับ 2 วิธีข้างต้นเป็นอย่างดี โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถกำหนดค่าตอบแทน เช่น ช่วยเก็บจานที่กินเรียบร้อยแล้วจะได้เงินค่าตอบแทน 3 บาท, ช่วยพับผ้าจะได้ 5 บาท หรือช่วยรดน้ำต้นไม้จะได้ 7 บาท เป็นต้น

    การฝึกออมเงินให้กับเด็กตั้งแต่ยังเล็กจะทำให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ถึงความขยัน ความอดทนและคุณค่าของเงินได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเพื่ออนาคตที่สดใสของลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นให้ความรู้แก่ลูกเรื่องการใช้เงินและเก็บออมเงินตั้งแต่เล็ก เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถดูแลการเงินของตัวเองได้อย่างดีในอนาคต

    คู่มือออมเงินเผื่อฉุกเฉินสำหรับสายอาชีพฟรีแลนซ์และค้าขาย

    คู่มือออมเงินเผื่อฉุกเฉินสำหรับสายอาชีพฟรีแลนซ์และค้าขาย

    การออมเงินเผื่อฉุกเฉินเป็นวิธีการลดความเสี่ยงจากวิกฤตสถานการณ์ทางการเงินที่คาดไม่ถึงที่ทุกอาชีพควรให้ความสำคัญ เพราะทำให้เราไม่ต้องกู้ยืมเงินและจ่ายดอกเบี้ยที่สูงเกินความจำเป็น โดยวิธีการคำนวณเงินออมเผื่อฉุกเฉินที่ควรเก็บจะใช้วิธีการนำรายจ่ายจำเป็น เช่น ค่าผ่อนบ้าน, ค่าผ่อนรถ, ค่าบัตรเครดิต, ค่าน้ำ หรือค่าไฟ ฯลฯ มารวมกันเป็นเวลาอย่างน้อย 3 – 6 เดือน

    ตัวอย่าง: รายจ่ายจำเป็นต่อเดือนของนาย ก. ประกอบไปด้วย ค่าผ่อนบ้านเดือนละ 5,000 บาท, ค่าผ่อนรถ 4,000 บาท ค่าใช้จ่ายภายในบ้าน 3,000 บาทและมีค่ากินอยู่เดือนละ 3,000 บาท เมื่อนำมารวมกัน 5,000 + 4,000 + 3,000 + 3,000 เท่ากับว่านายก.มีภาระค่าใช้จ่าย 15,000 บาทต่อเดือน ดังนั้นนายก.ควรมีเงินออมเผื่อฉุกเฉินอย่างน้อย 45,000 – 90,000 บาท

    สำหรับวิธีการเก็บเงินออมเผื่อฉุกเฉินสำหรับอาชีพฟรีแลนซ์และค้าขายที่มีรายได้ไม่แน่นอน มีเทคนิคง่าย ๆ ที่ช่วยให้การออมเงินเป็นเรื่องง่าย ดังนี้

    เก็บออมทันทีเมื่อมีรายได้เข้ามา โดยเก็บเป็นจำนวน 10 – 20 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ เช่น วันนี้นายก.ขายไก่ทอดได้เงิน 3,000 บาท โดยมีต้นทุนในการขายไก่ 1,500 บาท เท่ากับว่าวันนี้นายก.จะมีกำไร 1,500 บาท ดังนั้นนายก.จึงควรเก็บเงินเป็นจำนวน 1,500 x 10% = 150บาท ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยให้นายก.สามารถบริหารจัดการรายรับ – รายจ่ายต่อวันได้ง่ายขึ้นและมีเป็นการฝึกวินัยการเก็บออมที่ดี

    กำหนดค่าใช้จ่ายต่อวัน สำหรับอาชีพฟรีแลนซ์และค้าขายที่มีรายได้ไม่แน่นอนจึงอาจทำให้บางวันมีรายได้สูงและเผลอใช้จ่ายเกินรายได้ก่อให้เกิดปัญหาหนี้ล้นพ้นตัวเกิดขึ้น การกำหนดค่าใช้จ่ายต่อวันและพยายามใช้จ่ายไม่เกินวงเงินที่ตั้งไว้เป็นวิธีที่ช่วยควบคุมรายจ่ายที่ไม่จำเป็นได้ดี

    เก็บเงินทอน เมื่อกำหนดวงเงินที่ใช้จ่ายต่อวันและมีเงินเหลือจากการใช้จ่ายในแต่ละวันให้เก็บเงินทอนเหล่านั้นหยอดกระปุกเอาไว้ ซึ่งเงินส่วนนี้อาจนำไปเก็บสะสมรวมกับกองเงินออมเผื่อฉุกเฉินหรือเก็บไว้เพื่อใช้ในการจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน

    ทำบัญชีรายรับ – รายจ่ายและการออมเงิน การทำบัญชีรายรับ – รายจ่ายและการออมเงินในแต่ละวันจะทำให้ผู้ที่เริ่มฝึกเก็บเงินออมเผื่อฉุกเฉินสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายและมีกำลังใจในการเก็บออมยิ่งขึ้น เนื่องจากเราสามารถเห็นจำนวนเงินออมที่เพิ่มขึ้นในทุก ๆ วันและช่วยเพิ่มความกระตือรือร้นในการเก็บออมเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ไม่ควรนำบัญชีรายรับ – รายจ่ายระหว่างธุรกิจและบัญชีรายรับ – รายจ่ายและการออมเงินส่วนตัวมาปนกัน เพราะทำให้เกิดความสับสนได้

    แม้ว่าอาชีพอาชีพฟรีแลนซ์และค้าขายจะเป็นอาชีพที่มีรายได้ไม่แน่นอนแต่ก็สามารถเก็บออมเงินเผื่อฉุกเฉินเอาไว้ใช้สอยยามจำเป็นง่าย ๆ เพียงนำเทคนิคนี้การเก็บออมเงินไปใช้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

    ออมเงินอย่างไรเพิ่มเงินเก็บได้จริง

    ออมเงินอย่างไรเพิ่มเงินเก็บได้จริง

    การออมเงินเป็นสิ่งจำเป็นที่ทำให้คุณมีหลักประกันด้านหลักทรัพย์ที่มั่นคงในอนาคต เพื่อต่อยอดการทำธุรกิจส่วนตัวหรือเพื่อนำไปใช้ลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างไม่จำกัด

    เรามาดูกันว่า ถ้าคุณต้องการเพิ่มเงินเก็บจะมีเทคนิคการออมวิธีใดบ้างที่ได้ผล

    1.การเก็บเงินเหรียญใส่กระปุกทุกครั้ง
    หากคุณได้รับเงินทอนไม่ว่าจะเป็นจากการซื้อของในร้านสะดวกซื้อ เงินทอนค่าทางด่วน ฯลฯ แนะนำให้คุณใส่กระปุกเก็บเอาไว้แทนที่จะวางไว้กระจัดกระจายที่ต่าง ๆ แล้วนำมานับรวมกันในแต่ละเดือนเพื่อนำไปฝากธนาคาร วิธีนี้จะทำให้คุณมีวินัยในการเก็บเงินจากการเห็นมูลค่าของเงินเหรียญที่ออมวันละเล็กละน้อย ก็กลายเป็นเงินสะสมหลักร้อยหลักพันบาทได้ในเวลาไม่กี่เดือน

    2.ตั้งใจหยอดเงินใส่กระปุกตามจำนวนวันของ 1 ปี
    วิธีการคิด คือ ใน 1 ปี มี 365 วัน ขอให้คุณนับจากวันที่ 1 มกราคมไปจนถึง 31 ธันวาคมเท่ากับมูลค่าเงิน 1 จนถึง 365 บาท และให้หยอดกระปุกเก็บไว้เท่ากับเลขวัน เช่น วันที่ 1 มกราคม ออมเงิน 1 บาท วันที่ 31 มกราคม ออมเท่ากับ 31 บาท และออมเงินวันที่ 31 ธันวาคม เท่ากับ 365 บาท เทคนิคนี้ทำให้คุณไม่รู้สึกว่าการเก็บเงินเป็นภาระ และช่วยให้มีเงินเก็บเพิ่มขึ้น 66,795 บาทต่อปีเลยทีเดียว

    3.จำกัดการใช้เงินรายวัน
    คุณควรแยกเงินใส่ถุงเล็ก ๆ ไว้ เพื่อจำกัดการใช้ในแต่ละวัน เช่น วันละไม่เกิน 200 บาท หากมีเงินเหลือวันนั้น ให้นำเงินเก็บหยอดกระปุกไว้ และใช้เงินวันต่อไปในงบประมาณ 200 บาทเท่าเดิม ยิ่งคุณมีความเคร่งครัดมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเหลือเงินเก็บมากเท่านั้น ในตอนท้ายของแต่ละเดือนก็ให้สรุปตัวเลขและนำเงินไปฝากเข้าบัญชีประจำหรือออมทรัพย์ เป็นเทคนิคที่จะช่วยให้คุณเห็นตัวเลขจากการออมเงินได้อย่างชัดเจนและมีกำลังใจ ในการควบคุมค่าใช้จ่ายตัวเองได้ดียิ่งขึ้นต่อไป

    4.เลิกใช้บัตรเครดิตหากไม่มีวินัยการเงินที่ดี
    การใช้บัตรเครดิตจะทำให้คนจับจ่ายใช้สอยง่ายกว่าปกติ มีการศึกษาวิจัยทางพฤติกรรม พบว่าคนเรามักจะเสียดายเงินหากต้องจ่ายเป็นเงินสดมากกว่าการรูดบัตรเครดิต แปลว่าคุณจะไตร่ตรองหลายรอบก่อนที่จะซื้อสินค้าต่าง ๆ โดยเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าสูงหลักพันหลักหมื่นบาทขึ้นไป หากคุณต้องการเพิ่มเงินออมให้กับตัวเอง ต้องงดใช้บัตรเครดิต เว้นแต่ว่าคุณเป็นคนมีวินัยในการใช้จ่ายสูงและวางแผนรอบคอบทุกครั้งก่อนใช้บัตรเครดิตเสมอ

    การเพิ่มเงินออมเป็นสิ่งที่คุณต้องทำด้วยตัวเอง โดยการมีวินัยในการจับจ่ายใช้สอยที่ประหยัด มีเป้าหมายในการออมเงินที่ชัดเจน เช่น ต้องการมีเงินเก็บ 5 แสนบาทภายในเวลา 2 ปี ต้องการเงินลงทุนธุรกิจ 1 แสนบาทให้ได้ในเวลา 1 ปี ฯลฯ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมุ่งมั่นให้สามารถออมเงินได้มากขึ้นแน่นอน

    เริ่มต้นออมเงิน เพื่อความมั่งคั่ง 2020

    เริ่มต้นออมเงิน เพื่อความมั่งคั่ง 2020

    การออมเงินเป็นสิ่งสำคัญ ที่ทำให้เรามีเงินทุนเพียงพอเพื่อไปประกอบกิจการส่วนตัวในอนาคตได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปกู้เงินจากสถาบันการเงินให้เสียดอกเบี้ย และยังเป็นการสร้างเงินเก็บสะสมสำหรับวัยเกษียณที่มั่งคั่งได้ เรามาดูกันว่าหากคุณต้องการมีเงินออมมากขึ้นเพื่อความมั่งคั่งในอนาคต จะมีเทคนิคอะไรบ้าง

    1.การหักเงินบัญชีอัตโนมัติไปฝากประจำ

    คุณสามารถใช้ระบบอินเทอร์เน็ตแบงกิ้งของธนาคารใดก็ได้ ในการตัดบัญชีเป็นประจำ โดยเลือกวันที่คุณสะดวก เช่น ทุกวันจันทร์ โดยระบบจะตัดเงินเท่ากันทุกสัปดาห์ เป็นเทคนิคที่ดีสำหรับการสร้างวินัยตัวเองให้ควบคุมการใช้จ่ายให้มีเงินเหลือในบัญชีพร้อมตัดไม่ต่ำกว่าระดับขั้นต่ำ เช่น ถ้าตั้งไว้ 1,000 บาท ทุกวันจันทร์ 1 เดือน คุณจะมีเงินเก็บถึง 4,000 บาท แล้ว จะเห็นว่าไม่ใช่เงินน้อยเลย

    2.ฝากเงินเข้าระบบสหกรณ์หรือ กอช.

    สำหรับผู้ที่ทำงานระบบราชการ หรือองค์กรที่สนับสนุนการเก็บออม สามารถสมัครเป็นสมาชิกสหกรณ์ของหน่วยงานได้ เพื่อการฝากเงินอย่างเป็นระบบ โดยจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราสูงกว่าการฝากแบบออมทรัพย์ที่ธนาคารด้วย ส่วนผู้ที่ทำงานค้าขาย บุคคลทั่วไป แนะนำให้สมัครเป็นสมาชิก กอช. หรือ กองทุนการออมแห่งชาติ ซึ่งมีรัฐบาลรองรับ จะได้เงินสะสมแบบสมทบตามหลักเกณฑ์ด้วย ยิ่งออมไวก็ยิ่งมีเงินเก็บมาก หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารทั่วประเทศ

    3.การซื้อกองทุน

    การซื้อกองทุนถือว่าเป็นการออมเงินและลงทุนในเวลาเดียวกัน โดยต้องศึกษากองทุนที่มีคุณค่าทางการตลาดในระยะยาว เพื่อให้เงินของคุณสามารถเพิ่มมูลค่าได้มากกว่าที่ได้รับจากดอกเบี้ยธนาคารหลายเท่าตัว ยกตัวอย่างกองทุนที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เช่น กองทุนปัจจัย 4 กองทุนด้านเทคโนโลยี กองทุนด้านสุขภาพ ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพลเมืองโลกในอนาคตอันใกล้

    4.การออมเงินสดตามจำนวนวัน

    สำหรับคนที่ถนัดการเก็บเงินสด การสะสมเงินเล็กน้อยตามจำนวนวันในแต่ละปี คุณจะได้เงินเก็บเพิ่มต่อปี เกือบ 7 หมื่นบาทเลยทีเดียว โดยหลักการ คือ ให้คุณสะสมเงินหยอดกระปุกออมสินเท่าจำนวนวัน เช่น วันที่ 1 มกราคม เท่ากับ 1 บาท วันที่ 30 มกราคม เท่ากับ 30 บาท นับต่อเนื่องไปจนด้วยครบ 1 ปี เท่ากับ 365 วัน โดยเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ต้องออมเท่ากับ 365 บาท หากทำต่อเนื่อง 10 ปี เท่ากับเงินเกือบ 7 แสนบาท ซึ่งมากเพียงพอสำหรับการนำไปลงทุนทำธุรกิจในอนาคตได้เลย

    การออมเงินเพื่อเสริมสร้างความมั่งคั่งมีหลายรูปแบบ ซึ่งสามารถเลือกแบบที่เหมาะกับตัวเอง หรือจะใช้หลายวิธีร่วมกันก็ได้ เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมให้ทุกท่านนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อทำให้มีเงินเก็บมากขึ้นในอนาคต

    ทำงานเพื่อสร้างเงินเก็บ อายุหลัก 20+ คือจุดเริ่มสำคัญ

    ทำงานเพื่อสร้างเงินเก็บ อายุหลัก 20 คือจุดเริ่มสำคัญ

    การออมเงินเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรฝึกให้มีวินัยตั้งแต่อายุน้อย และอย่างช้าก็ควรจะเริ่มต้นในวัยที่เริ่มทำงานมีเงินเดือนหรือรับค่าจ้างทำงานรายวัน เพราะจะทำให้คุณสามารถสะสมเงินเก็บจนมีเงินหลักล้านได้ในเวลาไม่กี่ปี มาดูกันว่า จะมีเทคนิคอย่างไรในการออมเงินแบบมีประสิทธิภาพที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้

    เก็บเงินก่อนใช้เงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินแนะนำว่า ทุกคนควรเก็บเงินอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์จากรายได้ เพื่อเป็นเงินเก็บระยะยาว แล้วหลังจากนั้น จึงค่อยใช้จ่ายในส่วนที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น

    ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีเงินเดือน 20,000 บาท ต้องเก็บเอาไว้เดือนละ 2,000 บาท ก่อน แล้วจึงแบ่งใช้จ่ายส่วนที่เหลือในวงเงิน 18,000 บาท จะทำให้ในระยะเวลาประมาณ 1 ปี คุณจะมีเงินเก็บถึง 24,000 บาทเลยทีเดียว

    เปิดบัญชีธนาคารต่างหาก การเปิดบัญชีต่างหากเพื่อเก็บเงินออมโดยเฉพาะ เป็นสิ่งที่ดีต่อการสร้างวินัยการออม โดยบัญชีนี้คุณต้องไม่ทำบัตร ATM เพื่อไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและไม่ต้องเผลอไปถอนใช้

    การเลือกเปิดบัญชีแบบฝากประจำ โดยเลือกสาขาที่สะดวกหรือใกล้บ้าน จะทำให้คุณได้รับดอกเบี้ยมากกว่าปกติด้วย ที่สำคัญคือเงินต้นจะไม่เสี่ยงสูญหายจากการนำไปลงทุนอย่างการเล่นหุ้นหรือซื้อกองทุนรวมหุ้น

    เก็บเงินเหรียญลงกระปุกออมสิน กระปุกออมสินยังเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อยู่เสมอ ทำให้คุณเห็นคุณค่าของเหรียญบาท 5 บาท 10 บาท มากขึ้น เช่น เงินทอนจากการซื้อกับข้าว เงินจากค่าทางด่วน ฯลฯ คุณจะมีเงินสะสมเพิ่มเดือนละหลายพันบาทได้ แทนที่จะนำเงินเหรียญไปซื้อของฟุ่มเฟือย เช่น ขนม เครื่องดื่ม และอื่น ๆ

    เก็บธนบัตรที่หายาก ธนบัตรแบบ 50 บาท จะมีการผลิตน้อยกว่าธนบัตร 20 และ 100 บาท ถ้าคุณได้รับเงินทอนเป็นธนบัตร 50 บาท ควรตั้งกฎเกณฑ์ในใจว่าจะไม่นำเงินนี้มาใช้ เคยมีผู้ที่ทำเช่นนี้ เมื่อรวมแล้วใน 1 ปี มานับดู ได้เงินเกือบ 100,000 บาทเลยทีเดียว

    ใช้เท่าไหร่ก็เก็บออมเพิ่มขึ้นเท่านั้น เมื่อคุณอยากซื้อของใช้แบรนด์เนมหรือของที่มีมูลค่าสูง จะต้องตั้งกติกากับตัวเองว่า ถ้าคุณซื้อสิ่งของเหล่านั้นไป คุณจะต้องมีการเก็บเงินเดือนหรือเงินที่ได้จากงานฟรีแลนซ์อย่างน้อยเท่ากับมูลค่าของที่คุณเสียเงินซื้อไป เพื่อให้คุณควบคุมตัวเองไม่ให้ซื้อของใช้ตามแฟชั่นมากเกินไป และยังเป็นการทำให้คุณมีวินัยในตัวเองไม่ผัดวันประกันพรุ่งกับการเก็บออมด้วย

    การเพิ่มเงินออมในช่วงวัยทำงานสามารถทำได้หลายวิธี ขอเพียงคุณมีความตั้งใจและเห็นประโยชน์ของการมีเงินเก็บในอนาคต เพื่อนำไปลงทุนธุรกิจหรือเป็นหลักประกันความมั่นคง ก็จะประสบผลสำเร็จแน่นอน

    เปลี่ยนรายจ่ายเป็นเงินเก็บ ด้วย 3 กลไกป้องกันตัวก่อนใช้เงิน

    เปลี่ยนรายจ่ายเป็นเงินเก็บ ด้วย 3 กลไกป้องกันตัวก่อนใช้เงิน

    คุณเป็นคนชอบช้อปปิ้งหรือเปล่า คุณมีความสุขกับการได้เดินดูของตามห้างสรรพสินค้า ตามตลาดนัด หรือของที่วางขายข้างทางใช่ไหม คุณเป็นคนหนึ่งใช่ไหมที่มักจะซื้อของมาเก็บไว้ที่บ้านเพียงเพราะชอบหรือสะดุดตาเมื่อเห็นครั้งแรก แต่ก็ไม่เคยได้หยิบมาใช้ ต้องเก็บไว้จนเต็มบ้าน ถ้าเรื่องเหล่านี้เป็นคอนเซ็ปต์ประจำตัวคุณ ก็คงจะต้องรีบปรับเปลี่ยน Mindset ให้เร็ว เพราะคุณมีโอกาสจะเก็บเงินออมได้อีกมาก หากสามารถหยุดการใช้จ่ายในเรื่องที่ไม่จำเป็นได้ แล้วหันมาเก็บออมให้มากขึ้น

    สร้างกลไกป้องกันการ “ด่วนซื้อของ”

    เป็นขั้นตอนแรกของการปรับทัศนคติ เพื่อพลิกค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ให้กลายเป็นเงินออมก้อนโต โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

    1. ไม่ซื้อของที่ไม่จำเป็น “ทันที” ที่เห็นหรือรู้สึกว่าชอบ วิธีนี้ใช้ได้ดีกับพวกสินค้าแฟชั่น อาทิ เสื้อผ้า, กระเป๋า และรองเท้า รวมถึงการติดเกมส์หรือเดิมพันตามทีเด็ดบอลจากกูรูต่างๆ การทอดเวลาให้ตัวเองได้คิดทบทวนอย่างรอบคอบก่อนซื้อ เช่น ทบทวนว่าของชิ้นที่กำลังจะซื้อมีความจำเป็นจริง ๆ หรือ และราคาที่จะซื้อนั้นสูงเกินไปหรือไม่ วิธีการยับยั้งชั่งใจก่อนจ่ายเงินนี้ จะช่วยฝึกนิสัยการใช้จ่ายเงินอย่างมีเหตุผล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเก็บออมเงิน
    2. รอช่วงเวลาลดราคา หรือติดป้าย SALE ยิ่งเป็นสินค้าแฟชั่นที่มีการวางขายเป็นรุ่น ๆ หรือเป็นช่วงฤดูกาล ยิ่งมีโอกาสลดราคาได้บ่อย ๆ ในช่วงแรกของการลดราคาอาจเป็นการ SALE เพียงแค่ 10-20 % แต่ยิ่งนานไป ของชิ้นเดิมจะมีโอกาสลดราคาลงได้อีกมาก บางชิ้นอาจลดถึง 70 % ก็เป็นได้ การรอเวลาเพื่อซื้อสินค้าในช่วง SALE นอกจากจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้แล้ว ยังเป็นการฝึกให้ยับยั้งชั่งใจก่อนจ่ายเงิน และช่วยแก้นิสัยชอบซื้อของที่ไม่จำเป็นได้อีกด้วย
    3. เลิกสนใจป้าย SALE จริงอยู่ว่าการรอซื้อสินค้าในช่วงลดราคาหรือติดป้าย SALE จะช่วยประหยัดและทำให้เก็บออมเงินได้มากขึ้น แต่ลองนึกจินตนาการต่อไปว่า หากเราไม่ซื้อของนั้นแม้จะเป็นช่วง SALE เราก็จะไม่ต้องจ่ายเงินเลย

    นำเงินที่ได้จากการตัดใจซื้อของ มาเก็บเป็นเงินออม

    ขั้นตอนนี้เป็นการต่อยอดจากขั้นตอนการยับยั้งชั่งใจ ทุกครั้งที่สามารถหยุดการซื้อของที่ไม่จำเป็นของตัวเองได้ ให้นำเงินที่เกือบจะจ่ายออกไปมาแยกใส่กระเป๋าเก็บไว้ และหากซื้อของชิ้นใดตามราคา SALE ให้นำเงินเท่ากับจำนวนส่วนลดที่ได้ มาเก็บไว้ในกระเป๋าเดียวกัน ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องสนใจเปิดดูเงินในกระเป๋านั้นบ่อย ๆ เมื่อครบ 1 ปี ให้นำเงินออกมานับ แล้วนำไปฝากในธนาคาร ก็จะกลายเป็นเงินออมก้อนใหม่ที่ได้จากการปรับ Mindset เปลี่ยนรายจ่ายที่ไม่จำเป็นให้กลายเป็นเงินออม

    วิธีการเหล่านี้จะสร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวเอง และจะค่อย ๆ เปลี่ยนแนวคิดของคุณ ให้เป็นคนใหม่ที่ชอบการเก็บออมมากกว่าการใช้จ่ายหรือช้อปปิ้งแน่นอน

    วิธีออมเงินง่ายๆ ที่ทำได้จริง อยากรวยต้องอ่าน

    การออมเงิน เป็นเรื่องที่ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง

    การออมเงิน เป็นเรื่องที่ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง เพราะเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับเงิน ๆ ทอง ๆ ซึ่งคนเราต้องมีความรู้เรื่องนี้นับตั้งแต่เริ่มชีวิตการทำงาน หรือสมัยนี้ต้องเริ่มตั้งแต่วัยเด็กกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะสำหรับมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายที่มีรายจ่ายมาก ไม่มีเงินเหลือเก็บ ใช้เงินเดือนชนเดือน แต่อยากเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อให้มีเงินเก็บไว้เพื่ออนาคต เพื่อพร้อมรับมือหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด วันนี้เรา 3 วิธีที่จะช่วยให้คุณเป็นคนใหม่ มีเงินเก็บใน ๆ ทุกเดือนแน่นอน

    นับรวมเงินเก็บเป็นรายจ่ายจำเป็น วิธีแรก ให้เรานับรวมเงินที่ต้องการจะเก็บ ให้เป็นหนึ่งในรายจ่ายจำเป็นในทุก ๆ เดือน และควรแยกรายจ่ายจำเป็นตั้งแต่เงินเดือนออกทันที เช่น

    ตัวอย่างรายจ่ายจำเป็น

    ***** เงินเก็บ (จัดเป็นลำดับแรกของรายการที่ต้องหักออกก่อน)

    ค่าบ้าน/ค่าเช่าหอ รวมค่าน้ำค่าไฟ

    ค่าเดินทาง

    ค่าข้าว

    ค่าของใช้ส่วนตัว เช่น ยา

    ค่าของใช้จำเป็นต่าง ๆ

    ค่าซ่อมแซมสิ่งของ บ้าน รถ

    และเมื่อเราแยกเงินเก็บออกมาแล้ว อาจจะเปิดบัญชีอีกบัญชีขึ้นมาเพื่อเก็บเงินในส่วนนี้ เพื่อไม่ให้สับสนกับเงินในส่วนอื่น ๆ ซึ่งการเก็บเงินวิธีจะทำให้เราใช้จ่ายประหยัดขึ้น และมีเงินเหลือเก็บที่แน่นอน

    ทำบัญชีรายรับรายจ่าย การทำบัญชีรายรับรายจ่าย จะทำให้เรารู้ว่าสมควรใช้เงินเท่าไหร่ เช่น ถ้าวันนี้ใช้เงินมาก พรุ่งนี้อาจจะต้องลดปริมาณการใช้เงินลง และทำให้เราทราบว่ายอดสุทธิมีเท่าไหร่ ทำให้วางแผนการเงินได้ถูกต้อง ซึ่งสามารถทำสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายแบบเดิมก็ได้ หรือในปัจจุบันมีแอปพลิเคชันหลายตัวที่ทำมาเพื่อรองรับการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ซึ่งรองรับทั้ง IOS และ Android เช่น

    แอปพลิเคชัน “มีตังค์” แอปใช้งานง่าย มีให้เพิ่มเติมได้หลายอย่าง เช่น เพิ่มบัญชี เพิ่มรายการรายรับรายจ่ายที่ใช้บ่อย และยังสามารถเลือกเป็นบัตรเครดิต ลงรายการจ่ายและยอดการชำระเงินได้ด้วย

    แอปพลิเคชัน “Expense IQ” ตัวแอปใช้งานง่าย มีการสรุปทั้งแบบกราฟแท่งและกราฟวงกลม เหมาะสำหรับคนชอบดูสรุป

    การเก็บธนบัตรหรือเหรียญแบบต่าง ๆ การเก็บธนบัตรหรือเหรียญแบบต่าง ๆ เช่น การเก็บแบงค์ 50 ทุกครั้งที่ได้รับมา การเก็บแบงค์ร้อยที่เลขลงท้ายด้วย 9 การเก็บแบงค์ใหม่ทุกครั้งที่เจอ การเก็บเงินจำนวนเท่ากับจำนวนที่ซื้อลอตเตอรี่ การเก็บเงินจำนวนเท่ากับที่ช้อปปิ้งไป การเก็บเงินหยอดกระปุกทุกวัน จำนวนเงินตามวันที่ในปฏิทิน เป็นต้น ซึ่งมีวิธีการเก็บหลากหลายวิธีมาก ซึ่งวิธีเหล่านี้ ถ้าเราทำได้ตลอดและทำอย่างมีวินัย ก็จะทำให้มีเงินเก็บได้อย่างที่ต้องการ

    การจะทำตามทั้ง 3 วิธีข้างต้น หรือวิธีอื่น ๆ ในการออมเงินก็ตาม หากจะให้สำเร็จได้ ก็ต้องมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน เพื่อช่วยทำให้มีกำลังใจในการเก็บเงิน และต้องมีวินัยในการออม ซึ่งจะช่วยให้การออมเงินสำเร็จ มีเงินเก็บอย่างแน่นอน

    วิธีออมเงินง่าย ที่ทำได้จริง อยากรวยต้องอ่าน

    เปิดเทคนิค 5 วิธีออมเงินที่มนุษย์เงินเดือนทำได้จริง

    เทคนิคเก็บออมฉบับมนุษย์เงินเดือน

    ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน หลายคนชอบคิดว่า ลำพังแค่ใช้ให้ถึงสิ้นเดือนก็ถือว่าเก่งแล้วในสภาพเศรษฐกิจในยุคข้าวยากหมากแพงอย่างเช่นทุกวันนี้ แต่คุณเชื่อไหมว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือนนี่เองที่โชคดีสุด ๆ เพราะคุณมีรายได้เข้ามาในจำนวนที่แน่นอนทุกเดือน ทำให้จัดการกับบัญชีรายรับรายจ่ายของคุณในแต่ละเดือนได้ง่ายที่สุดแล้ว เผลอ ๆ ถ้าคุณรู้จักเก็บออมมนุษย์เงินเดือน อย่างคุณสามารถมีเงินเก็บไปถึงหลักล้านได้เลยทีเดียว แต่จะไปถึงตรงนั้นได้คุณต้องรู้วิธีการเก็บออมก่อน มาดู 5 เทคนิควิธีเก็บออมที่มนุษย์เงินเดือนแบบคุณทำได้จริง! สามารถทำให้คุณมีเงินล้านได้จริง ๆ กัน

    เทคนิคเก็บออมฉบับมนุษย์เงินเดือน

    หักเงินเดือนไว้ 10 % ทุกเดือน

    วิธีนี้ฟังดูเหมือนจะโหดไปนิด สำหรับคนที่มีเงินเดือนน้อยแต่ภาระมาก แต่คุณเชื่อเถอะว่าถึงคุณหักเงินเดือนตัวคุณเอง 10 % สำหรับออมทุกเดือนคุณก็ยังไม่เดือดร้อนหรือขัดสนจนทำให้ชีวิตคุณลำบากมากไปกว่าเดิมนักหรอก ทำเป็นลืม ๆ มันไป พอครบปีคุณลองดูเงินที่คุณหักไว้ มันจะกลายเป็นเงินก้อนใหญ่จนคุณต้องรู้สึกประหลาดใจอย่างแน่นอน สำหรับคนที่มีเงินเดือนสูงก็สามารถหักเก็บออมมากกว่านี้ได้ คิดง่าย ๆ ว่าออมมากก็มีมาก

    หักส่วนที่เป็นเศษเก็บไว้ออมทุกเดือน

    ส่วนที่เป็นเศษเช่น เงินเดือน 21,980 บาท พอเงินเดือนออกก็หักเก็บออมทันที 980 บาท หรือจะหักเก็บส่วนที่เกิน 20,000 บาท เก็บไว้ทุกเดือนก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการจัดการภาระและค่าใช้จ่ายของแต่ละคนไป ไม่ว่าจะหักเศษมากหรือน้อยก็เป็นเงินก้อนใหญ่ได้ ถ้าเก็บน้อยก็ใช้เวลานานหน่อยกว่าจะได้มาก หรือเก็บเงินเดือนส่วนที่ได้รับการปรับขั้นเงินเดือนของแต่ละปีไว้โดยไม่เอามาใช้จ่าย แบบนี้ก็ช่วยให้มีเงินเก็บได้ทั้งปีไม่น้อยเช่นกัน

    เก็บแบงค์ใหม่

    เทคนิคนี้ทำให้หลายคนมีเงินก้อนจนสามารถทำตามความฝันของตัวเองสำเร็จมานักต่อนักแล้วกับการเก็บแบงค์ใหม่ ทุกชนิดตั้งแต่แบงค์ 20 ไปจนถึงแบงค์ 1000 เทคนิคนี้คุณอาจจะต้องลุ้นหน่อยเพราะบางเดือนเจอแบงค์ใหม่เยอะมากจนทำให้งบประมาณเดือนนั้นคุณร่อยหรอลง คือเงินเก็บมากก็ดีใจ แต่เงินใช้ระหว่างเดือนก็ลดลง บางคนก็สนุกไปกับการหาวิธีจัดการที่จะบริหารเงินให้ถึงสิ้นเดือน แต่ใครที่ยังบริหารเงินไม่เก่งก็เก็บเอาที่ไหว อย่ากดดันตัวเองมากไปจนรู้สึกไม่สนุกกับการเก็บออมล่ะ

    บังคับตัวเองหยอดกระปุกทุกวัน

    การออมคือการสร้างวินัยให้ตัวเอง ใครที่คิดว่าภาระหนักมากจนเก็บเงินวิธีอื่นไม่ได้เลยการบังคับตัวเองให้หยอดกระปุกในจำนวนเท่ากันทุกวัน จะช่วยให้คุณมีเงินเก็บได้เป็นกอบเป็นกำอย่างไม่น่าเชื่อ แต่วิธีนี้ต้องสัญญากับตัวเองว่าไม่แอบแคะออกมาใช้ก่อนกระปุกเต็มหรือก่อนถึงเวลาที่ครบกำหนด ลองดูหยอดทุกวันใน 1 ปีคุณจะมีเงินเก็บเท่าไหร่ รับรองว่ามากจนคุณต้องตาโตอย่างแน่นอน

    บังคับตัวเองให้ใช้เงินไม่เกินจำนวนที่ตั้งไว้ในแต่ละวัน

    เทคนิคนี้อาจจะดูเข้มงวดไปสักหน่อย คือการตั้งงบค่าใช้จ่ายให้ตัวเองไว้ในแต่ละวันไม่เกินวันละจำนวนเท่านั้นเท่านี้ โดยการใส่เงินไว้เป็นถุง ๆ แยกเป็นวัน ๆ ไว้ หากวันไหนใช้ไม่หมดก็เอาเงินส่วนที่เหลือหยอดกระปุกไป ใช้เกินก็ไม่มีเติม วิธีนี้ถ้าทำได้แสดงว่าคุณเป็นคนที่มีจิตใจที่แน่วแน่และเด็ดเดี่ยวเอามาก ๆ

    ทุกเทคนิคในการเก็บออม ไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีการไหนก็ทำให้คุณมีเงินเก็บได้ เพียงแค่เราเลือกให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเราเอง มองให้เป็นเรื่องท้าทาย แล้วคุณจะสนุกไปกับการออม อย่าลืมว่าออมมากเท่าไหร่ บั้นปลายชีวิตของคุณก็จะสุขสบายได้มากเท่านั้น

    เปิดเทคนิค 5 วิธีออมเงินที่มนุษย์เงินเดือนทำได้จริง

    ชวนออมเงินแบบง่าย ๆ ให้รู้สึกสนุก

    ชวนออมเงินแบบง่าย ๆ ให้รู้สึกสนุก

    การเก็บเงิน อาจเป็นเรื่องยากสำหรับหลายคนที่มีรายจ่ายจิปาถะรอบตัว บางช่วงก็มีรายจ่ายฉุกเฉินเพิ่มเติมจนรายได้ไม่พอค่าใช้จ่ายหรืออยู่ในภาวะ “ติดลบ” การตั้งหลักเก็บออมเงินอย่างจริงจังหรือตั้งเป้าหมายชัดเจนอาจกลายเป็นเรื่องสร้างความกดดันมากขึ้น แต่หากหันมาใช้กุศโลบายออมเงินแบบสนุก ๆ หรือออมแบบไม่ตั้งใจจริงจัง อาจทำให้มีเงินเก็บง่ายขึ้นได้ ด้วยเทคนิควิธีการเหล่านี้

    วิธีออมเงินแบบไม่ตั้งใจ

    สร้างโจทย์สนุก ๆ เป็นอุบายให้ตัวเองเก็บเงิน โดยเน้นให้เกิดความรู้สึกท้าทาย เหมือนได้เล่นเกมส์ วิธีการนี้ คล้าย ๆ กับการตั้งกติกาของเด็ก ๆ ในห้องเรียน ที่จะต้องพูดภาษาอังกฤษกันทั้งวัน หากใครเผลอพูดภาษาไทยก็จะต้องหยอดเงินใส่กระปุกเป็นเงินเก็บของส่วนรวม กลยุทธ์แบบนี้ อาจสร้างเป็นเงื่อนไขในชีวิตประจำวัน เช่น หากจ่ายเงินค่าสินค้าหรือบริการในแต่ละครั้งและได้รับเงินทอนกลับมาเป็นธนบัตรฉบับละ 50 บาท จะต้องไม่ใช้ธนบัตรนั้น โดยนำไปเก็บรวมไว้ หรืออาจตั้งกฎเป็นธนบัตรฉบับละ 20 บาท หรือเหรียญ 10 บาทก็ได้ เมื่อเวลาผ่านไปสักช่วงหนึ่ง เช่น 1 ปี ลองนำธนบัตร 50 บาทที่เก็บไว้ทั้งหมดมานับดูก็น่าจะได้เงินมากพอสมควร เป็นเงินเก็บได้แบบสบาย ๆ

    เปลี่ยนงานที่ต้องจ้างมาทำเอง หลายคน นิยมส่งเสื้อผ้าไปให้ร้านซักรีดซักหรือรีดให้ เพื่อความสะดวกรวดเร็ว หากเปลี่ยนแนวคิดมาทำงานเหล่านี้ด้วยตนเอง นอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้แล้วยังสามารถสร้างแรงจูงใจในการเก็บเงินให้ตัวเองได้ด้วย โดยการนำเงินที่เคยจ่ายให้กับร้านซักรีดมาเก็บไว้เป็นเงินออม หรือจะให้สนุกมากขึ้นก็ลองนับจำนวนผ้าที่ซักรีดเอง แล้วจ่ายเป็นค่าจ้างให้ตัวเอง เป็นครั้ง ๆ ละเท่ากับที่จ่ายให้กับร้านซักรีด เช่น เสื้อเชิ้ต ที่เคยจ่ายให้ร้านซักรีดตัวละ 25 บาท ก็นำเงินส่วนนี้มาเป็นเงินเก็บของตัวเอง หลังซักรีดเสร็จ จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจทั้งในการทำงานและเก็บเงินไปพร้อมกัน ทั้งนี้สามารถใช้เทคนิควิธีการนี้กับการทำงานอื่น ๆ ที่เคยจ้างทำ เช่น งานบ้านหรือทำสวน เป็นต้น

    เปลี่ยนข้าวของที่ไม่ใช้แล้วเป็นเงิน วิธีนี้ทำได้ทั้งการรวบรวมขวดพลาสติกเก่า, กระดาษ หรือขวดแก้ว แยกเป็นหมวดหมู่ให้ชัดเจนก่อนไปขายตามร้านขายของเก่า แม้ว่าจะได้ราคาไม่สูงนัก เนื่องจากร้านจะรับซื้อตามน้ำหนัก แต่ก็ดีกว่าการทิ้งไปเปล่า ๆ เงินที่ได้จากการขายสิ่งของเหล่านี้ ก็สามารถนำมาเป็นเงินเก็บของตัวเองได้โดยไม่ต้องเหนื่อยเพิ่ม แต่หากเป็นของที่ยังใช้ได้ อาจเลือกวิธีการขายมือสองโดยใช้ช่องทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีหลายแหล่งให้ประกาศขายได้ฟรี เช่น Kaidee, Pantipmarket รวมถึง Facebook และ Integra เมื่อขายได้แล้วก็สามารถนำเงินมาเก็บเป็นเงินออมได้เช่นกัน

    การออมเงิน แบบไม่จริงจังหรือไม่มีเป้าหมายชัดเจน จะช่วยลดแรงกดดันและทำให้การออมเงินเป็นเรื่องสนุก ทำได้แบบสบาย ๆ ที่สำคัญคือ ทำให้เกิดเป็นนิสัยมัธยัสถ์ได้โดยไม่รู้ตัว

    วิธีออมเงินแบบไม่ตั้งใจ