เก็บออมเพื่อให้การเงินพอดีกับชีวิต มีเงินเหลือไว้ใช้จ่าย

เมื่อคุณอายุยังน้อย การตรวจสอบสถานะทางการเงินของอาจดูเหมือนเป็นสิ่งที่สามารถรอได้ แต่การประเมินจุดที่คุณกำลังยืนอยู่เป็นประจำจะเป็นประโยชน์ต่อคุณในปัจจุบันและในอนาคต นี่คือ 7 ขั้นตอนในการพิจารณาการเงินของตัวเอง

1.ทำความเข้าใจกับสินทรัพย์และหนี้สิน

สินทรัพย์ที่คุณเป็นเจ้าของและหนี้สินทั้งหมด สินทรัพย์ อาจรวมถึงเงินสด เงินฝากออมทรัพย์ หุ้น พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์และสิ่งอื่นใดที่มีมูลค่า เช่น รถหรือของสะสม หนี้สิน อาจรวมถึงการจำนอง เงินกู้ สินเชื่อรถยนต์ ตั๋วเงินและหนี้บัตรเครดิต พิจารณาการคำนวณมูลค่าสุทธิของคุณเป็นประจำทุกปี โดยการเพิ่มมูลค่าของสินทรัพย์ทั้งหมดและหักหนี้สินของคุณ วิธีนี้สามารถช่วยให้คุณติดตามดูภาพทางการเงินโดยรวมได้

2.ประเมินเป้าหมายของตัวเอง

อย่างน้อยปีละครั้ง ลองทบทวนถึงเป้าหมายระยะสั้น, ปานกลางและระยะยาว เป้าหมายระยะสั้น เช่น การชำระเงินค่าบัตรเครดิต เป้าหมายระยะปานกลาง เช่น การลงทุน รวมทั้งการออมเพื่อการมีบ้าน ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้บ่อย คุณอาจตัดสินใจที่จะประเมินไม่ทุก 3-6 เดือนตามความเหมาะสม

3.ตรวจสอบรายงานเครดิตของคุณ

เป็นรายงานทางการเงินที่แสดงข้อมูลเครดิต คือ ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการชำระหนี้ ซึ่งถูกจัดเก็บไว้ในระบบฐานข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิต และจะแสดงในรายงานข้อมูลเครดิตเมื่อมีผู้ร้องขอ โดยแนะนำให้ตรวจสอบรายงานของคุณอย่างน้อยปีละครั้งเพื่อให้แน่ใจว่ามีการอัปเดตและถูกต้อง

4.ตั้งชื่อผู้รับผลประโยชน์ของคุณ

เมื่อคุณเปิดบัญชีเพื่อการเกษียณอายุหรือซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต ควรขอให้ระบุชื่อผู้รับเงินซึ่งเป็นบุคคลที่จะเก็บเงินจากบัญชีในกรณีที่คุณเสียชีวิต โดยปกติคู่สมรสของคุณเป็นผู้รับประโยชน์ตามค่าเริ่มต้นของคุณ แต่คุณอาจต้องการกำหนดให้เด็กหรือบุคคลอื่น ควรตรวจสอบการเลือกของคุณเป็นประจำทุกปีเพื่อให้มั่นใจว่ามีความเหมาะสม

5.จัดการภาษี

สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้จัดการเรื่องเงินเผื่อไว้เพียงพอที่จะจ่ายค่าภาษีให้ดีก่อนถึงเวลาที่ต้องจ่ายเงินภาษีประจำปี รวมทั้งที่เกี่ยวช้องกับภาษีให้ละเอียดรอบคอบที่สุด

6.ตรวจสอบว่าการลงทุนและเป้าหมายของคุณสอดคล้องกัน

เป็นไปได้ว่าเงินลงทุนของคุณไม่ว่าจะเป็นในแผนเกษียณอายุหรือบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่ต้องเสียภาษี รวมถึงกองทุนรวมที่ลงทุนในรูปแบบต่างๆ ลองพิจารณารายไตรมาสเพื่อให้แน่ใจว่าการเลือกของคุณเหมาะสมกับอายุและเป้าหมายทางการเงินของคุณ

7.ตรวจสอบว่ามีประกันที่ถูกต้องหรือไม่

ประมาณปีละครั้งเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินประเภทและจำนวนเงินประกันที่คุณต้องการ ถ้าคุณมีบ้านให้คนอื่นเช่าบ้านคุณอาจต้องการพิจารณาการประกันภัยของผู้เช่าเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ หรือเมื่อคุณซื้อบ้านคุณต้องมีประกันบ้านจากเจ้าของบ้าน นอกจากนี้คุณยังอาจต้องการความคุ้มครองพิเศษสำหรับรายการที่มีค่าเช่น เครื่องประดับหรืองานศิลปะ ตัวแทนประกันจะสามารถช่วยให้คุณประเมินว่าคุณมีประเภทประกันที่เหมาะสมหรือไม่