เปลี่ยนรายจ่ายเป็นเงินเก็บ ด้วย 3 กลไกป้องกันตัวก่อนใช้เงิน

เปลี่ยนรายจ่ายเป็นเงินเก็บ ด้วย 3 กลไกป้องกันตัวก่อนใช้เงิน

คุณเป็นคนชอบช้อปปิ้งหรือเปล่า คุณมีความสุขกับการได้เดินดูของตามห้างสรรพสินค้า ตามตลาดนัด หรือของที่วางขายข้างทางใช่ไหม คุณเป็นคนหนึ่งใช่ไหมที่มักจะซื้อของมาเก็บไว้ที่บ้านเพียงเพราะชอบหรือสะดุดตาเมื่อเห็นครั้งแรก แต่ก็ไม่เคยได้หยิบมาใช้ ต้องเก็บไว้จนเต็มบ้าน ถ้าเรื่องเหล่านี้เป็นคอนเซ็ปต์ประจำตัวคุณ ก็คงจะต้องรีบปรับเปลี่ยน Mindset ให้เร็ว เพราะคุณมีโอกาสจะเก็บเงินออมได้อีกมาก หากสามารถหยุดการใช้จ่ายในเรื่องที่ไม่จำเป็นได้ แล้วหันมาเก็บออมให้มากขึ้น

สร้างกลไกป้องกันการ “ด่วนซื้อของ”

เป็นขั้นตอนแรกของการปรับทัศนคติ เพื่อพลิกค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ให้กลายเป็นเงินออมก้อนโต โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. ไม่ซื้อของที่ไม่จำเป็น “ทันที” ที่เห็นหรือรู้สึกว่าชอบ วิธีนี้ใช้ได้ดีกับพวกสินค้าแฟชั่น อาทิ เสื้อผ้า, กระเป๋า และรองเท้า รวมถึงการติดเกมส์หรือเดิมพันตามทีเด็ดบอลจากกูรูต่างๆ การทอดเวลาให้ตัวเองได้คิดทบทวนอย่างรอบคอบก่อนซื้อ เช่น ทบทวนว่าของชิ้นที่กำลังจะซื้อมีความจำเป็นจริง ๆ หรือ และราคาที่จะซื้อนั้นสูงเกินไปหรือไม่ วิธีการยับยั้งชั่งใจก่อนจ่ายเงินนี้ จะช่วยฝึกนิสัยการใช้จ่ายเงินอย่างมีเหตุผล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเก็บออมเงิน
  2. รอช่วงเวลาลดราคา หรือติดป้าย SALE ยิ่งเป็นสินค้าแฟชั่นที่มีการวางขายเป็นรุ่น ๆ หรือเป็นช่วงฤดูกาล ยิ่งมีโอกาสลดราคาได้บ่อย ๆ ในช่วงแรกของการลดราคาอาจเป็นการ SALE เพียงแค่ 10-20 % แต่ยิ่งนานไป ของชิ้นเดิมจะมีโอกาสลดราคาลงได้อีกมาก บางชิ้นอาจลดถึง 70 % ก็เป็นได้ การรอเวลาเพื่อซื้อสินค้าในช่วง SALE นอกจากจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้แล้ว ยังเป็นการฝึกให้ยับยั้งชั่งใจก่อนจ่ายเงิน และช่วยแก้นิสัยชอบซื้อของที่ไม่จำเป็นได้อีกด้วย
  3. เลิกสนใจป้าย SALE จริงอยู่ว่าการรอซื้อสินค้าในช่วงลดราคาหรือติดป้าย SALE จะช่วยประหยัดและทำให้เก็บออมเงินได้มากขึ้น แต่ลองนึกจินตนาการต่อไปว่า หากเราไม่ซื้อของนั้นแม้จะเป็นช่วง SALE เราก็จะไม่ต้องจ่ายเงินเลย

นำเงินที่ได้จากการตัดใจซื้อของ มาเก็บเป็นเงินออม

ขั้นตอนนี้เป็นการต่อยอดจากขั้นตอนการยับยั้งชั่งใจ ทุกครั้งที่สามารถหยุดการซื้อของที่ไม่จำเป็นของตัวเองได้ ให้นำเงินที่เกือบจะจ่ายออกไปมาแยกใส่กระเป๋าเก็บไว้ และหากซื้อของชิ้นใดตามราคา SALE ให้นำเงินเท่ากับจำนวนส่วนลดที่ได้ มาเก็บไว้ในกระเป๋าเดียวกัน ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องสนใจเปิดดูเงินในกระเป๋านั้นบ่อย ๆ เมื่อครบ 1 ปี ให้นำเงินออกมานับ แล้วนำไปฝากในธนาคาร ก็จะกลายเป็นเงินออมก้อนใหม่ที่ได้จากการปรับ Mindset เปลี่ยนรายจ่ายที่ไม่จำเป็นให้กลายเป็นเงินออม

วิธีการเหล่านี้จะสร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวเอง และจะค่อย ๆ เปลี่ยนแนวคิดของคุณ ให้เป็นคนใหม่ที่ชอบการเก็บออมมากกว่าการใช้จ่ายหรือช้อปปิ้งแน่นอน

วิธีออมเงินง่ายๆ ที่ทำได้จริง อยากรวยต้องอ่าน

การออมเงิน เป็นเรื่องที่ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง

การออมเงิน เป็นเรื่องที่ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง เพราะเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับเงิน ๆ ทอง ๆ ซึ่งคนเราต้องมีความรู้เรื่องนี้นับตั้งแต่เริ่มชีวิตการทำงาน หรือสมัยนี้ต้องเริ่มตั้งแต่วัยเด็กกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะสำหรับมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายที่มีรายจ่ายมาก ไม่มีเงินเหลือเก็บ ใช้เงินเดือนชนเดือน แต่อยากเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อให้มีเงินเก็บไว้เพื่ออนาคต เพื่อพร้อมรับมือหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด วันนี้เรา 3 วิธีที่จะช่วยให้คุณเป็นคนใหม่ มีเงินเก็บใน ๆ ทุกเดือนแน่นอน

นับรวมเงินเก็บเป็นรายจ่ายจำเป็น วิธีแรก ให้เรานับรวมเงินที่ต้องการจะเก็บ ให้เป็นหนึ่งในรายจ่ายจำเป็นในทุก ๆ เดือน และควรแยกรายจ่ายจำเป็นตั้งแต่เงินเดือนออกทันที เช่น

ตัวอย่างรายจ่ายจำเป็น

***** เงินเก็บ (จัดเป็นลำดับแรกของรายการที่ต้องหักออกก่อน)

ค่าบ้าน/ค่าเช่าหอ รวมค่าน้ำค่าไฟ

ค่าเดินทาง

ค่าข้าว

ค่าของใช้ส่วนตัว เช่น ยา

ค่าของใช้จำเป็นต่าง ๆ

ค่าซ่อมแซมสิ่งของ บ้าน รถ

และเมื่อเราแยกเงินเก็บออกมาแล้ว อาจจะเปิดบัญชีอีกบัญชีขึ้นมาเพื่อเก็บเงินในส่วนนี้ เพื่อไม่ให้สับสนกับเงินในส่วนอื่น ๆ ซึ่งการเก็บเงินวิธีจะทำให้เราใช้จ่ายประหยัดขึ้น และมีเงินเหลือเก็บที่แน่นอน

ทำบัญชีรายรับรายจ่าย การทำบัญชีรายรับรายจ่าย จะทำให้เรารู้ว่าสมควรใช้เงินเท่าไหร่ เช่น ถ้าวันนี้ใช้เงินมาก พรุ่งนี้อาจจะต้องลดปริมาณการใช้เงินลง และทำให้เราทราบว่ายอดสุทธิมีเท่าไหร่ ทำให้วางแผนการเงินได้ถูกต้อง ซึ่งสามารถทำสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายแบบเดิมก็ได้ หรือในปัจจุบันมีแอปพลิเคชันหลายตัวที่ทำมาเพื่อรองรับการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ซึ่งรองรับทั้ง IOS และ Android เช่น

แอปพลิเคชัน “มีตังค์” แอปใช้งานง่าย มีให้เพิ่มเติมได้หลายอย่าง เช่น เพิ่มบัญชี เพิ่มรายการรายรับรายจ่ายที่ใช้บ่อย และยังสามารถเลือกเป็นบัตรเครดิต ลงรายการจ่ายและยอดการชำระเงินได้ด้วย

แอปพลิเคชัน “Expense IQ” ตัวแอปใช้งานง่าย มีการสรุปทั้งแบบกราฟแท่งและกราฟวงกลม เหมาะสำหรับคนชอบดูสรุป

การเก็บธนบัตรหรือเหรียญแบบต่าง ๆ การเก็บธนบัตรหรือเหรียญแบบต่าง ๆ เช่น การเก็บแบงค์ 50 ทุกครั้งที่ได้รับมา การเก็บแบงค์ร้อยที่เลขลงท้ายด้วย 9 การเก็บแบงค์ใหม่ทุกครั้งที่เจอ การเก็บเงินจำนวนเท่ากับจำนวนที่ซื้อลอตเตอรี่ การเก็บเงินจำนวนเท่ากับที่ช้อปปิ้งไป การเก็บเงินหยอดกระปุกทุกวัน จำนวนเงินตามวันที่ในปฏิทิน เป็นต้น ซึ่งมีวิธีการเก็บหลากหลายวิธีมาก ซึ่งวิธีเหล่านี้ ถ้าเราทำได้ตลอดและทำอย่างมีวินัย ก็จะทำให้มีเงินเก็บได้อย่างที่ต้องการ

การจะทำตามทั้ง 3 วิธีข้างต้น หรือวิธีอื่น ๆ ในการออมเงินก็ตาม หากจะให้สำเร็จได้ ก็ต้องมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน เพื่อช่วยทำให้มีกำลังใจในการเก็บเงิน และต้องมีวินัยในการออม ซึ่งจะช่วยให้การออมเงินสำเร็จ มีเงินเก็บอย่างแน่นอน

วิธีออมเงินง่าย ที่ทำได้จริง อยากรวยต้องอ่าน

เปิดเทคนิค 5 วิธีออมเงินที่มนุษย์เงินเดือนทำได้จริง

เทคนิคเก็บออมฉบับมนุษย์เงินเดือน

ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน หลายคนชอบคิดว่า ลำพังแค่ใช้ให้ถึงสิ้นเดือนก็ถือว่าเก่งแล้วในสภาพเศรษฐกิจในยุคข้าวยากหมากแพงอย่างเช่นทุกวันนี้ แต่คุณเชื่อไหมว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือนนี่เองที่โชคดีสุด ๆ เพราะคุณมีรายได้เข้ามาในจำนวนที่แน่นอนทุกเดือน ทำให้จัดการกับบัญชีรายรับรายจ่ายของคุณในแต่ละเดือนได้ง่ายที่สุดแล้ว เผลอ ๆ ถ้าคุณรู้จักเก็บออมมนุษย์เงินเดือน อย่างคุณสามารถมีเงินเก็บไปถึงหลักล้านได้เลยทีเดียว แต่จะไปถึงตรงนั้นได้คุณต้องรู้วิธีการเก็บออมก่อน มาดู 5 เทคนิควิธีเก็บออมที่มนุษย์เงินเดือนแบบคุณทำได้จริง! สามารถทำให้คุณมีเงินล้านได้จริง ๆ กัน

เทคนิคเก็บออมฉบับมนุษย์เงินเดือน

หักเงินเดือนไว้ 10 % ทุกเดือน

วิธีนี้ฟังดูเหมือนจะโหดไปนิด สำหรับคนที่มีเงินเดือนน้อยแต่ภาระมาก แต่คุณเชื่อเถอะว่าถึงคุณหักเงินเดือนตัวคุณเอง 10 % สำหรับออมทุกเดือนคุณก็ยังไม่เดือดร้อนหรือขัดสนจนทำให้ชีวิตคุณลำบากมากไปกว่าเดิมนักหรอก ทำเป็นลืม ๆ มันไป พอครบปีคุณลองดูเงินที่คุณหักไว้ มันจะกลายเป็นเงินก้อนใหญ่จนคุณต้องรู้สึกประหลาดใจอย่างแน่นอน สำหรับคนที่มีเงินเดือนสูงก็สามารถหักเก็บออมมากกว่านี้ได้ คิดง่าย ๆ ว่าออมมากก็มีมาก

หักส่วนที่เป็นเศษเก็บไว้ออมทุกเดือน

ส่วนที่เป็นเศษเช่น เงินเดือน 21,980 บาท พอเงินเดือนออกก็หักเก็บออมทันที 980 บาท หรือจะหักเก็บส่วนที่เกิน 20,000 บาท เก็บไว้ทุกเดือนก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการจัดการภาระและค่าใช้จ่ายของแต่ละคนไป ไม่ว่าจะหักเศษมากหรือน้อยก็เป็นเงินก้อนใหญ่ได้ ถ้าเก็บน้อยก็ใช้เวลานานหน่อยกว่าจะได้มาก หรือเก็บเงินเดือนส่วนที่ได้รับการปรับขั้นเงินเดือนของแต่ละปีไว้โดยไม่เอามาใช้จ่าย แบบนี้ก็ช่วยให้มีเงินเก็บได้ทั้งปีไม่น้อยเช่นกัน

เก็บแบงค์ใหม่

เทคนิคนี้ทำให้หลายคนมีเงินก้อนจนสามารถทำตามความฝันของตัวเองสำเร็จมานักต่อนักแล้วกับการเก็บแบงค์ใหม่ ทุกชนิดตั้งแต่แบงค์ 20 ไปจนถึงแบงค์ 1000 เทคนิคนี้คุณอาจจะต้องลุ้นหน่อยเพราะบางเดือนเจอแบงค์ใหม่เยอะมากจนทำให้งบประมาณเดือนนั้นคุณร่อยหรอลง คือเงินเก็บมากก็ดีใจ แต่เงินใช้ระหว่างเดือนก็ลดลง บางคนก็สนุกไปกับการหาวิธีจัดการที่จะบริหารเงินให้ถึงสิ้นเดือน แต่ใครที่ยังบริหารเงินไม่เก่งก็เก็บเอาที่ไหว อย่ากดดันตัวเองมากไปจนรู้สึกไม่สนุกกับการเก็บออมล่ะ

บังคับตัวเองหยอดกระปุกทุกวัน

การออมคือการสร้างวินัยให้ตัวเอง ใครที่คิดว่าภาระหนักมากจนเก็บเงินวิธีอื่นไม่ได้เลยการบังคับตัวเองให้หยอดกระปุกในจำนวนเท่ากันทุกวัน จะช่วยให้คุณมีเงินเก็บได้เป็นกอบเป็นกำอย่างไม่น่าเชื่อ แต่วิธีนี้ต้องสัญญากับตัวเองว่าไม่แอบแคะออกมาใช้ก่อนกระปุกเต็มหรือก่อนถึงเวลาที่ครบกำหนด ลองดูหยอดทุกวันใน 1 ปีคุณจะมีเงินเก็บเท่าไหร่ รับรองว่ามากจนคุณต้องตาโตอย่างแน่นอน

บังคับตัวเองให้ใช้เงินไม่เกินจำนวนที่ตั้งไว้ในแต่ละวัน

เทคนิคนี้อาจจะดูเข้มงวดไปสักหน่อย คือการตั้งงบค่าใช้จ่ายให้ตัวเองไว้ในแต่ละวันไม่เกินวันละจำนวนเท่านั้นเท่านี้ โดยการใส่เงินไว้เป็นถุง ๆ แยกเป็นวัน ๆ ไว้ หากวันไหนใช้ไม่หมดก็เอาเงินส่วนที่เหลือหยอดกระปุกไป ใช้เกินก็ไม่มีเติม วิธีนี้ถ้าทำได้แสดงว่าคุณเป็นคนที่มีจิตใจที่แน่วแน่และเด็ดเดี่ยวเอามาก ๆ

ทุกเทคนิคในการเก็บออม ไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีการไหนก็ทำให้คุณมีเงินเก็บได้ เพียงแค่เราเลือกให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเราเอง มองให้เป็นเรื่องท้าทาย แล้วคุณจะสนุกไปกับการออม อย่าลืมว่าออมมากเท่าไหร่ บั้นปลายชีวิตของคุณก็จะสุขสบายได้มากเท่านั้น

เปิดเทคนิค 5 วิธีออมเงินที่มนุษย์เงินเดือนทำได้จริง

ชวนออมเงินแบบง่าย ๆ ให้รู้สึกสนุก

ชวนออมเงินแบบง่าย ๆ ให้รู้สึกสนุก

การเก็บเงิน อาจเป็นเรื่องยากสำหรับหลายคนที่มีรายจ่ายจิปาถะรอบตัว บางช่วงก็มีรายจ่ายฉุกเฉินเพิ่มเติมจนรายได้ไม่พอค่าใช้จ่ายหรืออยู่ในภาวะ “ติดลบ” การตั้งหลักเก็บออมเงินอย่างจริงจังหรือตั้งเป้าหมายชัดเจนอาจกลายเป็นเรื่องสร้างความกดดันมากขึ้น แต่หากหันมาใช้กุศโลบายออมเงินแบบสนุก ๆ หรือออมแบบไม่ตั้งใจจริงจัง อาจทำให้มีเงินเก็บง่ายขึ้นได้ ด้วยเทคนิควิธีการเหล่านี้

วิธีออมเงินแบบไม่ตั้งใจ

สร้างโจทย์สนุก ๆ เป็นอุบายให้ตัวเองเก็บเงิน โดยเน้นให้เกิดความรู้สึกท้าทาย เหมือนได้เล่นเกมส์ วิธีการนี้ คล้าย ๆ กับการตั้งกติกาของเด็ก ๆ ในห้องเรียน ที่จะต้องพูดภาษาอังกฤษกันทั้งวัน หากใครเผลอพูดภาษาไทยก็จะต้องหยอดเงินใส่กระปุกเป็นเงินเก็บของส่วนรวม กลยุทธ์แบบนี้ อาจสร้างเป็นเงื่อนไขในชีวิตประจำวัน เช่น หากจ่ายเงินค่าสินค้าหรือบริการในแต่ละครั้งและได้รับเงินทอนกลับมาเป็นธนบัตรฉบับละ 50 บาท จะต้องไม่ใช้ธนบัตรนั้น โดยนำไปเก็บรวมไว้ หรืออาจตั้งกฎเป็นธนบัตรฉบับละ 20 บาท หรือเหรียญ 10 บาทก็ได้ เมื่อเวลาผ่านไปสักช่วงหนึ่ง เช่น 1 ปี ลองนำธนบัตร 50 บาทที่เก็บไว้ทั้งหมดมานับดูก็น่าจะได้เงินมากพอสมควร เป็นเงินเก็บได้แบบสบาย ๆ

เปลี่ยนงานที่ต้องจ้างมาทำเอง หลายคน นิยมส่งเสื้อผ้าไปให้ร้านซักรีดซักหรือรีดให้ เพื่อความสะดวกรวดเร็ว หากเปลี่ยนแนวคิดมาทำงานเหล่านี้ด้วยตนเอง นอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้แล้วยังสามารถสร้างแรงจูงใจในการเก็บเงินให้ตัวเองได้ด้วย โดยการนำเงินที่เคยจ่ายให้กับร้านซักรีดมาเก็บไว้เป็นเงินออม หรือจะให้สนุกมากขึ้นก็ลองนับจำนวนผ้าที่ซักรีดเอง แล้วจ่ายเป็นค่าจ้างให้ตัวเอง เป็นครั้ง ๆ ละเท่ากับที่จ่ายให้กับร้านซักรีด เช่น เสื้อเชิ้ต ที่เคยจ่ายให้ร้านซักรีดตัวละ 25 บาท ก็นำเงินส่วนนี้มาเป็นเงินเก็บของตัวเอง หลังซักรีดเสร็จ จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจทั้งในการทำงานและเก็บเงินไปพร้อมกัน ทั้งนี้สามารถใช้เทคนิควิธีการนี้กับการทำงานอื่น ๆ ที่เคยจ้างทำ เช่น งานบ้านหรือทำสวน เป็นต้น

เปลี่ยนข้าวของที่ไม่ใช้แล้วเป็นเงิน วิธีนี้ทำได้ทั้งการรวบรวมขวดพลาสติกเก่า, กระดาษ หรือขวดแก้ว แยกเป็นหมวดหมู่ให้ชัดเจนก่อนไปขายตามร้านขายของเก่า แม้ว่าจะได้ราคาไม่สูงนัก เนื่องจากร้านจะรับซื้อตามน้ำหนัก แต่ก็ดีกว่าการทิ้งไปเปล่า ๆ เงินที่ได้จากการขายสิ่งของเหล่านี้ ก็สามารถนำมาเป็นเงินเก็บของตัวเองได้โดยไม่ต้องเหนื่อยเพิ่ม แต่หากเป็นของที่ยังใช้ได้ อาจเลือกวิธีการขายมือสองโดยใช้ช่องทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีหลายแหล่งให้ประกาศขายได้ฟรี เช่น Kaidee, Pantipmarket รวมถึง Facebook และ Integra เมื่อขายได้แล้วก็สามารถนำเงินมาเก็บเป็นเงินออมได้เช่นกัน

การออมเงิน แบบไม่จริงจังหรือไม่มีเป้าหมายชัดเจน จะช่วยลดแรงกดดันและทำให้การออมเงินเป็นเรื่องสนุก ทำได้แบบสบาย ๆ ที่สำคัญคือ ทำให้เกิดเป็นนิสัยมัธยัสถ์ได้โดยไม่รู้ตัว

วิธีออมเงินแบบไม่ตั้งใจ

เทคนิคออมเงินสร้างอนาคต อยากมีเลี้ยงชีพต้องอ่าน

ความรู้เรื่อง การออมเงิน เป็นความรู้พื้นฐานที่หลายคนรู้ถึงความสำคัญแต่น้อยคนนักที่จะทำได้ โดยเฉพาะในผู้ที่กำลังมีปัญหาด้านการเงิน เนื่องจากคนส่วนใหญ่มองเห็นปัญหาทางการเงินเป็นสำคัญและเลือกที่จะแก้ปัญหาทางการเงินก่อนการเก็บเงินเสมอ

จริงอยู่ที่การมีเงินแล้วต้องจ่ายคืนให้กับเจ้าหนี้ทั้งหลายที่คอยอยู่จะเป็นเรื่องที่ดี แต่การจ่ายเงินทั้งหมดไปเพื่อจ่ายหนี้กลับยิ่งทำให้รู้สึกแย่มากขึ้น การออมเงินจึงเป็นหนทางที่ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ที่กำลังประสบปัญหาทางการเงินมีความหวังเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างฐานการเงินที่ดีในอนาคตด้วย ซึ่งเทคนิคในการการออมเงินสร้างอนาคต มีวิธีดังนี้

อยากสร้างอนาคต ต้องทำตามนี้

ตั้งงบในการเก็บออม โดยกำหนดเป็นจำนวนที่ไม่ทำให้รู้สึกหนักเกินไป เช่น วันละ 10 บาท หรือ วันละ 20 บาท หรือเดือนละ 10% ของรายได้ เป็นต้น เมื่อกำหนดได้ควรหักเก็บไว้ก่อนใช้จ่ายเสมอ

ตั้งงบประมาณที่ใช้ให้ชัดเจน การตั้งงบประมาณที่ใช้จ่ายในแต่ละวันไว้อย่างชัดเจนช่วยให้เราสามารถควบคุมการใช้เงินได้ดีขึ้น เช่น วันละ 100 บาท, สัปดาห์ละ 500 บาทหรือเดือนละ 3,000 บาท เป็นต้น ทั้งนี้สำหรับผู้ที่กลัวว่าจะเผลอใช้จ่ายเกินความจำเป็น อาจเริ่มที่การพกเงินจำนวนน้อย ๆ ก่อนและไม่กดเงินเพิ่มหากเงินไม่พอ

หักภาษีเงินออมให้กับบัญชีเงินเก็บของตัวเอง ก่อนการใช้จ่ายตามงบที่ตั้งไว้หักภาษีเข้าบัญชี 5% – 10% เช่น กำหนดใช้วันละ 100 บาท หัก 10% เท่ากับ 10 บาท และนำเงิน 10 บาทไปหยอดกระปุก เป็นต้น

บันทึกรายรับ – รายจ่าย อย่างละเอียดจะช่วยให้เห็นการใช้เงินในแต่ละวันชัดเจนมากขึ้น เมื่อเห็นภาพชัดเจนทำให้การตัดค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น

เก็บเงินทอนหยอดกระปุก เงินที่เหลือจากการใช้จ่ายในแต่ละวันสามารถนำมาหยอดกระปุกได้ โดยอาจใช้เทคนิคในการเพิ่มแรงจูงใจ เช่น ออมเพื่อให้ได้ตามราคาของที่อยากได้, ออมไปเที่ยว เป็นต้น ซึ่งเทคนิคนี้จะช่วยให้การออมเงินมีเป้าหมายมากขึ้นและยังทำให้ไม่อยากนำเงินออมหลักมาใช้อีกด้วย

การนำเทคนิคในการออมเงินทั้ง 5 วิธีมาใช้ผสมผสานกันจะทำให้มีเงินออมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากการออมเงิน การลงทุนเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เงินที่เก็บออมสามารถงอกเงยเพิ่มขึ้นได้ เพียงแต่ก่อนการลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดี ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่ประสบปัญหาทางการเงินหรือไม่ก็ตาม การออมเงินยังคงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคนและควรทำให้ติดเป็นนิสัย

อยากสร้างอนาคต ต้องทำตามนี้

เพิ่งเริ่มต้นทำงานควรบริหารการออมเงินอย่างไร

เพิ่งเริ่มต้นทำงานควรบริหารการออมเงินอย่างไร

เมื่อเราทำงานหาเงินด้วยตัวเอง จำเป็นจะต้องมีวิธีการบริหารเงินอย่างเหมาะสมเพื่อจะทำให้สามารถใช้จ่ายได้ในวงเงินที่จำกัด และยังมีเงินเหลือเก็บเพื่อสร้างอนาคตได้อีกด้วย

การออมเงินที่เหมาะสม สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานจะมีวิธีใดบ้าง

1. การแบ่งสัดส่วนเงินอย่างเหมาะสม

ควรที่จะแยกเงินเอาไว้ 1 ใน 3 ส่วน สำหรับการออมโดยเฉพาะ เช่น คุณได้เงินเดือน 15,000 บาท ควรจะมีการเก็บออมอยู่ที่ 5,000 บาท โดยไม่นำเงินส่วนนี้มาใช้จ่ายแต่อย่างใด ส่วนเงินอีก 10,000 บาท เป็นเงินที่คุณควรที่จะจัดสรรให้เพียงพอ ทั้งในเรื่องของค่ากินอยู่ การเดินทาง ส่งให้พ่อแม่ และการทำกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ในชีวิต ซึ่งในช่วงแรกของการทำงาน คุณยังมีเวลาสำหรับการที่จะท่องเที่ยวพักผ่อนทั้งในไทยและต่างประเทศได้

2. การศึกษาด้านการลงทุน

การลงทุนเป็นช่องทางที่ทำให้เงินออมของคุณสามารถงอกเงยขึ้นมาได้ ไม่ใช่เพียงการเก็บเงินไว้ในบัญชีธนาคารเท่านั้น เพราะจะได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ แต่การลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานบริษัทดี หรือกองทุนที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินคอยดูแลบริหารจัดการให้ จะช่วยให้คุณเห็นช่องทางที่จะทำให้เพิ่มค่าตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ย 1% เป็น 10% ต่อปีได้ไม่ยาก

3. ออมในรูปแบบทองคำ

การซื้อทองเก็บไว้เป็นอุปนิสัยของคนที่ขยันและเป็นเศรษฐีในระยะยาวได้ดี ถ้าเรามองย้อนไป จะพบว่าคนรุ่นพ่อแม่เรานิยมซื้อทองเก็บไว้ เพราะเป็นสิ่งของที่มีแต่จะเพิ่มมูลค่ามากขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลา

จากเดิมที่มีทองคำ 1 บาท ซื้อขายกันที่ 5,000 บาท ก็กลายเป็นว่าปัจจุบันทองคำน้ำหนักเท่าเดิม แต่ซื้อขายกันที่ 20,000 บาท ถือว่ามูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว และทำให้คุณใช้จ่ายยากกว่าการถือเงินสดเอาไว้กับตัว นับเป็นช่องทางที่ทำให้คุณสามารถเก็บออมสินทรัพย์เป็นรูปธรรมได้อย่างชัดเจน

4. การออมผ่านการทำธุรกิจ

ในปัจจุบันการทำธุรกิจมีอยู่หลากหลายรูปแบบ ทั้งระบบออนไลน์ที่คุณสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วโลกผ่านทางโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว และระบบที่มีหน้าร้านเช่น ร้านกาแฟ ร้านขายอาหาร ร้านขายเบเกอรี่ ร้านตัดขนสุนัข ฯลฯ

ซึ่งคุณสามารถที่จะเริ่มออมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสานฝันในการทำธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นของตัวเอง โดยคุณจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่มีค่า ควบคู่กับการทำงานประจำได้

จะเห็นได้ว่า การออมเงิน ในรูปแบบของคนรุ่นใหม่ ที่เพิ่งเรียนจบนั้น มีอยู่หลากหลายรูปแบบ เราหวังว่า บทความนี้จะเป็นแนวทางที่ดี เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้กับตัวเองเพื่อให้ประสบความสำเร็จในชีวิตต่อไป

การออมเงินที่เหมาะสม สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน

เทคนิคการออมเงินสำหรับคนที่ใช้เงินเก่ง

วิธีเปลี่ยนนิสัยตัวเองให้เก็บออมเงินได้มากขึ้น

หลังจากทำงานมีเงินเดือนเป็นของตัวเอง หลายคนจะชอบซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยตามต้องการ ทำให้แทบไม่มีเงินเก็บเลย ซึ่งหากเทียบกับคนอื่น ๆ ที่ประหยัดกว่า เขาอาจมีเงินเก็บผ่อนรถหรือบ้านได้แล้ว

วิธีเปลี่ยนนิสัยตัวเองให้เก็บออมเงินได้มากขึ้น

1. เก็บเงินฝากประจำก่อนใช้

ต้องมีเป้าหมายในการเก็บเงิน เช่น 1 ใน 3 ส่วนเข้าบัญชีฝากประจำ 24 เดือน เพื่อได้ดอกเบี้ยสูงและไม่ให้ถอนออกก่อนกำหนด ที่เหลือจึงค่อยนำไปใช้ เทคนิคนี้จะทำให้เพิ่มเงินเก็บได้อย่างมาก ถ้ามีเงินเดือนอยู่ที่ 10,000 บาท การเก็บ 1 ใน 3 ส่วน เท่ากับ การเก็บออมได้ถึง 3,000 บาทต่อเดือน หรือ 1 ปี จะมีเงินเก็บเกือบ 4 หมื่นบาท ยังไม่นับดอกเบี้ยจากธนาคารอีกด้วย

2. พกเงินสดให้น้อยลง

วิธีที่ได้ผลในการแก้ความเคยชินเรื่องการหยิบใช้เงินง่าย ๆ คือ ต้องพกเงินสดกับตัวให้น้อยลง และไม่ใช้บัตรกดเงินต่าง ๆ โดยต้องมีวินัยให้ตัวเองอย่างมาก คำนวณเงินที่ต้องใช้ในแต่ละวันอย่างคร่าว ๆ แยกเงินใส่ซองไว้เป็นรายวัน นำมาใช้วันละซอง หรืออาจจะกำหนดเป็นรายอาทิตย์ก็ได้ ทั้งนี้ ต้องใจแข็งที่จะไม่นำเงินเก็บออมมาใช้ หรือรูดบัตรเครดิตโดยไม่จำเป็นด้วย

3. ยกเลิกการใช้บัตรเครดิต

สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องของหนี้สินจากการรูดบัตรเครดิตบ่อย ๆ ควรที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างจริงจัง โดยการใช้จ่ายรูปแบบเงินสดแทนหรือชำระเงินที่จำเป็นผ่านบัญชีธนาคารตัวเองโดยตรง เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ทั้งนี้ควรสำรวจว่า คุณมีการใช้บัตรเครดิตไปกับสินค้าใดบ้าง ส่วนใหญ่ผู้หญิงมักซื้อเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า จะทำให้คุณเห็นตัวเลขได้ชัดเจนว่าเมื่อเลิกใช้บัตรเครดิตแล้ว จะมีเงินเหลือเก็บได้มากขึ้นถึงเดือนละหลายพันบาท

4. เก็บออมเหรียญและธนบัตรหายาก

หลายคนมักมองข้ามว่าเงินเหรียญบาท เหรียญ 5 เหรียญ 10 บาทไม่มีความหมาย แต่รู้ไหมว่าถ้านำมาหยอดกระปุกทุกวัน สะสมไว้ 1 เดือนคุณอาจจะมีเงินเพิ่มหลายพันบาทเลยทีเดียว นอกจากนี้การเก็บธนบัตรที่หาได้ยาก เช่น ธนบัตร 50 บาท ที่ได้รับเป็นเงินทอนเข้ากระปุกออมสินทุกครั้ง ก็จะทำให้สนุกกับการเก็บเงินมากขึ้น เทคนิคนี้มีคนที่ทำแล้วมีเงินเก็บได้อีกหลายหมื่นบาทต่อปี

จะเห็นได้ว่า เทคนิคในการเก็บออมมีหลายแบบ โดยเฉพาะสำหรับคนที่เคยชินกับการใช้จ่ายแบบอิสระ จะต้องใช้หลายวิธีร่วมกันจึงจะทำให้คุณสามารถตั้งต้นที่จะมีเงินเก็บเป็นของตัวเองได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

เทคนิคการออมเงินสำหรับคนที่ใช้เงินเก่ง

ออมเงินแบบไหนน่าสนใจกว่าฝากธนาคาร

ออมเงินแบบไหนน่าสนใจกว่าฝากธนาคาร

ในปี 2019 มีข่าวทางสื่อต่าง ๆ ที่แสดงตัวเลขสนับสนุนให้ทุกคนสนใจ การออมเงิน มากขึ้น โดยสถาบันทางการเงินต่าง ๆ ได้ออกผลิตภัณฑ์ออกมาให้เลือกตอบโจทย์ความต้องการและความสนใจของผู้คนที่ต่างกัน ซึ่งเราควรศึกษาและเลือกวิธีการเก็บออมที่ได้ผลตอบแทนสูงมากกว่าการฝากเงินกับธนาคารแบบทั่วไป เพื่อให้มีผลตอบแทนสูงเสริมความมั่งคั่งได้ในภาวะเศรษฐกิจผันผวนยุคปัจจุบันและในอนาคต

วิธีการออมที่ดีและน่าสนใจในปี 2019

ซื้อทองคำ

ทองคำนับว่าเป็นสิ่งของที่มีมูลค่าอยู่ในตัว ไม่ว่าจะซื้อเป็นทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณ ก็สามารถที่จะเก็บไว้ขายเอากำไรในระยะยาวได้ เช่น ปัจจุบันซื้อทองคำที่ราคา 25,000 บาท ผ่านไป 2-5 ปี อาจจะมีมูลค่าอยู่ที่ 26,000-27,000 บาท ซึ่งเทียบแล้วเป็นค่าตอบแทนที่สูงกว่าการฝากธนาคารแน่นอน ทั้งนี้ผู้ที่ต้องการความปลอดภัย อาจออมผ่านกองทุนทองคำ ซึ่งสามารถติดตามราคาและซื้อขายได้ง่าย โดยไม่ต้องพกทองคำจริง ๆ ติดตัว

ซื้อกองทุน

ผู้ที่ไม่มีเวลาศึกษาเรื่องการบริหารสินทรัพย์อย่างหุ้นทุน ที่ต้องมีการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการลงทุนอยู่เสมอ แนะนำให้ซื้อเป็นกองทุนรวมที่มีผู้บริหารแบบมืออาชีพ ขอแนะนำผู้สนใจการออมแบบนี้ ทำการทดสอบประเมินการยอมรับความเสี่ยงของแต่ละคนก่อน เพื่อเลือกกองทุนที่เหมาะสมด้วย โดยหากเป็นกองทุนปันผลที่มีคุณภาพสูงจะมีโอกาสได้ผลตอบแทนคิดเป็นเปอร์เซ็นต์มากกว่าการฝากประจำอยู่ที่ 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

ซื้อสลากออมสิน

สลากออมสินนับว่าเป็นวิธีการออมที่คุณได้ลุ้นโชคไปด้วย เพราะจะมีการจับฉลากให้คุณได้รางวัลเหมือนปันผลรายเดือน โดยที่คุณไม่ต้องเสี่ยงกับเงินต้นที่อาจสูญหายอย่างการซื้อหวย หรือลอตเตอรี่ ที่สำคัญ การซื้อสลากออมสินก็เท่ากับเป็นการสร้างเครดิตให้กับตัวเอง หากต้องการที่จะใช้เงินเร่งด่วน เช่น รักษาพยาบาล ซ่อมแซมบ้านหรือรถยนต์ ก็สามารถใช้สลากออมสินในการค้ำประกันกู้ยืมได้ ทำให้ได้เงินจากการกู้ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าสลากอย่างรวดเร็วด้วย

ซื้อหุ้นปันผล

เป็นเทคนิคการออมของคนที่ชอบศึกษาเรื่องหุ้น เพราะหุ้นที่ดีจะมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาที่ผ่านไป ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากธนาคารหลายเท่าตัวเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ก่อนการซื้อหุ้นทุกครั้งก็ควรศึกษาจังหวะของตลาดการลงทุนเพื่อจ่ายในราคาต้นทุนที่น้อยที่สุด

จะเห็นได้ว่า การออมเงินในปี 2019 ต้องคิดทั้งด้านการจำกัดความเสี่ยง เพิ่มปันผลหรือผลตอบแทนในระยะยาว ทั้งหากคุณต้องการกู้ยืมในอนาคต ก็ต้องเลือกวิธีการออมเงินที่เป็นผลดีต่อแผนการเงินในระยะยาวด้วย

วิธีการออมที่ดีและน่าสนใจ

ออมเงินอย่างไรจึงมั่งคั่งได้จริง 2019

ออมเงินอย่างไรจึงมั่งคั่งได้จริง 2019

การออมเงินเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่ทุกคนควรฝึกฝนตั้งแต่อายุน้อย เพื่อให้มีวินัยสร้างความมั่งคั่งทางการเงิน และลดความเสี่ยงต่อในการใช้จ่ายเงินที่เกินตัว เราจึงได้รวบรวมเทคนิคการออมเสริมความมั่งคั่งที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้อย่างได้ผลมาฝากกัน ดังนี้

1. ออมวันนี้เพื่อวันหน้า

การออมเงินเป็นสิ่งที่ต้องใช้ระยะเวลาในการสะสมจึงจะเห็นผลลัพธ์ ว่ามีเงินมากขึ้นในบัญชี มีดอกเบี้ยจากการฝากธนาคาร หรือมีเงินมากพอจนนำไปลงทุนได้ จึงต้องปรับทัศนคติว่าการออมเงินเป็นเรื่องที่ต้องทำเสียแต่วันนี้ เพื่อให้ได้รับประโยชน์ในวันหน้าอย่างเต็มที่

2. เก็บก่อนใช้

ผู้ที่นิยมใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อความสุขในปัจจุบัน เช่น เพื่อการท่องเที่ยว การซื้อสินค้าแฟชั่น ฯลฯ ตั้งแต่วันแรก ๆ ที่เงินเดือนออกจะทำให้เหลือเงินออมน้อยลงหรืออาจจะไม่มีเงินเหลือเก็บ ทำให้อนาคตอยู่บนความเสี่ยง ทางที่ดี ควรเก็บเงินอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ก่อนการใช้จ่าย โดยเก็บในบัญชีฝากประจำหรือซื้อกองทุนแบบปันผลที่จะไม่ทำการขายก่อนเวลา

3. ใช้แอปพลิเคชันวางแผนการออมระยะยาว

แอปพลิเคชันดี ๆ อย่าง financial Calculator จะช่วยในการคำนวณดอกเบี้ยธนาคาร ค่างวดที่ต้องใช้ส่งบ้านและรถ เพื่อวางแผนการเงินรายเดือนได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการวางแผนการออมในวัยเกษียณ ซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการทำงาน

4. การทําบัญชีรายรับรายจ่าย

การทําบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ว่าจะเป็นการจดในสมุดไดอารี่ หรือทำงานผ่านระบบแอปพลิเคชันต่าง ๆ ในมือถือ จะช่วยวิเคราะห์ได้ง่ายว่าคุณเสียค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนไปกับสิ่งใดบ้าง สินค้าประเภทใดที่คุณควรสามารถลดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อชิ้นได้ดีขึ้นได้ เช่น ซื้อเป็นจำนวนแพ็คหลายชิ้น ซึ่งมักมีโปรโมชั่น 2 แถม 1 หรือ 3 แถม 1 ซึ่งหากใช้วิธีชำระผ่านบัตรเครดิตก็จะทำให้ยืดระยะเวลาในการจ่ายเงินออกไป โดยยังได้ของที่จำเป็นมาใช้ในเวลาที่เหมาะสมด้วย

5. เทคนิค DCA หักบัญชีเพื่อออม

การตั้งค่าหักบัญชีธนาคารหักเงินแบบ DCA โดยกำหนดทุกวันจันทร์ครั้งละ 1,000 บาท เพื่อให้ 1 เดือนมีเงินเก็บได้อย่างน้อย 4,000 บาท จะทำให้มีเงินเก็บมากขึ้นหลายหมื่นบาทต่อปี และช่วยให้บริหารค่าใช้จ่ายของตัวเองได้อย่างรัดกุมยิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่าเทคนิคทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมา เป็นช่องทางในการประหยัดเก็บออมเงินเพื่อเสริมสร้างความมั่งคั่งให้แก่ทุกคนได้ เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ที่ช่วยให้ผู้อ่านได้แนวคิดในการปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีความมั่งคั่งทางการเงินอย่างยั่งยืนในระยะยาว

เทคนิคการออมเสริมความมั่งคั่ง

เทคนิคการออมเงินที่เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจ 2019

รวบรวมเทคนิคที่กูรูการเงินได้แนะนำไว้

การออมเงิน ให้ได้มากที่สุด เป็นสิ่งที่จำเป็นในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เนื่องจากทั่วโลกกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจฝืดเคือง จากปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ คือ สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ซึ่งกระทบต่อภาวะการจ้างงานที่ลดลง การลงทุนส่วนใหญ่มีความเสี่ยงสูงและผลตอบแทนน้อยลง ฯลฯ

เราจึงได้รวบรวมเทคนิคที่กูรูการเงินได้แนะนำไว้ เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ เพื่อเพิ่มพูนเงินออมให้มากขึ้น ดังนี้

1. เริ่มจากการเปลี่ยนทัศนคติ

ต้องให้ความสำคัญกับการซื้อสิ่งที่จำเป็นในปัจจุบัน มากกว่าการซื้อเผื่อระยะยาว เช่น ถ้าต้องการซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ เพื่อการติดต่อสื่อสารและขายของออนไลน์ ก็ควรซื้อรุ่นที่ตอบโจทย์ในราคาที่ประหยัดที่สุด ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นที่เกินสเปกมากนัก เนื่องจากโทรศัพท์เป็นอุปกรณ์สื่อสารไอที ที่มีการออกใหม่ปีละหลายรอบ ทำให้ราคาตก เท่ากับทำให้เป็นการซื้อสินค้าแพงกว่าโดยไม่จำเป็น หรืออาจเลือกซื้อโทรศัพท์มือสองแทนมือหนึ่ง ก็จะทำให้มีเงินออมเพิ่มขึ้นหลายพันบาทเลยทีเดียว

2. ลดการใช้สื่อออนไลน์

การเข้าอินเทอร์เน็ตบ่อย ๆ จะทำให้เกิดการเปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนที่อยู่ใน Facebook หรือ Instagram เช่น การดูภาพคนที่มีรถใหม่คันละหลายล้าน มีบ้านหลังใหญ่ ได้ท่องเที่ยวต่างประเทศ ฯลฯ ที่กระตุ้นให้คุณรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อย และอยากจะใช้จ่ายเงินเพื่อสร้างความสุขให้ตัวเองมากยิ่งขึ้น เรียกว่าเป็นศัตรูสำหรับการออมเงินเดือนทีเดียว ทางที่ดีควรลดการใช้สื่อออนไลน์เหล่านี้ เพื่อให้ลดการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น และมุ่งมั่นกับการขยันทำงานและเก็บออมมากกว่าเดิม

3. ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง

ผู้ที่ออมเงินได้มาก ส่วนใหญ่เริ่มจากการการออมเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นประจำทุกวัน ดังนั้น ต้องให้ความสำคัญกับการออมเงินในปัจจุบัน เช่น เมื่อมีเงินเดือนออกจะต้องรีบนำเงิน 25% ไปเก็บในบัญชีที่จะไม่ถอนมาใช้ หรือ ใช้วิธีการหักบัญชีอัตโนมัติทุกวันจันทร์ของสัปดาห์ครั้งละ 500 – 1,000 บาท ก็เป็นเทคนิคการออมแบบสม่ำเสมอ ที่จะทำให้คุณมีวินัยและมีเงินเก็บออมที่เป็นตัวเลขชัดเจนได้

4. มีเป้าหมายในการออมเงิน

การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะทำให้โอกาสประสบความสำเร็จในการออมได้ตามแผนมีสูง เช่น ตั้งใจว่าจะประกอบกิจการของตัวเองในอีก 1 ปี จึงต้องการเก็บเงินออมให้ได้ครบ 200,000 ภายใน 1 ปีนี้ หรือจะนำไปเป็นค่าเทอมเรียนต่อปีการศึกษาหน้า 50,000 บาท ก็จะทำให้มีเป้าหมายในการออมเงินที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

หวังว่า บทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจ ให้ทุกท่านนำเทคนิคที่ได้ไปปรับใช้ เพื่อออมเงินไว้สำรองสำหรับเหตุฉุกเฉิน หรือเพื่อต่อยอดสร้างโอกาสในชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

เทคนิคการออมเงินที่เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจ 2019