เทคนิคการออมเงินที่เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจ 2019

รวบรวมเทคนิคที่กูรูการเงินได้แนะนำไว้

การออมเงิน ให้ได้มากที่สุด เป็นสิ่งที่จำเป็นในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เนื่องจากทั่วโลกกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจฝืดเคือง จากปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ คือ สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ซึ่งกระทบต่อภาวะการจ้างงานที่ลดลง การลงทุนส่วนใหญ่มีความเสี่ยงสูงและผลตอบแทนน้อยลง ฯลฯ

เราจึงได้รวบรวมเทคนิคที่กูรูการเงินได้แนะนำไว้ เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ เพื่อเพิ่มพูนเงินออมให้มากขึ้น ดังนี้

1. เริ่มจากการเปลี่ยนทัศนคติ

ต้องให้ความสำคัญกับการซื้อสิ่งที่จำเป็นในปัจจุบัน มากกว่าการซื้อเผื่อระยะยาว เช่น ถ้าต้องการซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ เพื่อการติดต่อสื่อสารและขายของออนไลน์ ก็ควรซื้อรุ่นที่ตอบโจทย์ในราคาที่ประหยัดที่สุด ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นที่เกินสเปกมากนัก เนื่องจากโทรศัพท์เป็นอุปกรณ์สื่อสารไอที ที่มีการออกใหม่ปีละหลายรอบ ทำให้ราคาตก เท่ากับทำให้เป็นการซื้อสินค้าแพงกว่าโดยไม่จำเป็น หรืออาจเลือกซื้อโทรศัพท์มือสองแทนมือหนึ่ง ก็จะทำให้มีเงินออมเพิ่มขึ้นหลายพันบาทเลยทีเดียว

2. ลดการใช้สื่อออนไลน์

การเข้าอินเทอร์เน็ตบ่อย ๆ จะทำให้เกิดการเปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนที่อยู่ใน Facebook หรือ Instagram เช่น การดูภาพคนที่มีรถใหม่คันละหลายล้าน มีบ้านหลังใหญ่ ได้ท่องเที่ยวต่างประเทศ ฯลฯ ที่กระตุ้นให้คุณรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อย และอยากจะใช้จ่ายเงินเพื่อสร้างความสุขให้ตัวเองมากยิ่งขึ้น เรียกว่าเป็นศัตรูสำหรับการออมเงินเดือนทีเดียว ทางที่ดีควรลดการใช้สื่อออนไลน์เหล่านี้ เพื่อให้ลดการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น และมุ่งมั่นกับการขยันทำงานและเก็บออมมากกว่าเดิม

3. ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง

ผู้ที่ออมเงินได้มาก ส่วนใหญ่เริ่มจากการการออมเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นประจำทุกวัน ดังนั้น ต้องให้ความสำคัญกับการออมเงินในปัจจุบัน เช่น เมื่อมีเงินเดือนออกจะต้องรีบนำเงิน 25% ไปเก็บในบัญชีที่จะไม่ถอนมาใช้ หรือ ใช้วิธีการหักบัญชีอัตโนมัติทุกวันจันทร์ของสัปดาห์ครั้งละ 500 – 1,000 บาท ก็เป็นเทคนิคการออมแบบสม่ำเสมอ ที่จะทำให้คุณมีวินัยและมีเงินเก็บออมที่เป็นตัวเลขชัดเจนได้

4. มีเป้าหมายในการออมเงิน

การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะทำให้โอกาสประสบความสำเร็จในการออมได้ตามแผนมีสูง เช่น ตั้งใจว่าจะประกอบกิจการของตัวเองในอีก 1 ปี จึงต้องการเก็บเงินออมให้ได้ครบ 200,000 ภายใน 1 ปีนี้ หรือจะนำไปเป็นค่าเทอมเรียนต่อปีการศึกษาหน้า 50,000 บาท ก็จะทำให้มีเป้าหมายในการออมเงินที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

หวังว่า บทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจ ให้ทุกท่านนำเทคนิคที่ได้ไปปรับใช้ เพื่อออมเงินไว้สำรองสำหรับเหตุฉุกเฉิน หรือเพื่อต่อยอดสร้างโอกาสในชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

เทคนิคการออมเงินที่เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจ 2019

เคล็ดลับการออมเงิน มีรายได้น้อยจะเก็บเงินอย่างไร

เคล็ดลับการออมเงิน มีรายได้น้อยจะเก็บเงินอย่างไร

บรรดามนุษย์เงินเดือนและคนหาเช้ากินค่ำยังชีพด้วยเงินเดือนขั้นต่ำที่แทบไม่พอสำหรับค่าครองชีพซึ่งแพงขึ้นทุกวัน รายได้พอใช้แบบเดือนชนเดือนแทบไม่เหลือให้ออมเงินเพื่ออนาคต พอถึงช่วงกลางเดือนเงินเดือนก็แทบจะหมดแล้ว ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลก ทุกคนควรพยายามใช้จ่ายให้น้อยลงและประหยัดมากขึ้น แต่อัตราการออมภาคครัวเรือนในประเทศยังคงลดลงต่อไป มักมีคำถามว่าคนรายได้น้อยจะเก็บเงินอย่างไร

เคล็ดลับการออมสำหรับคนรายได้ต่ำ กุญแจสำคัญคือการเริ่มต้นทำสิ่งต่อไปนี้

กำหนดวงเงินในบัตรเดบิตและบัตรเครดิตของคุณ ช่วยป้องกันการซื้อแบบไม่ได้วางแผน เพราะหากควบคุมการใช้จ่ายด้วยตัวเองไม่ได้และรูดบัตรอย่างไม่ระวัง ก็จะเปิดโอกาสให้เป็นหนี้ได้ง่าย ข้อสำคัญคือชำระเงินให้ตรงตามกำหนดเวลาจะไม่ต้องเสียดอกเบี้ยการผิดนัดชำระ

พยายามลดค่าใช้จ่ายในบ้าน เช่น ปิดไฟ ปิดก๊อกน้ำ ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและถอดปลั๊กทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งานจะลดค่าใช้จ่ายต่อเดือนได้หลายบาท แอร์เก่ากินไฟเก่งควรขยันล้างฝุ่นตัวกรองบ่อย ๆ แนะนำให้ลงทุนซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ที่ประหยัดพลังงานและปิดแอร์ก่อนเลิกใช้ 30 นาทียังมีความเย็นอยู่ช่วยลดค่าไฟระยะยาว จะออมเงินง่ายขึ้น

หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารนอกบ้าน เตรียมอาหารเย็นทุกมื้อที่บ้าน เตรียมอาหารมื้อกลางวันไปกินที่ทำงานด้วยยิ่งช่วยประหยัด ซื้อของสดมาทำกินเองที่บ้านหรือซื้ออาหารลดราคาช่วงใกล้หมดอายุจะประหยัดมากขึ้น

วางแผนก่อนช้อปปิ้ง เขียนรายการสิ่งที่ขาดและต้องการซื้อเท่านั้น เห็นอะไรล่อตาล่อใจอย่าได้วอกแวกเด็ดขาดเพื่อป้องกันเงินรั่วไหลจากการซื้อของโดยไม่วางแผน จดบันทึกรายรับ-รายจ่ายและทำงบประมาณทุกเดือน ในกรณีที่เห็นสินค้าลดราคาให้ซื้อตุนไว้ได้ แต่อย่าลืมคำนวณเวลาให้ดีเพราะของใช้บางอย่างก็มีอายุ เลือกซื้อตุนเฉพาะของที่จำเป็นจริง ๆ เสื้อผ้าใหม่ที่ไม่ยังจำเป็นถึงแม้จะเป็นของลดราคาก็ไม่ควรซื้อ เพราะถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า

ลองใช้สูตรออมเงินแบบ 50-30-20 แบ่งค่าใช้จ่ายเป็น 3 ประเภท ส่วนแรก 50% คือค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิต เช่น ค่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ ค่ารถ ค่าอาหาร ชำระหนี้ ส่วนที่สอง 30% คือค่าใช้จ่ายส่วนตัว ซื้อเสื้อผ้าและสิ่งอื่นที่อยากได้ ส่วนที่สาม 20% คือการออมเงินไว้ใช้ในอนาคต

ตรวจสอบบัญชีธนาคารและการเงินอย่างเคร่งครัด หากมีหนี้สิน ควรชำระหนี้ดอกเบี้ยสูงก่อน อัตราดอกเบี้ยสูงจากสินเชื่อส่วนบุคคลมักจะมีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม รีบชำระหนี้ไม่ให้ดอกเบี้ยสะสมมากขึ้น

ปรับโครงสร้างหนี้ พิจารณาว่าธนาคารใดมีค่าธรรมเนียมต่ำที่สุดและมีสิทธิประโยชน์ให้หรือไม่

มองหางานเสริมรายได้ ทำงานพิเศษในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ อาจไม่สะดวกสบายนักเพราะงานประจำก็เหนื่อยมากอยู่แล้ว แต่ในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้และยังมีพลังในวัยหนุ่มสาว อะไรที่พอทำได้ก็ให้ขยันทำไปก่อน ออมเงินได้มากพอสมควรจะไม่ต้องกังวลกับอนาคตซึ่งอายุมากไม่มีกำลังหารายได้เพิ่มอีกแล้ว

เคล็ดลับการออมเงินให้สำเร็จคือต้องเริ่มต้นเดี๋ยวนี้ มีความขยัน อดทนและมุ่งมั่น มองหาช่องทางประหยัดหลาย ๆ วิธีเพื่อให้ออมเงินพอกินพอใช้ในช่วงบั้นปลายชีวิตซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาว

เคล็ดลับการออมสำหรับคนรายได้ต่ำ

6 วิธีการประหยัดค่าจ่าย ออมเงินง่ายกว่าที่คิด

วิธีการประหยัดค่าจ่าย ออมเงินง่ายกว่าที่คิด

การออมเงินอาจดูเหมือนเรื่องยากสำหรับคนที่มีรายได้ไม่มาก ปกติก็ชักหน้าไม่ถึงหลังแทบทุกเดือนอยู่แล้ว ความจริงมีวิธีลดค่ำใช้จ่ายอยู่หลายวิธีที่คนไม่ค่อยนึกถึง เพียงลดการจ่ายเงินออกไปก็เพิ่มเงินเก็บในแต่ละเดือน วิธีที่คุณสามารถประหยัดเงินได้ง่ายกว่าที่คิด มีดังนี้

1.เลิกยึดติดแบรนด์เนม

เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้าแบรนด์เนม หันมาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพระดับเดียวกันแต่ราคาถูกกว่า การซื้อของแบรนด์เนมอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่โตก็จริง แต่ลองคิดถึงความประหยัดเมื่อซื้อสินค้าในระยะยาว ข้อสำคัญคือพิจารณาคุณภาพควบคู่กับราคา หากกระดาษชำระราคาถูกกว่าเล็กน้อย แต่ต้องใช้ปริมาณเพิ่มขึ้นสองเท่าก็ไม่ช่วยประหยัดเลย สำรวจตลาดบ่อย ๆ จะเห็นว่าสินค้าที่ไม่ใช่แบรนด์เนมมากมายมีคุณสมบัติคล้ายกัน ต่างกันที่ฉลากเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเพื่อซื้อของแบรนด์เนมเลย

2.ช้อปปิ้งหลังเทศกาลหรือวันหยุดสำคัญ

หลังจากวันหยุดสำคัญ ร้านค้าจะย้ายผลิตภัณฑ์ออกจากชั้นวางอย่างรวดเร็ว บางอย่างลดราคาถูกจริง ๆ จะช่วยประหยัดเงินได้มาก ไม่ว่าจะเป็นคริสต์มาส วันปีใหม่ วันแม่ หรือวันหยุดอื่น ๆ รอซื้อของขวัญ ของตกแต่งหรือเครื่องแต่งกายไว้ใช้ในปีหน้า อย่าลืมตรวจสอบวันหมดอายุก่อนที่จะซื้อ สินค้าหลายรายการที่มีอายุการเก็บรักษาเป็นเวลาหลายปี

3.เขียนรายการก่อนซื้อ

หลายคนจดรายการของที่ต้องซื้อเพื่อกันลืม และมักจะหยิบของเกินมาเสมอ ร้านค้ามักจะติดป้ายลดราคาหรือวางอาหารน่ารับประทานไว้ใกล้จุดชำระเงิน ล่อใจให้ซื้อมากกว่าที่วางแผนไว้ ควรยึดมั่นกับรายการที่จดไว้เสมอ ก่อนตัดสินใจซื้อต้องแน่ใจว่าต้องการสิ่งนั้นจริง ๆ คำนึงถึงค่าใช้จ่ายโดยรวมต่อเดือนเมื่อคิดจะซื้อทีวีใหม่ เฟอร์นิเจอร์ใหม่ และเสื้อผ้าจำนวนมาก

4.กินข้าวที่บ้านให้บ่อยขึ้น

การกินข้าวนอกบ้านบางครั้งก็จำเป็น แต่กิจกรรมทางสังคมทุกเดือนสิ้นเปลืองมาก ลองชวนเพื่อนมาที่บ้านทำอาหารอร่อยกินเองทั้งสนุกและราคาถูกกว่ามาก ประหยัดว่ากินในร้านอาหารหรูเพราะไม่ต้องจ่ายเงินค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่ม หากทำอาหารปริมาณมากก็ยังเก็บไว้รับประทานต่อได้ไม่ทิ้งของเหลืออีกด้วยวิธีที่คุณสามารถประหยัดเงินได้ง่าย

5.ปลูกพืชผักกินเอง

ไม่จำเป็นต้องมีสวนหลังบ้านหรือทำฟาร์มเป็นจริงเป็นจัง แค่พื้นที่ระเบียงในอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ วางกระป๋องหรือกระถางปลูกพืชสวนครัวที่ดูแลง่าย เช่น ต้นหอม ผักชี ขึ้นฉ่าย โหระพาใบ สะระแหน่ และมะเขือเทศ ประหยัดเงินซื้อของชำที่ซื้อมาแล้วมักจะใช้ไม่หมด ใช้ไม่ทันก็เน่าเสียก่อน

6.ใช้แอปพลิเคชันประหยัดเงิน

มีแอปพลิเคชันน่าสนใจมากมายช่วยคำนวณรายรับ-รายจ่าย วางแผนออมเงิน หรือตั้งค่าหักเงินออมล่วงหน้าจากบัญชีธนาคารของคุณทุกสัปดาห์ เป็นวิธีประหยัดเงินที่ง่ายที่สุดและตั้งเป้าหมายการออมได้หลายแบบ รวมทั้งติดตามความเคลื่อนไหวของเงินในบัญชีได้สะดวกด้วย แอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อกับบัตรเครดิตจะรู้ว่ารูดบัตรไปเท่าไร จะได้รับสิทธิประโยชน์อะไรบ้างจากแต้มสะสม รู้จักใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์จะเห็นภาพรวมของการใช้จ่ายชัดเจนขึ้น การประหยัดเป็นวินัยทางการเงินที่จะช่วยจัดการการใช้จ่ายอย่างประหยัดและออมเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันละเล็กน้อยจะสะสมเป็นเงินก้อนใหญ่ในระยะยาว

วิธีการออมเงินสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงาน

วิธีการออมเงินสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงาน

การเก็บออมเงินเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่จะทำให้เป็นผู้มั่งคั่งในระยะยาวได้ สำหรับผู้ที่เพิ่งเรียนจบและเป็นน้องใหม่ในที่ทำงาน ควรหาวิธีในการออมเงินที่เหมาะสม กับตนเอง เพื่อช่วยให้ไม่เกิดการใช้จ่ายเกินตัวและทำให้มีเงินสำรองสำหรับการใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นในอนาคตด้วย

ในบทความนี้ เราได้รวบรวมวิธีการออมเงินสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงานมาฝากกันเพื่อให้นำไปปรับใช้ได้ตามความเหมาะสม ดังนี้

1. ให้กำหนดงบประมาณค่าใช้จ่ายแต่ละวัน

เช่น เดือนมกราคม มี 31 วัน ให้คำนวณว่า ในแต่ละวันจะมีงบประมาณใช้จ่ายไม่เกินกี่บาท ให้นำเงินจำนวนนั้นใส่ถุงไว้ ทำเช่นนั้นจนครบทั้ง 31 วัน แล้วนำมาใช้ทีละวันตามแผน วิธีนี้จะช่วยไม่ให้มีการใช้จ่ายเกินจากงบประมาณที่ตั้งไว้ได้เป็นอย่างดี

2. หักส่วนเศษของเงินเดือนเข้าบัญชีเงินออม

นอกจากบัญชีรับเงินเดือนแล้ว ควรเปิดบัญชีสำหรับการเก็บออมเงินด้วย เมื่อเงินเดือนเข้า ให้หักส่วนเศษ ย้ายไปเก็บในบัญชีเงินออม เช่น ปลายเดือนมีเงินเข้าบัญชี 17,500 บาท ก็โอนเงินเศษ 2,500 บาทไปเก็บไว้ในเงินออม ส่วน 15,000 บาทที่เหลือก็นำไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายรายวันตามข้อแรก

3. เก็บเงินตามวันของปีนั้น

เป็นวิธีการง่าย ๆ คือ ใช้หลักการว่าใน 1 ปี มี 365 วัน ให้กำหนดวันที่ 1 มกราคม เป็นวันที่ 1 เก็บเงิน 1 บาท วันที่ 2 มกราคม เป็นวันที่ 2 เก็บ 2 บาท ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆจนถึงสิ้นปีครบ 365 วัน คุณจะมีเงินเก็บประมาณ 7 หมื่นบาทเลยทีเดียวเราได้รวบรวมวิธีการออมเงินสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงานมาฝากกันเ

4. เก็บเศษเหรียญในกระปุกออมสิน

เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้เงินไม่รั่วไหล ซึ่งเงินเหรียญที่สะสมวันละเล็กน้อย เมื่อกระปุกเต็มสามารถนำไปแลกเป็นธนบัตร อาจได้เงินเป็นจำนวนหลายพันบาทเลยทีเดียว

5. การเก็บธนบัตรใหม่

ไม่ว่าจะเป็นการกดเงินจากตู้ atm หรือมีการแลกเงินเป็นธนบัตรใหม่ ก็ช่วยให้จูงใจมากขึ้นในการเก็บไว้เป็นที่ระลึก วิธีนี้ยังเป็นเทคนิคการเก็บธนบัตรสะสมที่เพิ่มมูลค่าตามเวลาได้ด้วย

6. ออมเพื่อสิ่งที่ชอบ

ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวต่างประเทศ การเล่นดนตรี กีฬา ฯลฯ ให้แยกเงินออมออกมาสำหรับสิ่งเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณอยากได้กีตาร์ ก็ควรเก็บเงินออมส่วนหนึ่งเพื่อซื้อกีตาร์ต่างหากจากการเงินออมเพื่ออนาคต

การเก็บออมเงินมีอยู่หลายวิธี ผู้ที่เพิ่งทำงานควรศึกษาวิธีการออมให้หลากหลายและนำมาปรับใช้กับตนเองตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อเป็นการฝึกนิสัยในการออมและการลงทุน ทั้งยังทำให้มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วย

วิธีออมเงินแบบง่าย ๆ ใช้ได้ผลจริง ปี 2019

วิธีออมเงินแบบง่าย ๆ ใช้ได้ผลจริง ปี 2019

ในปัจจุบันเราอยู่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจและการเมืองที่ผันผวน ทุกคนจึงจำเป็นต้องประหยัดและรัดเข็มขัด เพื่อให้มีเงินพอใช้จ่ายในแต่ละเดือน ซึ่งการออมเงินทีละมาก ๆ อาจจะเป็นเรื่องที่ไกลตัวและปฏิบัติได้ยาก ในบทความนี้เราจึงได้รวบรวมวิธีการออมเงินที่ทำได้ง่าย ๆ และได้ผลสำหรับทุกคนมาฝากกัน ดังนี้

1. ตั้งกติกากับตัวเองว่าจะไม่ใช้ธนบัตร 50 บาท เนื่องจากธนบัตร 50 บาท ไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวันมากเท่าธนบัตร 20 และ 100 บาท เมื่อได้รับการทอนเงินจากร้านค้า ควรตั้งกติกาว่าจะไม่นำธนบัตร 50 บาทมาใช้ เพื่อให้เกิดการออมทีละเล็กละน้อย เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี ให้นำธนบัตรที่เก็บได้มานับ คุณจะประหลาดใจว่าธนบัตร 50 บาท ที่สะสมไว้ รวมกันอาจมีมูลค่านับหมื่นบาทเลยทีเดียว

2. แบ่งเงินใส่ถุง ควบคุมการใช้เงินแต่ละวันของตัวเอง เป็นวิธีที่ง่ายใช้ได้กับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้เดือนละครั้งแบบพนักงานบริษัทหรือคนทำงานประจำ เพียงการทำตารางประมาณการค่าใช้จ่ายรายวัน แล้วแบ่งเงินใส่ถุงย่อยติดไว้กับปฏิทิน ใช้เงินจำกัดอยู่ในถุงนั้น โดยไม่ให้กดเงินจาก ATM เพิ่มอีก และถ้าเหลือเงินในแต่ละวัน ให้นำไปเก็บในกระปุกและนำไปฝากธนาคารต่อไป วิธีนี้ทำให้คุณมีเงินออมควบคู่กับและฝึกวินัยในการจับจ่ายใช้สอยได้ดียิ่งขึ้น

วิธีการออมเงินที่ทำได้ง่าย ๆ

3. กำหนดเป้าหมายในการออมเงินที่ชัดเจน แต่ละคนจะมีงานอดิเรกหรือความชื่นชอบในสิ่งที่แตกต่างกัน เช่น การสะสมหนัง แผ่นซีดี การชมคอนเสิร์ต การท่องเที่ยวในและต่างประเทศ การซื้อสินค้าแบรนด์เนม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้สามารถใช้เป็นเป้าหมายในการออมเงินเพื่อที่จะใช้จ่ายเงินในแต่ละวันได้อย่างเพียงพอและยังมีเงินออมสำหรับใช้จ่ายในสิ่งที่ชอบเหมือนเป็นรางวัลจากการทำงานหนักตลอดทั้งปีได้อีกด้วย

4. พกพากระติกน้ำ แก้วน้ำส่วนตัว รวมถึงเครื่องดื่มแบบชง เช่น กาแฟซอง โกโก้ นมผงสำหรับชง ฯลฯ เพื่อการลดค่าใช้จ่ายในการซื้อรับประทานที่ออฟฟิศ ที่สำคัญ คือ ควรเรียนรู้การทำเมนูอาหารแบบง่าย ๆ ที่ใช้เวลาไม่นาน เพื่อใส่กล่องไปรับประทานที่ทำงาน ถ้าทำควบคู่กันได้ก็จะยิ่งลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารในแต่ละเดือนได้หลายพันบาท และจะทำให้มีเงินออมเหลือเก็บมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

วิธีออมเงิน มีอยู่หลายวิธีควรเลือกวิธีที่ง่ายและปรับเข้ากับชีวิตประจำวันได้ โดยไม่รู้สึกกดดันหรือเคร่งเครียดจนเกินไป แต่ขณะเดียวกันก็ต้องพยายามรักษาวินัยในการใช้จ่ายเงิน เพื่อให้รายได้ของคุณถูกใช้ไปกับสิ่งที่จำเป็น และยังเหลือเงินเก็บสำหรับอนาคตได้ด้วย

การออมเงิน เพื่ออนาคตที่สดใสในวันข้างหน้า

การออมเงิน เพื่ออนาคตที่สดใสในวันข้างหน้า

การออมเงินคือการที่เราเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้เพื่อเป็นประโยชน์ด้านต่างๆในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือเก็บไว้เป็นเงินฉุกเฉินเผื่อว่าจะมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นในอนาคต แต่หลายๆคนกลับมีปัญหาที่ไม่ว่าจะออมเงินสักเท่าไหร่มันก็อดใจไม่ไหวต้องเอาออกมาใช้ทุกที เฮ้อ..จะทำยังไงดีล่ะทีนี้ วันนี้เราจึงมีวิธีดีๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้ มาช่วยในการออมเงินให้ได้ผลมากยิ่งขึ้นอีกด้วย จะมีวิธีไหนบ้างไปดูกันเลย

1. เอาชนะใจตัวเองให้ได้ก่อน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ยากที่สุด คือเราต้องบังคับตัวเองไม่ให้ใช้ ไม่ให้ซื้อ อาจจะตั้งเป้าหมายสำหรับการออมเงิน ซึ่งหากเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว ก็ให้เราคิดถึงเป้าหมายนั้นไว้ทำตามเป้าหมายนั้นให้ได้ สร้างวินัยให้ตัวเอง

2. เก็บเงินก่อนที่จะใช้จ่ายต่างๆ วิธีง่าย ๆ เพียงแค่เมื่อเราได้เงินมาแล้วก็ให้แบ่งส่วนหนึ่งเก็บเป็นเงินออมไว้ก่อนแล้วบังคับตัวเองไม่ให้เอาเงินส่วนนี้ไปใช้ แต่อย่าแบ่งไว้เยอะจนไม่มีเงินใช้หนี้ล่ะ

3. พกเงินให้น้องลง หากเราเป็นคนที่พกเงินแค่ไหนก็ใช้เงินเท่านั้น การเลือกพกเงินให้น้อยลงก็ถือว่าเป็นวิธีที่จะช่วยให้เราใช้เงินน้อยลงและมีเงินเก็นมากขึ้นได้ด้วย

4. เก็บแบงก์50ไว้ เพียงแค่ได้แบงก์ 50 มาเมื่อไหร่ก็ให้เก็บไว้ เก็บใส่กระปุกไปเรื่อยๆ เมื่อเต็มกระปุกแล้วก็เอาไปฝากธนาคารไว้

5. หยอดกระปุกออมสิน หยอดกระปุกออมสินเรื่องเด็กๆ ที่ใครก็ทำได้แต่พอหยอดไปทีไร ก็อดใจไม่ไหวต้องแคะออกมาใช้ทุกที ทางที่ดีเราควรแบ่งกระปุกออกเป็นหลายๆส่วน แต่ละกระปุกมีเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป อาจจะแบ่งเงินหยอดกระปุกละ 10-20 บาท และที่สำคัญอย่าแคะออกมาใช้ก่อน

6. ไม่ยึดติดของแบรนด์เนม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือของใช้ต่างๆ เราไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ของแบรนด์เนมเสมอไป เวลาเราเลือกของใช้ต่างๆ ให้คำนึงถึงคุณภาพ ราคาที่เหมาะสม และคำนึงถึงจุดประสงค์เป็นหลัก

7. ลดค่าใช้จ่ายจุกจิกรวมถึงการหลงในอบายมุขจนเกินตัว ในหนึ่งวันของเรานั้นมีค่าใช้จ่ายจุกจิกมากมายไม่ว่าจะเป็นค่าขนม นม เนย น้ำต่างๆ ทั้งยังมีค่าโน่นค่านี่ต่างๆที่ไม่ค่อยจะมีความสำคัญสักเท่าไหร่ นอกจากนี้ การหาเรื่องเสียทรัพย์กับกลุ่มเสี่ยงโชค ไม่ว่าจะเป็น หาทีเด็ดแม่นๆ จาก ทีเด็ดล้มโต๊ะ.com แล้วเอาไปพนัน แบบนี้มีแต่เสียกับเสียในระยะยาว ถ้าหากเราลดค้าใช้จ่ายเหล่านี้ได้ เราก็จะมีเงินเหลือเก็บออมมากขึ้นอีกด้วย

การออมเงินนั้นมีหลากหลายวิธีให้เลือกใช้ ซึ่งก็เป็นวิธีง่ายๆ ที่ทุกๆคนสามารถทำได้ เลือกใช้วิธีที่เหมาะสมเก็บออมเงินไว้เพื่อนาคตที่สดใส

การออมเงิน เพื่ออนาคตที่สดใส

อัพเดตวิธีการออมเงินให้โต ฉบับปี 2019

อัพเดตวิธีการออมเงินให้โต ฉบับปี 2019

การออมเงินเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐาน สำหรับการสร้างความมั่นคงทางการเงิน และทำให้คุณสามารถวางแผนการใช้ชีวิตได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องฝึกวินัยทางการออมอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอจึงจะทำให้เงินออมโตได้ไวและมีความเสี่ยงต่ำ ในวันนี้เราจึงได้รวบรวมวิธีการออมเงินที่เหมาะสมสำหรับ ปี 2019 มาฝากกัน ดังนี้

1. การซื้อประกันควบคู่กับการออม

ปัจจุบันมีกรมธรรม์ที่ออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าสามารถออมเงินได้ยาว ๆ แบบประกันบำนาญ มักมีระยะเวลาในการคุ้มครองยาวนานกว่า 10 ปี ทำให้เจ้าของกรมธรรม์สามารถออมเงินอย่างสม่ำเสมอด้วยการจ่ายรายเดือน รายปี แล้วรอรับต้นและดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดสัญญา กรมธรรม์แบบนี้สามารถนำไปแสดงเพื่อการลดหย่อนภาษีรายได้บุคคลช่วงมกราคมถึงมีนาคมของแต่ละปีได้ด้วย

2. การฝากเงินในธนาคารแบบสูตรขั้นบันได

เป็นการออมในจำนวนเงินคงที่ เช่น หนึ่งหมื่นบาท ตลอดเวลายาวนานแปดเดือน (เดือนละหนึ่งครั้ง) ซึ่งในแต่ละช่วงของการฝากเงินทางธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเงินฝากให้ในอัตราที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อเป็นการจูงใจ (ธนาคารจะแจ้งเป็นหลักฐานชัดเจนไว้ล่วงหน้าแล้ว) จึงเป็นวิธีการออมเงินที่เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนนี้อย่างเร่งด่วน

3. การหักเงินเดือนเพื่อส่งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ไม่ว่าคุณจะทำงานในบริษัทเอกชนหรือราชการ ย่อมมีระบบการออมเงินในส่วนนี้ ควรทำการตรวจสอบสิทธิ์และผลประโยชน์ที่จะได้ให้เข้าใจถ่องแท้ เพื่อการแจ้งใช้สิทธิ์เมื่อถึงเวลา เกษียณหรือลาออกจากบริษัท ซึ่งคุณจะได้เงินคืนในส่วนที่สะสมไว้และส่วนเงินสมทบจากนายจ้างตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งยังสามารถนำหลักฐานการส่งเงินไปแจ้งลดหย่อนการเสียภาษีแก่กรมสรรพากรได้อีกด้วย

4. การลงทุนแบบออนไลน์ DCA หรือ dollar cost average

เป็นการตัดบัญชีอัตโนมัติเพื่อซื้อกองทุนหรือหุ้นรายตัวเป็นประจำทุกสัปดาห์ เช่น ทุกวันจันทร์ เพื่อเป็นการถัวเฉลี่ยความเสี่ยงในมูลค่าของหุ้น ทำให้พอร์ตการลงทุนมีความปลอดภัยสูงขึ้น จึงนับได้ว่าเป็นการออมที่มีเทคนิคและท้าทายกลุ่มนักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการรักษาเงินต้นไว้ให้ปลอดภัยด้วย

5. ซื้อกองทุน RMF หรือ Retirement Mutual Fund

เป็นการซื้อหน่วยลงทุนติดต่อกันนานห้าปีปฏิทิน ซึ่งเงินที่ส่งกองทุนนี้สามารถนำมาคำนวณยกเว้นภาษีได้มากถึง 15 เปอร์เซ็นต์ของเงินทั้งหมดที่คุณนำไปลงทุนแต่ละปีด้วย แต่มีเงื่อนไขว่าจะถอนเงินคืนได้เมื่อคุณอายุครบ 55 ปีแล้วเท่านั้น

การออมเงินไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ย่อมเกิดประโยชน์แก่คุณทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แต่คุณควรศึกษาเทคนิคการออมแต่ละชนิดเพื่อการจัดสรร port การออมให้มีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ มีประสิทธิภาพสูงสุดและมีความเสี่ยงต่ำเท่าที่คุณยอมรับได้ด้วย

อัพเดตวิธีการออมเงินให้โต

หยุด! วงจรความยากจน ด้วยการออมเงินวันนี้

หยุด! วงจรความยากจน ด้วยการออมเงิน

ในยุคสมัยปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าการเก็บออมเงินและการบริหารเงินให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ยังมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราทุกคนต้องพยายามสร้างวินัยในการจับจ่ายและเสริมด้วยการวางแผนการเงินอย่างเคร่งครัด เพื่อหยุดวงจรความยากจน หรืออาการชักหน้าไม่ถึงหลังให้ได้โดยเร็ว

สัดส่วนในการออมเงินที่เหมาะสม

กูรูด้านการเงินแนะนำให้ทุกคนออมเงินในสัดส่วนหนึ่งในสี่ของรายได้ประจำ รวมถึงรายได้ขาจรหรืองานประเภทฟรีแลนซ์ในแต่ละเดือน และหากมีแผนต้องการใช้เงินเป็นก้อนโตในอนาคต เช่น ถอยรถ ซื้อคอนโด ฯลฯ ก็ควรต้องออมให้มากกว่าเดิม โดยอาจแยกบัญชีเพื่อให้เห็นภาพเป้าหมายที่ชัดเจนว่าเงินออมที่สะสมได้เข้าใกล้จุดมุ่งหมายมากน้อยเพียงใด

เป้าหมายการออมต้องชัดเจน

ชีวิตของคนเรามีความไม่แน่นอนอยู่เสมอ จึงห้ามประมาทกับทุกช่วงเวลา การออมเพื่อหยุดปัญหาทางการเงินให้ได้อย่างอยู่หมัด ก็เช่นเดียวกัน จำเป็นต้องคำนึงถึงเป้าหมาย และยึดไว้เป็นธงชัยที่ต้องก้าวไปให้ถึงให้ได้ โดยแบ่งวัตถุประสงค์ของการออมเงินออกเป็น 4 ประเภท คือ

1. การออมเงิน เผื่อฉุกเฉินระยะสั้น

เช่น เผื่อไว้สำหรับการว่างงานหรือการตกงาน ควรมีเงินออมส่วนนี้เพียงพอถึง 6 เดือน ทั้งนี้ ยังไม่รวมถึงกรณีเจ็บป่วย หรือเหตุต้องใช้เงินเร่งด่วน

2. การออมเงิน เพื่อชาร์จพลังให้ตัวเอง

ทุกคนย่อมมีความปรารถนาที่จะได้ทำอะไรตามต้องการ เพื่อจุดประกายความฝันหรือเป็นการเติมพลังให้แก่ตัวเอง เช่น การได้ไปทเริ่มปท่องเที่ยวต่างประเทศ การช้อปปิ้งของใช้แบรนด์เนม การออกค่ายเพื่อช่วยเหลือสังคม ฯลฯ ควรมีการออมเงินเพื่อส่วนนี้เป็นแผนระยะสั้น 1 ถึง 5 ปี จึงจะไม่เครียด และมีความเป็นไปได้สูง

3. การออมเงิน เพื่อเกษียณ

สมัยนี้มีค่านิยมอยากเกษียณตั้งแต่อายุน้อย หลายคนเริ่มวางแผนการออมเงินก้อนนี้ล่วงหน้าก่อนทำงานเสียอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก อย่าลืมว่ายิ่งออมไวก็มั่นคงและอุ่นใจมากกว่า ด้วย

4. การออมเงิน สำหรับต่อยอดลงทุน

การมีรายได้ทางเดียวดูจะไม่เพียงพอ ต่อวิถีชีวิตของยุค 2018 และยังไม่นับค่าครองชีพที่นับวันจะสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ การออมเงินเพื่อต่อยอดการลงทุน แม้จะเป็นการสะสมจากหลักร้อย หลักพันหลายปีต่อเนื่อง ก็สามารถให้ดอกทบต้นเป็นหลักแสนหลักล้านได้ เช่นกัน

จะเห็นได้ว่า การหยุดวงจรความยากจนหรือลดปัญหาทางการเงิน ประเภทชักหน้าไม่ ถึงหลัง สามารถเริ่มได้ด้วยการจัดระบบระเบียบชีวิตด้านการออมเงินเสียใหม่ อย่าปล่อยให้ดินพอกหางหมู ลุกลามจนยากเกินแก้ไข หากเริ่มเสียแต่วันนี้เชื่อว่าสถานการณ์การเงินของคุณจะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างแน่นอน

หยุด วงจรความยากจน ด้วยการออมเงินวันนี้

ออมเงินอย่างไรให้รวยเร็ว

ออมเงินอย่างไรให้รวย

หลังจากทำงานไปได้สักระยะ คนส่วนใหญ่จะเริ่มมีการออม เพื่อหวังที่จะสร้างฐานะและรวยได้ในอนาคต แต่การจะรวยได้อย่างรวดเร็วนั้นจะต้องมีเทคนิคที่ถูกต้อง ซึ่งกูรูด้านการเงินได้แนะนำเอาไว้หลายวิธีที่ทุกท่านสามารถนำมาปรับใช้ได้ ดังที่เราได้รวบรวมมาฝากกันที่นี่

ออมเงินอย่างไรให้รวยเร็ว

แบ่งสัดส่วนเงินออม

เงินแต่ละเดือน จะต้องแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ คือ

1. สำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เงินส่วนนี้จะต้องมีไว้เพื่อสำรองอยู่ 6 เดือนเสมอ เผื่อจำเป็นกรณีมีการเปลี่ยนงาน

2. ใช้ยามฉุกเฉิน เช่น เมื่อมีญาติพี่น้องป่วย รถเสีย บ้านต้องซ่อมแซม จะนำเงินส่วนนี้มาใช้และไม่ไปรบกวนเงินในส่วนแรก

3. ออมเงินเพื่อการลงทุน ซึ่งการลงทุนในปัจจุบันมีหลายแบบที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงทั้งระยะสั้นและยาว ควรศึกษาข้อมูลจากสถาบันการเงินการลงทุน เช่น ตลาดหลักทรัพย์ หรือจากธนาคารต่าง ๆ ที่มีข้อมูลกองทุนน่าสนใจมากมายประชาสัมพันธ์ผ่านทางเว็บไซต์

ตั้งเป้าหมายทางการเงิน

สิ่งนี้มีความสำคัญมาก คนจำนวนไม่น้อยไม่ออมเงิน เนื่องจากไม่มีเป้าหมายว่าจะนำเงินไปทำอะไร ซึ่งกูรูด้านการเงินแนะนำว่าให้มีเป้าหมายกับสิ่งที่ชอบ เช่น คนที่ชอบเที่ยวต่างประเทศ ก็จะเก็บเงินสะสมเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย (ตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าอาหารและอื่น ๆ) สำหรับเที่ยว 5-7 วัน หรือผู้ที่อยากมีบ้านหรือรถยนต์เป็นของตัวเอง ก็จะตั้งเป้าหมายในการหาเงินไปดาวน์บ้าน ดาวน์รถ

การมีเป้าหมายจะทำให้มีความพยายามเก็บเงินให้ได้มากขึ้น ลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไม่จำเป็นได้เป็นอย่างดี ซึ่งเงินส่วนนี้ควรจะแยกต่างหากออกมาจากสามส่วนแรกที่กล่าวไว้ตอนต้น (โดยแยกออกมาประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของรายได้) สะสมไว้ในอีกบัญชีหนึ่ง ก็จะทำให้การออมเงินของคุณมีสัดส่วนที่ชัดเจนดีขึ้น

ลดหนี้สินโดยเฉพาะส่วนที่เป็นดอกเบี้ย

หากมีเงินกู้ต่าง ๆ ต้องพยายามจัดการให้หมดโดยไว ตัวอย่างเช่น การกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือซื้อรถ ซื้อบ้านไว้ ควรต้องจัดสรรครึ่งหนึ่งของรายได้ ไปชำระคืนเงินต้นที่กู้มา อันจะทำให้ลดดอกเบี้ยเงินกู้ได้อย่างมาก

นอกจากนี้ หนี้บัตรเครดิตที่ใช้เพื่อการซื้อสิ่งของในชีวิตประจำวัน ก็ควรจะต้องทยอยจ่ายโดยไว เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงให้เร็วที่สุด หากเป็นไปได้ ควรออมเงินเตรียมไว้สำหรับชำระค่าบัตรเครดิตไว้ล่วงหน้า เมื่อถึงกำหนดจะได้นำมาจ่ายได้ทันที โดยไม่ต้องเกิดดอกเบี้ย

จะเห็นได้ว่า การออมเงินที่ดีจะต้องประกอบไปด้วย การจัดสรรเงินรายได้ให้เหมาะสมกับค่าใช้จ่ายด้านต่าง ๆ คู่กับการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป โดยเฉพาะดอกเบี้ยที่มาจากการกู้หนี้ยืมสิน ทั้งยังต้องมีเป้าหมายในการเก็บเงินที่ชัดเจน หากทำได้สม่ำเสมอตามที่กล่าวมาเชื่อว่าความร่ำรวยจะเกิดขึ้นกับคุณได้ในไม่ช้าอย่างแน่นอน

ออมเงินอย่างไร รวยเร็ว

ออมเงินอย่างไร ให้รวยก่อนอายุ 30

ออมเงินอย่างไร ให้รวยก่อนอายุ 30

คนรุ่นใหม่อยู่ในช่วงยุคสมัยของการใช้เทคโนโลยีในการสร้างรายได้ที่ง่ายขึ้นกว่าคนยุคเก่า ทั้งยังมีความหลากหลายในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสินค้าที่ตอบโจทย์ในการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม การมีรายได้ที่สูงต้องมาคู่กับเทคนิคการออมเงินที่ต้องรู้เคล็ดลับ จึงจะทำให้สามารถเป็นเศรษฐีร่ำรวยได้ก่อนอายุ 30 ปี ซึ่งจะมีวิธีการออมอย่างไรบ้างมาดูกัน

การแยกออมเงินก่อนใช้

อย่างน้อยหนึ่งในสามของรายได้ที่หาได้จากการขายสินค้าออนไลน์ หรือการรับจ๊อบใด ๆ ควรแยกเข้าธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาวที่น่าพอใจในความเสี่ยงที่ต่ำ เช่น การซื้อกองทุน RMF (มีข้อแม้ที่จะถอนได้ต่อเมื่ออายุ 55 ปีโดยที่ต้องฝากแล้ว นาน 5 ปีขึ้นไป) การซื้อกองทุน LTF แบบ DCA (เฉลี่ยเงินรายได้ซื้อเป็นรายเดือน ครบ 7 ปีจึงถอนได้) หรือจะเลือกฝากธนาคารแบบฝากประจำก็ได้เช่นกัน

ออมเงินอย่างไร ให้รวย

การแยกบัญชีสำรอง สำหรับช่วง 6 เดือน

การมีเงินสำรองเพื่อเหตุฉุกเฉินจะเป็นประโยชน์สำหรับอนาคตที่ไม่มีใครรู้ได้ว่าจะต้องมีการเปลี่ยนงาน หรือว่างงานหรือไม่ การออมเงินในรูปแบบหุ้นกู้ หรือซื้อเป็นพันธบัตรรัฐบาลจะช่วยให้มีวินัยและเพิ่มเงินเก็บต่างหากไว้อีกก้อนหนึ่งได้ โดยยังให้ดอกเบี้ยแก่เจ้าของบัญชีด้วย

หรือจะซื้อในรูปแบบสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในการแลกเปลี่ยนที่เป็นสากลอย่างการซื้อทอง หรือเงินตราต่างประเทศก็ได้ แต่กรณีนี้ต้องมีความรู้ด้านอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน การศึกษาสถานการณ์โลกด้านราคาน้ำมัน นโยบายทางการฑูต ภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ จะ ทำให้การออมเงินก้อนนี้มีประสิทธิภาพและเพิ่มฐานเงินออมได้ดียิ่งขึ้น

ออมเงินด้วยการลดรายจ่าย

หนึ่งในหลักการพื้นฐานของการออมเงินให้มากขึ้นได้ไว คือ การลดต้นทุน หรือค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อาจลดการขับรถยนต์ส่วนตัวที่ต้องเสียค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าที่จอดรถ แล้วไปเลือกนั่งรถโดยสารประจำทาง เช่น รถ BTS รถใต้ดิน MRT แทนบ้าง นอกจากนี้ ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารด้วย การลองทำอาหารแบบง่าย ๆ เตรียมอาหารคลีนนึ่งอกไก่ คู่กับผักผลไม้สด ไปรับประทานเอง แทนการต้องจ่ายค่าอาหารวันละหลายร้อยได้ (ได้ประโยชน์ทั้งด้านสุขภาพ ลดน้ำหนักและมีเงินเหลือต่อเดือนมากขึ้นด้วย)

การออมเงินเป็นสิ่งที่ดี หากเริ่มทำให้เป็นนิสัยตั้งแต่อายุน้อยจะมีสิทธิ์รวยได้ก่อนอายุ 30 อย่างแน่นอน ในช่วงยุคสมัยที่มีการหารายได้ง่ายขึ้นทั้งช่องทาง offline และ online อย่าลืมว่าการมีวินัยในการออมและการใช้จ่ายเงินอย่างรู้คุณค่า ต้องมีความสม่ำเสมอจึงจะทำให้บรรลุเป้าหมายในการออมเป็นเศรษฐีรวยได้ในเร็ววัน

ออมเงิน ให้รวยก่อนอายุ 30