ออมเงินอย่างไรเพิ่มเงินเก็บได้จริง

ออมเงินอย่างไรเพิ่มเงินเก็บได้จริง

การออมเงินเป็นสิ่งจำเป็นที่ทำให้คุณมีหลักประกันด้านหลักทรัพย์ที่มั่นคงในอนาคต เพื่อต่อยอดการทำธุรกิจส่วนตัวหรือเพื่อนำไปใช้ลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างไม่จำกัด

เรามาดูกันว่า ถ้าคุณต้องการเพิ่มเงินเก็บจะมีเทคนิคการออมวิธีใดบ้างที่ได้ผล

1.การเก็บเงินเหรียญใส่กระปุกทุกครั้ง
หากคุณได้รับเงินทอนไม่ว่าจะเป็นจากการซื้อของในร้านสะดวกซื้อ เงินทอนค่าทางด่วน ฯลฯ แนะนำให้คุณใส่กระปุกเก็บเอาไว้แทนที่จะวางไว้กระจัดกระจายที่ต่าง ๆ แล้วนำมานับรวมกันในแต่ละเดือนเพื่อนำไปฝากธนาคาร วิธีนี้จะทำให้คุณมีวินัยในการเก็บเงินจากการเห็นมูลค่าของเงินเหรียญที่ออมวันละเล็กละน้อย ก็กลายเป็นเงินสะสมหลักร้อยหลักพันบาทได้ในเวลาไม่กี่เดือน

2.ตั้งใจหยอดเงินใส่กระปุกตามจำนวนวันของ 1 ปี
วิธีการคิด คือ ใน 1 ปี มี 365 วัน ขอให้คุณนับจากวันที่ 1 มกราคมไปจนถึง 31 ธันวาคมเท่ากับมูลค่าเงิน 1 จนถึง 365 บาท และให้หยอดกระปุกเก็บไว้เท่ากับเลขวัน เช่น วันที่ 1 มกราคม ออมเงิน 1 บาท วันที่ 31 มกราคม ออมเท่ากับ 31 บาท และออมเงินวันที่ 31 ธันวาคม เท่ากับ 365 บาท เทคนิคนี้ทำให้คุณไม่รู้สึกว่าการเก็บเงินเป็นภาระ และช่วยให้มีเงินเก็บเพิ่มขึ้น 66,795 บาทต่อปีเลยทีเดียว

3.จำกัดการใช้เงินรายวัน
คุณควรแยกเงินใส่ถุงเล็ก ๆ ไว้ เพื่อจำกัดการใช้ในแต่ละวัน เช่น วันละไม่เกิน 200 บาท หากมีเงินเหลือวันนั้น ให้นำเงินเก็บหยอดกระปุกไว้ และใช้เงินวันต่อไปในงบประมาณ 200 บาทเท่าเดิม ยิ่งคุณมีความเคร่งครัดมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเหลือเงินเก็บมากเท่านั้น ในตอนท้ายของแต่ละเดือนก็ให้สรุปตัวเลขและนำเงินไปฝากเข้าบัญชีประจำหรือออมทรัพย์ เป็นเทคนิคที่จะช่วยให้คุณเห็นตัวเลขจากการออมเงินได้อย่างชัดเจนและมีกำลังใจ ในการควบคุมค่าใช้จ่ายตัวเองได้ดียิ่งขึ้นต่อไป

4.เลิกใช้บัตรเครดิตหากไม่มีวินัยการเงินที่ดี
การใช้บัตรเครดิตจะทำให้คนจับจ่ายใช้สอยง่ายกว่าปกติ มีการศึกษาวิจัยทางพฤติกรรม พบว่าคนเรามักจะเสียดายเงินหากต้องจ่ายเป็นเงินสดมากกว่าการรูดบัตรเครดิต แปลว่าคุณจะไตร่ตรองหลายรอบก่อนที่จะซื้อสินค้าต่าง ๆ โดยเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าสูงหลักพันหลักหมื่นบาทขึ้นไป หากคุณต้องการเพิ่มเงินออมให้กับตัวเอง ต้องงดใช้บัตรเครดิต เว้นแต่ว่าคุณเป็นคนมีวินัยในการใช้จ่ายสูงและวางแผนรอบคอบทุกครั้งก่อนใช้บัตรเครดิตเสมอ

การเพิ่มเงินออมเป็นสิ่งที่คุณต้องทำด้วยตัวเอง โดยการมีวินัยในการจับจ่ายใช้สอยที่ประหยัด มีเป้าหมายในการออมเงินที่ชัดเจน เช่น ต้องการมีเงินเก็บ 5 แสนบาทภายในเวลา 2 ปี ต้องการเงินลงทุนธุรกิจ 1 แสนบาทให้ได้ในเวลา 1 ปี ฯลฯ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมุ่งมั่นให้สามารถออมเงินได้มากขึ้นแน่นอน

เริ่มต้นออมเงิน เพื่อความมั่งคั่ง 2020

เริ่มต้นออมเงิน เพื่อความมั่งคั่ง 2020

การออมเงินเป็นสิ่งสำคัญ ที่ทำให้เรามีเงินทุนเพียงพอเพื่อไปประกอบกิจการส่วนตัวในอนาคตได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปกู้เงินจากสถาบันการเงินให้เสียดอกเบี้ย และยังเป็นการสร้างเงินเก็บสะสมสำหรับวัยเกษียณที่มั่งคั่งได้ เรามาดูกันว่าหากคุณต้องการมีเงินออมมากขึ้นเพื่อความมั่งคั่งในอนาคต จะมีเทคนิคอะไรบ้าง

1.การหักเงินบัญชีอัตโนมัติไปฝากประจำ

คุณสามารถใช้ระบบอินเทอร์เน็ตแบงกิ้งของธนาคารใดก็ได้ ในการตัดบัญชีเป็นประจำ โดยเลือกวันที่คุณสะดวก เช่น ทุกวันจันทร์ โดยระบบจะตัดเงินเท่ากันทุกสัปดาห์ เป็นเทคนิคที่ดีสำหรับการสร้างวินัยตัวเองให้ควบคุมการใช้จ่ายให้มีเงินเหลือในบัญชีพร้อมตัดไม่ต่ำกว่าระดับขั้นต่ำ เช่น ถ้าตั้งไว้ 1,000 บาท ทุกวันจันทร์ 1 เดือน คุณจะมีเงินเก็บถึง 4,000 บาท แล้ว จะเห็นว่าไม่ใช่เงินน้อยเลย

2.ฝากเงินเข้าระบบสหกรณ์หรือ กอช.

สำหรับผู้ที่ทำงานระบบราชการ หรือองค์กรที่สนับสนุนการเก็บออม สามารถสมัครเป็นสมาชิกสหกรณ์ของหน่วยงานได้ เพื่อการฝากเงินอย่างเป็นระบบ โดยจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราสูงกว่าการฝากแบบออมทรัพย์ที่ธนาคารด้วย ส่วนผู้ที่ทำงานค้าขาย บุคคลทั่วไป แนะนำให้สมัครเป็นสมาชิก กอช. หรือ กองทุนการออมแห่งชาติ ซึ่งมีรัฐบาลรองรับ จะได้เงินสะสมแบบสมทบตามหลักเกณฑ์ด้วย ยิ่งออมไวก็ยิ่งมีเงินเก็บมาก หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารทั่วประเทศ

3.การซื้อกองทุน

การซื้อกองทุนถือว่าเป็นการออมเงินและลงทุนในเวลาเดียวกัน โดยต้องศึกษากองทุนที่มีคุณค่าทางการตลาดในระยะยาว เพื่อให้เงินของคุณสามารถเพิ่มมูลค่าได้มากกว่าที่ได้รับจากดอกเบี้ยธนาคารหลายเท่าตัว ยกตัวอย่างกองทุนที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เช่น กองทุนปัจจัย 4 กองทุนด้านเทคโนโลยี กองทุนด้านสุขภาพ ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพลเมืองโลกในอนาคตอันใกล้

4.การออมเงินสดตามจำนวนวัน

สำหรับคนที่ถนัดการเก็บเงินสด การสะสมเงินเล็กน้อยตามจำนวนวันในแต่ละปี คุณจะได้เงินเก็บเพิ่มต่อปี เกือบ 7 หมื่นบาทเลยทีเดียว โดยหลักการ คือ ให้คุณสะสมเงินหยอดกระปุกออมสินเท่าจำนวนวัน เช่น วันที่ 1 มกราคม เท่ากับ 1 บาท วันที่ 30 มกราคม เท่ากับ 30 บาท นับต่อเนื่องไปจนด้วยครบ 1 ปี เท่ากับ 365 วัน โดยเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ต้องออมเท่ากับ 365 บาท หากทำต่อเนื่อง 10 ปี เท่ากับเงินเกือบ 7 แสนบาท ซึ่งมากเพียงพอสำหรับการนำไปลงทุนทำธุรกิจในอนาคตได้เลย

การออมเงินเพื่อเสริมสร้างความมั่งคั่งมีหลายรูปแบบ ซึ่งสามารถเลือกแบบที่เหมาะกับตัวเอง หรือจะใช้หลายวิธีร่วมกันก็ได้ เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมให้ทุกท่านนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อทำให้มีเงินเก็บมากขึ้นในอนาคต

ทำงานเพื่อสร้างเงินเก็บ อายุหลัก 20+ คือจุดเริ่มสำคัญ

ทำงานเพื่อสร้างเงินเก็บ อายุหลัก 20 คือจุดเริ่มสำคัญ

การออมเงินเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรฝึกให้มีวินัยตั้งแต่อายุน้อย และอย่างช้าก็ควรจะเริ่มต้นในวัยที่เริ่มทำงานมีเงินเดือนหรือรับค่าจ้างทำงานรายวัน เพราะจะทำให้คุณสามารถสะสมเงินเก็บจนมีเงินหลักล้านได้ในเวลาไม่กี่ปี มาดูกันว่า จะมีเทคนิคอย่างไรในการออมเงินแบบมีประสิทธิภาพที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้

เก็บเงินก่อนใช้เงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินแนะนำว่า ทุกคนควรเก็บเงินอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์จากรายได้ เพื่อเป็นเงินเก็บระยะยาว แล้วหลังจากนั้น จึงค่อยใช้จ่ายในส่วนที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีเงินเดือน 20,000 บาท ต้องเก็บเอาไว้เดือนละ 2,000 บาท ก่อน แล้วจึงแบ่งใช้จ่ายส่วนที่เหลือในวงเงิน 18,000 บาท จะทำให้ในระยะเวลาประมาณ 1 ปี คุณจะมีเงินเก็บถึง 24,000 บาทเลยทีเดียว

เปิดบัญชีธนาคารต่างหาก การเปิดบัญชีต่างหากเพื่อเก็บเงินออมโดยเฉพาะ เป็นสิ่งที่ดีต่อการสร้างวินัยการออม โดยบัญชีนี้คุณต้องไม่ทำบัตร ATM เพื่อไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและไม่ต้องเผลอไปถอนใช้

การเลือกเปิดบัญชีแบบฝากประจำ โดยเลือกสาขาที่สะดวกหรือใกล้บ้าน จะทำให้คุณได้รับดอกเบี้ยมากกว่าปกติด้วย ที่สำคัญคือเงินต้นจะไม่เสี่ยงสูญหายจากการนำไปลงทุนอย่างการเล่นหุ้นหรือซื้อกองทุนรวมหุ้น

เก็บเงินเหรียญลงกระปุกออมสิน กระปุกออมสินยังเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อยู่เสมอ ทำให้คุณเห็นคุณค่าของเหรียญบาท 5 บาท 10 บาท มากขึ้น เช่น เงินทอนจากการซื้อกับข้าว เงินจากค่าทางด่วน ฯลฯ คุณจะมีเงินสะสมเพิ่มเดือนละหลายพันบาทได้ แทนที่จะนำเงินเหรียญไปซื้อของฟุ่มเฟือย เช่น ขนม เครื่องดื่ม และอื่น ๆ

เก็บธนบัตรที่หายาก ธนบัตรแบบ 50 บาท จะมีการผลิตน้อยกว่าธนบัตร 20 และ 100 บาท ถ้าคุณได้รับเงินทอนเป็นธนบัตร 50 บาท ควรตั้งกฎเกณฑ์ในใจว่าจะไม่นำเงินนี้มาใช้ เคยมีผู้ที่ทำเช่นนี้ เมื่อรวมแล้วใน 1 ปี มานับดู ได้เงินเกือบ 100,000 บาทเลยทีเดียว

ใช้เท่าไหร่ก็เก็บออมเพิ่มขึ้นเท่านั้น เมื่อคุณอยากซื้อของใช้แบรนด์เนมหรือของที่มีมูลค่าสูง จะต้องตั้งกติกากับตัวเองว่า ถ้าคุณซื้อสิ่งของเหล่านั้นไป คุณจะต้องมีการเก็บเงินเดือนหรือเงินที่ได้จากงานฟรีแลนซ์อย่างน้อยเท่ากับมูลค่าของที่คุณเสียเงินซื้อไป เพื่อให้คุณควบคุมตัวเองไม่ให้ซื้อของใช้ตามแฟชั่นมากเกินไป และยังเป็นการทำให้คุณมีวินัยในตัวเองไม่ผัดวันประกันพรุ่งกับการเก็บออมด้วย

การเพิ่มเงินออมในช่วงวัยทำงานสามารถทำได้หลายวิธี ขอเพียงคุณมีความตั้งใจและเห็นประโยชน์ของการมีเงินเก็บในอนาคต เพื่อนำไปลงทุนธุรกิจหรือเป็นหลักประกันความมั่นคง ก็จะประสบผลสำเร็จแน่นอน

เปลี่ยนรายจ่ายเป็นเงินเก็บ ด้วย 3 กลไกป้องกันตัวก่อนใช้เงิน

เปลี่ยนรายจ่ายเป็นเงินเก็บ ด้วย 3 กลไกป้องกันตัวก่อนใช้เงิน

คุณเป็นคนชอบช้อปปิ้งหรือเปล่า คุณมีความสุขกับการได้เดินดูของตามห้างสรรพสินค้า ตามตลาดนัด หรือของที่วางขายข้างทางใช่ไหม คุณเป็นคนหนึ่งใช่ไหมที่มักจะซื้อของมาเก็บไว้ที่บ้านเพียงเพราะชอบหรือสะดุดตาเมื่อเห็นครั้งแรก แต่ก็ไม่เคยได้หยิบมาใช้ ต้องเก็บไว้จนเต็มบ้าน ถ้าเรื่องเหล่านี้เป็นคอนเซ็ปต์ประจำตัวคุณ ก็คงจะต้องรีบปรับเปลี่ยน Mindset ให้เร็ว เพราะคุณมีโอกาสจะเก็บเงินออมได้อีกมาก หากสามารถหยุดการใช้จ่ายในเรื่องที่ไม่จำเป็นได้ แล้วหันมาเก็บออมให้มากขึ้น

สร้างกลไกป้องกันการ “ด่วนซื้อของ”

เป็นขั้นตอนแรกของการปรับทัศนคติ เพื่อพลิกค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ให้กลายเป็นเงินออมก้อนโต โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. ไม่ซื้อของที่ไม่จำเป็น “ทันที” ที่เห็นหรือรู้สึกว่าชอบ วิธีนี้ใช้ได้ดีกับพวกสินค้าแฟชั่น อาทิ เสื้อผ้า, กระเป๋า และรองเท้า รวมถึงการติดเกมส์หรือเดิมพันตามทีเด็ดบอลจากกูรูต่างๆ การทอดเวลาให้ตัวเองได้คิดทบทวนอย่างรอบคอบก่อนซื้อ เช่น ทบทวนว่าของชิ้นที่กำลังจะซื้อมีความจำเป็นจริง ๆ หรือ และราคาที่จะซื้อนั้นสูงเกินไปหรือไม่ วิธีการยับยั้งชั่งใจก่อนจ่ายเงินนี้ จะช่วยฝึกนิสัยการใช้จ่ายเงินอย่างมีเหตุผล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเก็บออมเงิน
  2. รอช่วงเวลาลดราคา หรือติดป้าย SALE ยิ่งเป็นสินค้าแฟชั่นที่มีการวางขายเป็นรุ่น ๆ หรือเป็นช่วงฤดูกาล ยิ่งมีโอกาสลดราคาได้บ่อย ๆ ในช่วงแรกของการลดราคาอาจเป็นการ SALE เพียงแค่ 10-20 % แต่ยิ่งนานไป ของชิ้นเดิมจะมีโอกาสลดราคาลงได้อีกมาก บางชิ้นอาจลดถึง 70 % ก็เป็นได้ การรอเวลาเพื่อซื้อสินค้าในช่วง SALE นอกจากจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้แล้ว ยังเป็นการฝึกให้ยับยั้งชั่งใจก่อนจ่ายเงิน และช่วยแก้นิสัยชอบซื้อของที่ไม่จำเป็นได้อีกด้วย
  3. เลิกสนใจป้าย SALE จริงอยู่ว่าการรอซื้อสินค้าในช่วงลดราคาหรือติดป้าย SALE จะช่วยประหยัดและทำให้เก็บออมเงินได้มากขึ้น แต่ลองนึกจินตนาการต่อไปว่า หากเราไม่ซื้อของนั้นแม้จะเป็นช่วง SALE เราก็จะไม่ต้องจ่ายเงินเลย

นำเงินที่ได้จากการตัดใจซื้อของ มาเก็บเป็นเงินออม

ขั้นตอนนี้เป็นการต่อยอดจากขั้นตอนการยับยั้งชั่งใจ ทุกครั้งที่สามารถหยุดการซื้อของที่ไม่จำเป็นของตัวเองได้ ให้นำเงินที่เกือบจะจ่ายออกไปมาแยกใส่กระเป๋าเก็บไว้ และหากซื้อของชิ้นใดตามราคา SALE ให้นำเงินเท่ากับจำนวนส่วนลดที่ได้ มาเก็บไว้ในกระเป๋าเดียวกัน ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องสนใจเปิดดูเงินในกระเป๋านั้นบ่อย ๆ เมื่อครบ 1 ปี ให้นำเงินออกมานับ แล้วนำไปฝากในธนาคาร ก็จะกลายเป็นเงินออมก้อนใหม่ที่ได้จากการปรับ Mindset เปลี่ยนรายจ่ายที่ไม่จำเป็นให้กลายเป็นเงินออม

วิธีการเหล่านี้จะสร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวเอง และจะค่อย ๆ เปลี่ยนแนวคิดของคุณ ให้เป็นคนใหม่ที่ชอบการเก็บออมมากกว่าการใช้จ่ายหรือช้อปปิ้งแน่นอน

วิธีออมเงินง่ายๆ ที่ทำได้จริง อยากรวยต้องอ่าน

การออมเงิน เป็นเรื่องที่ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง

การออมเงิน เป็นเรื่องที่ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง เพราะเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับเงิน ๆ ทอง ๆ ซึ่งคนเราต้องมีความรู้เรื่องนี้นับตั้งแต่เริ่มชีวิตการทำงาน หรือสมัยนี้ต้องเริ่มตั้งแต่วัยเด็กกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะสำหรับมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายที่มีรายจ่ายมาก ไม่มีเงินเหลือเก็บ ใช้เงินเดือนชนเดือน แต่อยากเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อให้มีเงินเก็บไว้เพื่ออนาคต เพื่อพร้อมรับมือหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด วันนี้เรา 3 วิธีที่จะช่วยให้คุณเป็นคนใหม่ มีเงินเก็บใน ๆ ทุกเดือนแน่นอน

นับรวมเงินเก็บเป็นรายจ่ายจำเป็น วิธีแรก ให้เรานับรวมเงินที่ต้องการจะเก็บ ให้เป็นหนึ่งในรายจ่ายจำเป็นในทุก ๆ เดือน และควรแยกรายจ่ายจำเป็นตั้งแต่เงินเดือนออกทันที เช่น

ตัวอย่างรายจ่ายจำเป็น

***** เงินเก็บ (จัดเป็นลำดับแรกของรายการที่ต้องหักออกก่อน)

ค่าบ้าน/ค่าเช่าหอ รวมค่าน้ำค่าไฟ

ค่าเดินทาง

ค่าข้าว

ค่าของใช้ส่วนตัว เช่น ยา

ค่าของใช้จำเป็นต่าง ๆ

ค่าซ่อมแซมสิ่งของ บ้าน รถ

และเมื่อเราแยกเงินเก็บออกมาแล้ว อาจจะเปิดบัญชีอีกบัญชีขึ้นมาเพื่อเก็บเงินในส่วนนี้ เพื่อไม่ให้สับสนกับเงินในส่วนอื่น ๆ ซึ่งการเก็บเงินวิธีจะทำให้เราใช้จ่ายประหยัดขึ้น และมีเงินเหลือเก็บที่แน่นอน

ทำบัญชีรายรับรายจ่าย การทำบัญชีรายรับรายจ่าย จะทำให้เรารู้ว่าสมควรใช้เงินเท่าไหร่ เช่น ถ้าวันนี้ใช้เงินมาก พรุ่งนี้อาจจะต้องลดปริมาณการใช้เงินลง และทำให้เราทราบว่ายอดสุทธิมีเท่าไหร่ ทำให้วางแผนการเงินได้ถูกต้อง ซึ่งสามารถทำสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายแบบเดิมก็ได้ หรือในปัจจุบันมีแอปพลิเคชันหลายตัวที่ทำมาเพื่อรองรับการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ซึ่งรองรับทั้ง IOS และ Android เช่น

แอปพลิเคชัน “มีตังค์” แอปใช้งานง่าย มีให้เพิ่มเติมได้หลายอย่าง เช่น เพิ่มบัญชี เพิ่มรายการรายรับรายจ่ายที่ใช้บ่อย และยังสามารถเลือกเป็นบัตรเครดิต ลงรายการจ่ายและยอดการชำระเงินได้ด้วย

แอปพลิเคชัน “Expense IQ” ตัวแอปใช้งานง่าย มีการสรุปทั้งแบบกราฟแท่งและกราฟวงกลม เหมาะสำหรับคนชอบดูสรุป

การเก็บธนบัตรหรือเหรียญแบบต่าง ๆ การเก็บธนบัตรหรือเหรียญแบบต่าง ๆ เช่น การเก็บแบงค์ 50 ทุกครั้งที่ได้รับมา การเก็บแบงค์ร้อยที่เลขลงท้ายด้วย 9 การเก็บแบงค์ใหม่ทุกครั้งที่เจอ การเก็บเงินจำนวนเท่ากับจำนวนที่ซื้อลอตเตอรี่ การเก็บเงินจำนวนเท่ากับที่ช้อปปิ้งไป การเก็บเงินหยอดกระปุกทุกวัน จำนวนเงินตามวันที่ในปฏิทิน เป็นต้น ซึ่งมีวิธีการเก็บหลากหลายวิธีมาก ซึ่งวิธีเหล่านี้ ถ้าเราทำได้ตลอดและทำอย่างมีวินัย ก็จะทำให้มีเงินเก็บได้อย่างที่ต้องการ

การจะทำตามทั้ง 3 วิธีข้างต้น หรือวิธีอื่น ๆ ในการออมเงินก็ตาม หากจะให้สำเร็จได้ ก็ต้องมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน เพื่อช่วยทำให้มีกำลังใจในการเก็บเงิน และต้องมีวินัยในการออม ซึ่งจะช่วยให้การออมเงินสำเร็จ มีเงินเก็บอย่างแน่นอน

วิธีออมเงินง่าย ที่ทำได้จริง อยากรวยต้องอ่าน

เปิดเทคนิค 5 วิธีออมเงินที่มนุษย์เงินเดือนทำได้จริง

เทคนิคเก็บออมฉบับมนุษย์เงินเดือน

ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน หลายคนชอบคิดว่า ลำพังแค่ใช้ให้ถึงสิ้นเดือนก็ถือว่าเก่งแล้วในสภาพเศรษฐกิจในยุคข้าวยากหมากแพงอย่างเช่นทุกวันนี้ แต่คุณเชื่อไหมว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือนนี่เองที่โชคดีสุด ๆ เพราะคุณมีรายได้เข้ามาในจำนวนที่แน่นอนทุกเดือน ทำให้จัดการกับบัญชีรายรับรายจ่ายของคุณในแต่ละเดือนได้ง่ายที่สุดแล้ว เผลอ ๆ ถ้าคุณรู้จักเก็บออมมนุษย์เงินเดือน อย่างคุณสามารถมีเงินเก็บไปถึงหลักล้านได้เลยทีเดียว แต่จะไปถึงตรงนั้นได้คุณต้องรู้วิธีการเก็บออมก่อน มาดู 5 เทคนิควิธีเก็บออมที่มนุษย์เงินเดือนแบบคุณทำได้จริง! สามารถทำให้คุณมีเงินล้านได้จริง ๆ กัน

เทคนิคเก็บออมฉบับมนุษย์เงินเดือน

หักเงินเดือนไว้ 10 % ทุกเดือน

วิธีนี้ฟังดูเหมือนจะโหดไปนิด สำหรับคนที่มีเงินเดือนน้อยแต่ภาระมาก แต่คุณเชื่อเถอะว่าถึงคุณหักเงินเดือนตัวคุณเอง 10 % สำหรับออมทุกเดือนคุณก็ยังไม่เดือดร้อนหรือขัดสนจนทำให้ชีวิตคุณลำบากมากไปกว่าเดิมนักหรอก ทำเป็นลืม ๆ มันไป พอครบปีคุณลองดูเงินที่คุณหักไว้ มันจะกลายเป็นเงินก้อนใหญ่จนคุณต้องรู้สึกประหลาดใจอย่างแน่นอน สำหรับคนที่มีเงินเดือนสูงก็สามารถหักเก็บออมมากกว่านี้ได้ คิดง่าย ๆ ว่าออมมากก็มีมาก

หักส่วนที่เป็นเศษเก็บไว้ออมทุกเดือน

ส่วนที่เป็นเศษเช่น เงินเดือน 21,980 บาท พอเงินเดือนออกก็หักเก็บออมทันที 980 บาท หรือจะหักเก็บส่วนที่เกิน 20,000 บาท เก็บไว้ทุกเดือนก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการจัดการภาระและค่าใช้จ่ายของแต่ละคนไป ไม่ว่าจะหักเศษมากหรือน้อยก็เป็นเงินก้อนใหญ่ได้ ถ้าเก็บน้อยก็ใช้เวลานานหน่อยกว่าจะได้มาก หรือเก็บเงินเดือนส่วนที่ได้รับการปรับขั้นเงินเดือนของแต่ละปีไว้โดยไม่เอามาใช้จ่าย แบบนี้ก็ช่วยให้มีเงินเก็บได้ทั้งปีไม่น้อยเช่นกัน

เก็บแบงค์ใหม่

เทคนิคนี้ทำให้หลายคนมีเงินก้อนจนสามารถทำตามความฝันของตัวเองสำเร็จมานักต่อนักแล้วกับการเก็บแบงค์ใหม่ ทุกชนิดตั้งแต่แบงค์ 20 ไปจนถึงแบงค์ 1000 เทคนิคนี้คุณอาจจะต้องลุ้นหน่อยเพราะบางเดือนเจอแบงค์ใหม่เยอะมากจนทำให้งบประมาณเดือนนั้นคุณร่อยหรอลง คือเงินเก็บมากก็ดีใจ แต่เงินใช้ระหว่างเดือนก็ลดลง บางคนก็สนุกไปกับการหาวิธีจัดการที่จะบริหารเงินให้ถึงสิ้นเดือน แต่ใครที่ยังบริหารเงินไม่เก่งก็เก็บเอาที่ไหว อย่ากดดันตัวเองมากไปจนรู้สึกไม่สนุกกับการเก็บออมล่ะ

บังคับตัวเองหยอดกระปุกทุกวัน

การออมคือการสร้างวินัยให้ตัวเอง ใครที่คิดว่าภาระหนักมากจนเก็บเงินวิธีอื่นไม่ได้เลยการบังคับตัวเองให้หยอดกระปุกในจำนวนเท่ากันทุกวัน จะช่วยให้คุณมีเงินเก็บได้เป็นกอบเป็นกำอย่างไม่น่าเชื่อ แต่วิธีนี้ต้องสัญญากับตัวเองว่าไม่แอบแคะออกมาใช้ก่อนกระปุกเต็มหรือก่อนถึงเวลาที่ครบกำหนด ลองดูหยอดทุกวันใน 1 ปีคุณจะมีเงินเก็บเท่าไหร่ รับรองว่ามากจนคุณต้องตาโตอย่างแน่นอน

บังคับตัวเองให้ใช้เงินไม่เกินจำนวนที่ตั้งไว้ในแต่ละวัน

เทคนิคนี้อาจจะดูเข้มงวดไปสักหน่อย คือการตั้งงบค่าใช้จ่ายให้ตัวเองไว้ในแต่ละวันไม่เกินวันละจำนวนเท่านั้นเท่านี้ โดยการใส่เงินไว้เป็นถุง ๆ แยกเป็นวัน ๆ ไว้ หากวันไหนใช้ไม่หมดก็เอาเงินส่วนที่เหลือหยอดกระปุกไป ใช้เกินก็ไม่มีเติม วิธีนี้ถ้าทำได้แสดงว่าคุณเป็นคนที่มีจิตใจที่แน่วแน่และเด็ดเดี่ยวเอามาก ๆ

ทุกเทคนิคในการเก็บออม ไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีการไหนก็ทำให้คุณมีเงินเก็บได้ เพียงแค่เราเลือกให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเราเอง มองให้เป็นเรื่องท้าทาย แล้วคุณจะสนุกไปกับการออม อย่าลืมว่าออมมากเท่าไหร่ บั้นปลายชีวิตของคุณก็จะสุขสบายได้มากเท่านั้น

เปิดเทคนิค 5 วิธีออมเงินที่มนุษย์เงินเดือนทำได้จริง

ชวนออมเงินแบบง่าย ๆ ให้รู้สึกสนุก

ชวนออมเงินแบบง่าย ๆ ให้รู้สึกสนุก

การเก็บเงิน อาจเป็นเรื่องยากสำหรับหลายคนที่มีรายจ่ายจิปาถะรอบตัว บางช่วงก็มีรายจ่ายฉุกเฉินเพิ่มเติมจนรายได้ไม่พอค่าใช้จ่ายหรืออยู่ในภาวะ “ติดลบ” การตั้งหลักเก็บออมเงินอย่างจริงจังหรือตั้งเป้าหมายชัดเจนอาจกลายเป็นเรื่องสร้างความกดดันมากขึ้น แต่หากหันมาใช้กุศโลบายออมเงินแบบสนุก ๆ หรือออมแบบไม่ตั้งใจจริงจัง อาจทำให้มีเงินเก็บง่ายขึ้นได้ ด้วยเทคนิควิธีการเหล่านี้

วิธีออมเงินแบบไม่ตั้งใจ

สร้างโจทย์สนุก ๆ เป็นอุบายให้ตัวเองเก็บเงิน โดยเน้นให้เกิดความรู้สึกท้าทาย เหมือนได้เล่นเกมส์ วิธีการนี้ คล้าย ๆ กับการตั้งกติกาของเด็ก ๆ ในห้องเรียน ที่จะต้องพูดภาษาอังกฤษกันทั้งวัน หากใครเผลอพูดภาษาไทยก็จะต้องหยอดเงินใส่กระปุกเป็นเงินเก็บของส่วนรวม กลยุทธ์แบบนี้ อาจสร้างเป็นเงื่อนไขในชีวิตประจำวัน เช่น หากจ่ายเงินค่าสินค้าหรือบริการในแต่ละครั้งและได้รับเงินทอนกลับมาเป็นธนบัตรฉบับละ 50 บาท จะต้องไม่ใช้ธนบัตรนั้น โดยนำไปเก็บรวมไว้ หรืออาจตั้งกฎเป็นธนบัตรฉบับละ 20 บาท หรือเหรียญ 10 บาทก็ได้ เมื่อเวลาผ่านไปสักช่วงหนึ่ง เช่น 1 ปี ลองนำธนบัตร 50 บาทที่เก็บไว้ทั้งหมดมานับดูก็น่าจะได้เงินมากพอสมควร เป็นเงินเก็บได้แบบสบาย ๆ

เปลี่ยนงานที่ต้องจ้างมาทำเอง หลายคน นิยมส่งเสื้อผ้าไปให้ร้านซักรีดซักหรือรีดให้ เพื่อความสะดวกรวดเร็ว หากเปลี่ยนแนวคิดมาทำงานเหล่านี้ด้วยตนเอง นอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้แล้วยังสามารถสร้างแรงจูงใจในการเก็บเงินให้ตัวเองได้ด้วย โดยการนำเงินที่เคยจ่ายให้กับร้านซักรีดมาเก็บไว้เป็นเงินออม หรือจะให้สนุกมากขึ้นก็ลองนับจำนวนผ้าที่ซักรีดเอง แล้วจ่ายเป็นค่าจ้างให้ตัวเอง เป็นครั้ง ๆ ละเท่ากับที่จ่ายให้กับร้านซักรีด เช่น เสื้อเชิ้ต ที่เคยจ่ายให้ร้านซักรีดตัวละ 25 บาท ก็นำเงินส่วนนี้มาเป็นเงินเก็บของตัวเอง หลังซักรีดเสร็จ จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจทั้งในการทำงานและเก็บเงินไปพร้อมกัน ทั้งนี้สามารถใช้เทคนิควิธีการนี้กับการทำงานอื่น ๆ ที่เคยจ้างทำ เช่น งานบ้านหรือทำสวน เป็นต้น

เปลี่ยนข้าวของที่ไม่ใช้แล้วเป็นเงิน วิธีนี้ทำได้ทั้งการรวบรวมขวดพลาสติกเก่า, กระดาษ หรือขวดแก้ว แยกเป็นหมวดหมู่ให้ชัดเจนก่อนไปขายตามร้านขายของเก่า แม้ว่าจะได้ราคาไม่สูงนัก เนื่องจากร้านจะรับซื้อตามน้ำหนัก แต่ก็ดีกว่าการทิ้งไปเปล่า ๆ เงินที่ได้จากการขายสิ่งของเหล่านี้ ก็สามารถนำมาเป็นเงินเก็บของตัวเองได้โดยไม่ต้องเหนื่อยเพิ่ม แต่หากเป็นของที่ยังใช้ได้ อาจเลือกวิธีการขายมือสองโดยใช้ช่องทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีหลายแหล่งให้ประกาศขายได้ฟรี เช่น Kaidee, Pantipmarket รวมถึง Facebook และ Integra เมื่อขายได้แล้วก็สามารถนำเงินมาเก็บเป็นเงินออมได้เช่นกัน

การออมเงิน แบบไม่จริงจังหรือไม่มีเป้าหมายชัดเจน จะช่วยลดแรงกดดันและทำให้การออมเงินเป็นเรื่องสนุก ทำได้แบบสบาย ๆ ที่สำคัญคือ ทำให้เกิดเป็นนิสัยมัธยัสถ์ได้โดยไม่รู้ตัว

วิธีออมเงินแบบไม่ตั้งใจ

เทคนิคออมเงินสร้างอนาคต อยากมีเลี้ยงชีพต้องอ่าน

ความรู้เรื่อง การออมเงิน เป็นความรู้พื้นฐานที่หลายคนรู้ถึงความสำคัญแต่น้อยคนนักที่จะทำได้ โดยเฉพาะในผู้ที่กำลังมีปัญหาด้านการเงิน เนื่องจากคนส่วนใหญ่มองเห็นปัญหาทางการเงินเป็นสำคัญและเลือกที่จะแก้ปัญหาทางการเงินก่อนการเก็บเงินเสมอ

จริงอยู่ที่การมีเงินแล้วต้องจ่ายคืนให้กับเจ้าหนี้ทั้งหลายที่คอยอยู่จะเป็นเรื่องที่ดี แต่การจ่ายเงินทั้งหมดไปเพื่อจ่ายหนี้กลับยิ่งทำให้รู้สึกแย่มากขึ้น การออมเงินจึงเป็นหนทางที่ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ที่กำลังประสบปัญหาทางการเงินมีความหวังเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างฐานการเงินที่ดีในอนาคตด้วย ซึ่งเทคนิคในการการออมเงินสร้างอนาคต มีวิธีดังนี้

อยากสร้างอนาคต ต้องทำตามนี้

ตั้งงบในการเก็บออม โดยกำหนดเป็นจำนวนที่ไม่ทำให้รู้สึกหนักเกินไป เช่น วันละ 10 บาท หรือ วันละ 20 บาท หรือเดือนละ 10% ของรายได้ เป็นต้น เมื่อกำหนดได้ควรหักเก็บไว้ก่อนใช้จ่ายเสมอ

ตั้งงบประมาณที่ใช้ให้ชัดเจน การตั้งงบประมาณที่ใช้จ่ายในแต่ละวันไว้อย่างชัดเจนช่วยให้เราสามารถควบคุมการใช้เงินได้ดีขึ้น เช่น วันละ 100 บาท, สัปดาห์ละ 500 บาทหรือเดือนละ 3,000 บาท เป็นต้น ทั้งนี้สำหรับผู้ที่กลัวว่าจะเผลอใช้จ่ายเกินความจำเป็น อาจเริ่มที่การพกเงินจำนวนน้อย ๆ ก่อนและไม่กดเงินเพิ่มหากเงินไม่พอ

หักภาษีเงินออมให้กับบัญชีเงินเก็บของตัวเอง ก่อนการใช้จ่ายตามงบที่ตั้งไว้หักภาษีเข้าบัญชี 5% – 10% เช่น กำหนดใช้วันละ 100 บาท หัก 10% เท่ากับ 10 บาท และนำเงิน 10 บาทไปหยอดกระปุก เป็นต้น

บันทึกรายรับ – รายจ่าย อย่างละเอียดจะช่วยให้เห็นการใช้เงินในแต่ละวันชัดเจนมากขึ้น เมื่อเห็นภาพชัดเจนทำให้การตัดค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น

เก็บเงินทอนหยอดกระปุก เงินที่เหลือจากการใช้จ่ายในแต่ละวันสามารถนำมาหยอดกระปุกได้ โดยอาจใช้เทคนิคในการเพิ่มแรงจูงใจ เช่น ออมเพื่อให้ได้ตามราคาของที่อยากได้, ออมไปเที่ยว เป็นต้น ซึ่งเทคนิคนี้จะช่วยให้การออมเงินมีเป้าหมายมากขึ้นและยังทำให้ไม่อยากนำเงินออมหลักมาใช้อีกด้วย

การนำเทคนิคในการออมเงินทั้ง 5 วิธีมาใช้ผสมผสานกันจะทำให้มีเงินออมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากการออมเงิน การลงทุนเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เงินที่เก็บออมสามารถงอกเงยเพิ่มขึ้นได้ เพียงแต่ก่อนการลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดี ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่ประสบปัญหาทางการเงินหรือไม่ก็ตาม การออมเงินยังคงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคนและควรทำให้ติดเป็นนิสัย

อยากสร้างอนาคต ต้องทำตามนี้

เพิ่งเริ่มต้นทำงานควรบริหารการออมเงินอย่างไร

เพิ่งเริ่มต้นทำงานควรบริหารการออมเงินอย่างไร

เมื่อเราทำงานหาเงินด้วยตัวเอง จำเป็นจะต้องมีวิธีการบริหารเงินอย่างเหมาะสมเพื่อจะทำให้สามารถใช้จ่ายได้ในวงเงินที่จำกัด และยังมีเงินเหลือเก็บเพื่อสร้างอนาคตได้อีกด้วย

การออมเงินที่เหมาะสม สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานจะมีวิธีใดบ้าง

1. การแบ่งสัดส่วนเงินอย่างเหมาะสม

ควรที่จะแยกเงินเอาไว้ 1 ใน 3 ส่วน สำหรับการออมโดยเฉพาะ เช่น คุณได้เงินเดือน 15,000 บาท ควรจะมีการเก็บออมอยู่ที่ 5,000 บาท โดยไม่นำเงินส่วนนี้มาใช้จ่ายแต่อย่างใด ส่วนเงินอีก 10,000 บาท เป็นเงินที่คุณควรที่จะจัดสรรให้เพียงพอ ทั้งในเรื่องของค่ากินอยู่ การเดินทาง ส่งให้พ่อแม่ และการทำกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ในชีวิต ซึ่งในช่วงแรกของการทำงาน คุณยังมีเวลาสำหรับการที่จะท่องเที่ยวพักผ่อนทั้งในไทยและต่างประเทศได้

2. การศึกษาด้านการลงทุน

การลงทุนเป็นช่องทางที่ทำให้เงินออมของคุณสามารถงอกเงยขึ้นมาได้ ไม่ใช่เพียงการเก็บเงินไว้ในบัญชีธนาคารเท่านั้น เพราะจะได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ แต่การลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานบริษัทดี หรือกองทุนที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินคอยดูแลบริหารจัดการให้ จะช่วยให้คุณเห็นช่องทางที่จะทำให้เพิ่มค่าตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ย 1% เป็น 10% ต่อปีได้ไม่ยาก

3. ออมในรูปแบบทองคำ

การซื้อทองเก็บไว้เป็นอุปนิสัยของคนที่ขยันและเป็นเศรษฐีในระยะยาวได้ดี ถ้าเรามองย้อนไป จะพบว่าคนรุ่นพ่อแม่เรานิยมซื้อทองเก็บไว้ เพราะเป็นสิ่งของที่มีแต่จะเพิ่มมูลค่ามากขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลา

จากเดิมที่มีทองคำ 1 บาท ซื้อขายกันที่ 5,000 บาท ก็กลายเป็นว่าปัจจุบันทองคำน้ำหนักเท่าเดิม แต่ซื้อขายกันที่ 20,000 บาท ถือว่ามูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว และทำให้คุณใช้จ่ายยากกว่าการถือเงินสดเอาไว้กับตัว นับเป็นช่องทางที่ทำให้คุณสามารถเก็บออมสินทรัพย์เป็นรูปธรรมได้อย่างชัดเจน

4. การออมผ่านการทำธุรกิจ

ในปัจจุบันการทำธุรกิจมีอยู่หลากหลายรูปแบบ ทั้งระบบออนไลน์ที่คุณสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วโลกผ่านทางโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว และระบบที่มีหน้าร้านเช่น ร้านกาแฟ ร้านขายอาหาร ร้านขายเบเกอรี่ ร้านตัดขนสุนัข ฯลฯ

ซึ่งคุณสามารถที่จะเริ่มออมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสานฝันในการทำธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นของตัวเอง โดยคุณจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่มีค่า ควบคู่กับการทำงานประจำได้

จะเห็นได้ว่า การออมเงิน ในรูปแบบของคนรุ่นใหม่ ที่เพิ่งเรียนจบนั้น มีอยู่หลากหลายรูปแบบ เราหวังว่า บทความนี้จะเป็นแนวทางที่ดี เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้กับตัวเองเพื่อให้ประสบความสำเร็จในชีวิตต่อไป

การออมเงินที่เหมาะสม สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน

เทคนิคการออมเงินสำหรับคนที่ใช้เงินเก่ง

วิธีเปลี่ยนนิสัยตัวเองให้เก็บออมเงินได้มากขึ้น

หลังจากทำงานมีเงินเดือนเป็นของตัวเอง หลายคนจะชอบซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยตามต้องการ ทำให้แทบไม่มีเงินเก็บเลย ซึ่งหากเทียบกับคนอื่น ๆ ที่ประหยัดกว่า เขาอาจมีเงินเก็บผ่อนรถหรือบ้านได้แล้ว

วิธีเปลี่ยนนิสัยตัวเองให้เก็บออมเงินได้มากขึ้น

1. เก็บเงินฝากประจำก่อนใช้

ต้องมีเป้าหมายในการเก็บเงิน เช่น 1 ใน 3 ส่วนเข้าบัญชีฝากประจำ 24 เดือน เพื่อได้ดอกเบี้ยสูงและไม่ให้ถอนออกก่อนกำหนด ที่เหลือจึงค่อยนำไปใช้ เทคนิคนี้จะทำให้เพิ่มเงินเก็บได้อย่างมาก ถ้ามีเงินเดือนอยู่ที่ 10,000 บาท การเก็บ 1 ใน 3 ส่วน เท่ากับ การเก็บออมได้ถึง 3,000 บาทต่อเดือน หรือ 1 ปี จะมีเงินเก็บเกือบ 4 หมื่นบาท ยังไม่นับดอกเบี้ยจากธนาคารอีกด้วย

2. พกเงินสดให้น้อยลง

วิธีที่ได้ผลในการแก้ความเคยชินเรื่องการหยิบใช้เงินง่าย ๆ คือ ต้องพกเงินสดกับตัวให้น้อยลง และไม่ใช้บัตรกดเงินต่าง ๆ โดยต้องมีวินัยให้ตัวเองอย่างมาก คำนวณเงินที่ต้องใช้ในแต่ละวันอย่างคร่าว ๆ แยกเงินใส่ซองไว้เป็นรายวัน นำมาใช้วันละซอง หรืออาจจะกำหนดเป็นรายอาทิตย์ก็ได้ ทั้งนี้ ต้องใจแข็งที่จะไม่นำเงินเก็บออมมาใช้ หรือรูดบัตรเครดิตโดยไม่จำเป็นด้วย

3. ยกเลิกการใช้บัตรเครดิต

สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องของหนี้สินจากการรูดบัตรเครดิตบ่อย ๆ ควรที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างจริงจัง โดยการใช้จ่ายรูปแบบเงินสดแทนหรือชำระเงินที่จำเป็นผ่านบัญชีธนาคารตัวเองโดยตรง เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ทั้งนี้ควรสำรวจว่า คุณมีการใช้บัตรเครดิตไปกับสินค้าใดบ้าง ส่วนใหญ่ผู้หญิงมักซื้อเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า จะทำให้คุณเห็นตัวเลขได้ชัดเจนว่าเมื่อเลิกใช้บัตรเครดิตแล้ว จะมีเงินเหลือเก็บได้มากขึ้นถึงเดือนละหลายพันบาท

4. เก็บออมเหรียญและธนบัตรหายาก

หลายคนมักมองข้ามว่าเงินเหรียญบาท เหรียญ 5 เหรียญ 10 บาทไม่มีความหมาย แต่รู้ไหมว่าถ้านำมาหยอดกระปุกทุกวัน สะสมไว้ 1 เดือนคุณอาจจะมีเงินเพิ่มหลายพันบาทเลยทีเดียว นอกจากนี้การเก็บธนบัตรที่หาได้ยาก เช่น ธนบัตร 50 บาท ที่ได้รับเป็นเงินทอนเข้ากระปุกออมสินทุกครั้ง ก็จะทำให้สนุกกับการเก็บเงินมากขึ้น เทคนิคนี้มีคนที่ทำแล้วมีเงินเก็บได้อีกหลายหมื่นบาทต่อปี

จะเห็นได้ว่า เทคนิคในการเก็บออมมีหลายแบบ โดยเฉพาะสำหรับคนที่เคยชินกับการใช้จ่ายแบบอิสระ จะต้องใช้หลายวิธีร่วมกันจึงจะทำให้คุณสามารถตั้งต้นที่จะมีเงินเก็บเป็นของตัวเองได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

เทคนิคการออมเงินสำหรับคนที่ใช้เงินเก่ง