การออมเงิน เพื่ออนาคตที่สดใสในวันข้างหน้า

การออมเงิน เพื่ออนาคตที่สดใสในวันข้างหน้า

การออมเงินคือการที่เราเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้เพื่อเป็นประโยชน์ด้านต่างๆในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือเก็บไว้เป็นเงินฉุกเฉินเผื่อว่าจะมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นในอนาคต แต่หลายๆคนกลับมีปัญหาที่ไม่ว่าจะออมเงินสักเท่าไหร่มันก็อดใจไม่ไหวต้องเอาออกมาใช้ทุกที เฮ้อ..จะทำยังไงดีล่ะทีนี้ วันนี้เราจึงมีวิธีดีๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้ มาช่วยในการออมเงินให้ได้ผลมากยิ่งขึ้นอีกด้วย จะมีวิธีไหนบ้างไปดูกันเลย

1. เอาชนะใจตัวเองให้ได้ก่อน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ยากที่สุด คือเราต้องบังคับตัวเองไม่ให้ใช้ ไม่ให้ซื้อ อาจจะตั้งเป้าหมายสำหรับการออมเงิน ซึ่งหากเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว ก็ให้เราคิดถึงเป้าหมายนั้นไว้ทำตามเป้าหมายนั้นให้ได้ สร้างวินัยให้ตัวเอง

2. เก็บเงินก่อนที่จะใช้จ่ายต่างๆ วิธีง่าย ๆ เพียงแค่เมื่อเราได้เงินมาแล้วก็ให้แบ่งส่วนหนึ่งเก็บเป็นเงินออมไว้ก่อนแล้วบังคับตัวเองไม่ให้เอาเงินส่วนนี้ไปใช้ แต่อย่าแบ่งไว้เยอะจนไม่มีเงินใช้หนี้ล่ะ

3. พกเงินให้น้องลง หากเราเป็นคนที่พกเงินแค่ไหนก็ใช้เงินเท่านั้น การเลือกพกเงินให้น้อยลงก็ถือว่าเป็นวิธีที่จะช่วยให้เราใช้เงินน้อยลงและมีเงินเก็นมากขึ้นได้ด้วย

4. เก็บแบงก์50ไว้ เพียงแค่ได้แบงก์ 50 มาเมื่อไหร่ก็ให้เก็บไว้ เก็บใส่กระปุกไปเรื่อยๆ เมื่อเต็มกระปุกแล้วก็เอาไปฝากธนาคารไว้

5. หยอดกระปุกออมสิน หยอดกระปุกออมสินเรื่องเด็กๆ ที่ใครก็ทำได้แต่พอหยอดไปทีไร ก็อดใจไม่ไหวต้องแคะออกมาใช้ทุกที ทางที่ดีเราควรแบ่งกระปุกออกเป็นหลายๆส่วน แต่ละกระปุกมีเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป อาจจะแบ่งเงินหยอดกระปุกละ 10-20 บาท และที่สำคัญอย่าแคะออกมาใช้ก่อน

6. ไม่ยึดติดของแบรนด์เนม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือของใช้ต่างๆ เราไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ของแบรนด์เนมเสมอไป เวลาเราเลือกของใช้ต่างๆ ให้คำนึงถึงคุณภาพ ราคาที่เหมาะสม และคำนึงถึงจุดประสงค์เป็นหลัก

7. ลดค่าใช้จ่ายจุกจิก ในหนึ่งวันของเรานั้นมีค่าใช้จ่ายจุกจิกมากมายไม่ว่าจะเป็นค่าขนม นม เนย น้ำต่างๆ ทั้งยังมีค่าโน่นค่านี่ต่างๆที่ไม่ค่อยจะมีความสำคัญสักเท่าไหร่ ถ้าหากเราลกค้าใช้จ่ายเหล่านี้ได้ เราก็จะมีเงินเหลือเก็บออมมากขึ้นอีกด้วย

การออมเงินนั้นมีหลากหลายวิธีให้เลือกใช้ ซึ่งก็เป็นวิธีง่ายๆ ที่ทุกๆคนสามารถทำได้ เลือกใช้วิธีที่เหมาะสมเก็บออมเงินไว้เพื่อนาคตที่สดใส

การออมเงิน เพื่ออนาคตที่สดใส

อัพเดตวิธีการออมเงินให้โต ฉบับปี 2019

อัพเดตวิธีการออมเงินให้โต ฉบับปี 2019

การออมเงินเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐาน สำหรับการสร้างความมั่นคงทางการเงิน และทำให้คุณสามารถวางแผนการใช้ชีวิตได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องฝึกวินัยทางการออมอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอจึงจะทำให้เงินออมโตได้ไวและมีความเสี่ยงต่ำ ในวันนี้เราจึงได้รวบรวมวิธีการออมเงินที่เหมาะสมสำหรับ ปี 2019 มาฝากกัน ดังนี้

1. การซื้อประกันควบคู่กับการออม

ปัจจุบันมีกรมธรรม์ที่ออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าสามารถออมเงินได้ยาว ๆ แบบประกันบำนาญ มักมีระยะเวลาในการคุ้มครองยาวนานกว่า 10 ปี ทำให้เจ้าของกรมธรรม์สามารถออมเงินอย่างสม่ำเสมอด้วยการจ่ายรายเดือน รายปี แล้วรอรับต้นและดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดสัญญา กรมธรรม์แบบนี้สามารถนำไปแสดงเพื่อการลดหย่อนภาษีรายได้บุคคลช่วงมกราคมถึงมีนาคมของแต่ละปีได้ด้วย

2. การฝากเงินในธนาคารแบบสูตรขั้นบันได

เป็นการออมในจำนวนเงินคงที่ เช่น หนึ่งหมื่นบาท ตลอดเวลายาวนานแปดเดือน (เดือนละหนึ่งครั้ง) ซึ่งในแต่ละช่วงของการฝากเงินทางธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเงินฝากให้ในอัตราที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อเป็นการจูงใจ (ธนาคารจะแจ้งเป็นหลักฐานชัดเจนไว้ล่วงหน้าแล้ว) จึงเป็นวิธีการออมเงินที่เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนนี้อย่างเร่งด่วน

3. การหักเงินเดือนเพื่อส่งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ไม่ว่าคุณจะทำงานในบริษัทเอกชนหรือราชการ ย่อมมีระบบการออมเงินในส่วนนี้ ควรทำการตรวจสอบสิทธิ์และผลประโยชน์ที่จะได้ให้เข้าใจถ่องแท้ เพื่อการแจ้งใช้สิทธิ์เมื่อถึงเวลา เกษียณหรือลาออกจากบริษัท ซึ่งคุณจะได้เงินคืนในส่วนที่สะสมไว้และส่วนเงินสมทบจากนายจ้างตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งยังสามารถนำหลักฐานการส่งเงินไปแจ้งลดหย่อนการเสียภาษีแก่กรมสรรพากรได้อีกด้วย

4. การลงทุนแบบออนไลน์ DCA หรือ dollar cost average

เป็นการตัดบัญชีอัตโนมัติเพื่อซื้อกองทุนหรือหุ้นรายตัวเป็นประจำทุกสัปดาห์ เช่น ทุกวันจันทร์ เพื่อเป็นการถัวเฉลี่ยความเสี่ยงในมูลค่าของหุ้น ทำให้พอร์ตการลงทุนมีความปลอดภัยสูงขึ้น จึงนับได้ว่าเป็นการออมที่มีเทคนิคและท้าทายกลุ่มนักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการรักษาเงินต้นไว้ให้ปลอดภัยด้วย

5. ซื้อกองทุน RMF หรือ Retirement Mutual Fund

เป็นการซื้อหน่วยลงทุนติดต่อกันนานห้าปีปฏิทิน ซึ่งเงินที่ส่งกองทุนนี้สามารถนำมาคำนวณยกเว้นภาษีได้มากถึง 15 เปอร์เซ็นต์ของเงินทั้งหมดที่คุณนำไปลงทุนแต่ละปีด้วย แต่มีเงื่อนไขว่าจะถอนเงินคืนได้เมื่อคุณอายุครบ 55 ปีแล้วเท่านั้น

การออมเงินไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ย่อมเกิดประโยชน์แก่คุณทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แต่คุณควรศึกษาเทคนิคการออมแต่ละชนิดเพื่อการจัดสรร port การออมให้มีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ มีประสิทธิภาพสูงสุดและมีความเสี่ยงต่ำเท่าที่คุณยอมรับได้ด้วย

อัพเดตวิธีการออมเงินให้โต

หยุด! วงจรความยากจน ด้วยการออมเงินวันนี้

หยุด! วงจรความยากจน ด้วยการออมเงิน

ในยุคสมัยปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าการเก็บออมเงินและการบริหารเงินให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ยังมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราทุกคนต้องพยายามสร้างวินัยในการจับจ่ายและเสริมด้วยการวางแผนการเงินอย่างเคร่งครัด เพื่อหยุดวงจรความยากจน หรืออาการชักหน้าไม่ถึงหลังให้ได้โดยเร็ว

สัดส่วนในการออมเงินที่เหมาะสม

กูรูด้านการเงินแนะนำให้ทุกคนออมเงินในสัดส่วนหนึ่งในสี่ของรายได้ประจำ รวมถึงรายได้ขาจรหรืองานประเภทฟรีแลนซ์ในแต่ละเดือน และหากมีแผนต้องการใช้เงินเป็นก้อนโตในอนาคต เช่น ถอยรถ ซื้อคอนโด ฯลฯ ก็ควรต้องออมให้มากกว่าเดิม โดยอาจแยกบัญชีเพื่อให้เห็นภาพเป้าหมายที่ชัดเจนว่าเงินออมที่สะสมได้เข้าใกล้จุดมุ่งหมายมากน้อยเพียงใด

เป้าหมายการออมต้องชัดเจน

ชีวิตของคนเรามีความไม่แน่นอนอยู่เสมอ จึงห้ามประมาทกับทุกช่วงเวลา การออมเพื่อหยุดปัญหาทางการเงินให้ได้อย่างอยู่หมัด ก็เช่นเดียวกัน จำเป็นต้องคำนึงถึงเป้าหมาย และยึดไว้เป็นธงชัยที่ต้องก้าวไปให้ถึงให้ได้ โดยแบ่งวัตถุประสงค์ของการออมเงินออกเป็น 4 ประเภท คือ

1. การออมเงิน เผื่อฉุกเฉินระยะสั้น

เช่น เผื่อไว้สำหรับการว่างงานหรือการตกงาน ควรมีเงินออมส่วนนี้เพียงพอถึง 6 เดือน ทั้งนี้ ยังไม่รวมถึงกรณีเจ็บป่วย หรือเหตุต้องใช้เงินเร่งด่วน

2. การออมเงิน เพื่อชาร์จพลังให้ตัวเอง

ทุกคนย่อมมีความปรารถนาที่จะได้ทำอะไรตามต้องการ เพื่อจุดประกายความฝันหรือเป็นการเติมพลังให้แก่ตัวเอง เช่น การได้ไปทเริ่มปท่องเที่ยวต่างประเทศ การช้อปปิ้งของใช้แบรนด์เนม การออกค่ายเพื่อช่วยเหลือสังคม ฯลฯ ควรมีการออมเงินเพื่อส่วนนี้เป็นแผนระยะสั้น 1 ถึง 5 ปี จึงจะไม่เครียด และมีความเป็นไปได้สูง

3. การออมเงิน เพื่อเกษียณ

สมัยนี้มีค่านิยมอยากเกษียณตั้งแต่อายุน้อย หลายคนเริ่มวางแผนการออมเงินก้อนนี้ล่วงหน้าก่อนทำงานเสียอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก อย่าลืมว่ายิ่งออมไวก็มั่นคงและอุ่นใจมากกว่า ด้วย

4. การออมเงิน สำหรับต่อยอดลงทุน

การมีรายได้ทางเดียวดูจะไม่เพียงพอ ต่อวิถีชีวิตของยุค 2018 และยังไม่นับค่าครองชีพที่นับวันจะสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ การออมเงินเพื่อต่อยอดการลงทุน แม้จะเป็นการสะสมจากหลักร้อย หลักพันหลายปีต่อเนื่อง ก็สามารถให้ดอกทบต้นเป็นหลักแสนหลักล้านได้ เช่นกัน

จะเห็นได้ว่า การหยุดวงจรความยากจนหรือลดปัญหาทางการเงิน ประเภทชักหน้าไม่ ถึงหลัง สามารถเริ่มได้ด้วยการจัดระบบระเบียบชีวิตด้านการออมเงินเสียใหม่ อย่าปล่อยให้ดินพอกหางหมู ลุกลามจนยากเกินแก้ไข หากเริ่มเสียแต่วันนี้เชื่อว่าสถานการณ์การเงินของคุณจะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างแน่นอน

หยุด วงจรความยากจน ด้วยการออมเงินวันนี้

ออมเงินอย่างไรให้รวยเร็ว

ออมเงินอย่างไรให้รวย

หลังจากทำงานไปได้สักระยะ คนส่วนใหญ่จะเริ่มมีการออม เพื่อหวังที่จะสร้างฐานะและรวยได้ในอนาคต แต่การจะรวยได้อย่างรวดเร็วนั้นจะต้องมีเทคนิคที่ถูกต้อง ซึ่งกูรูด้านการเงินได้แนะนำเอาไว้หลายวิธีที่ทุกท่านสามารถนำมาปรับใช้ได้ ดังที่เราได้รวบรวมมาฝากกันที่นี่

ออมเงินอย่างไรให้รวยเร็ว

แบ่งสัดส่วนเงินออม

เงินแต่ละเดือน จะต้องแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ คือ

1. สำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เงินส่วนนี้จะต้องมีไว้เพื่อสำรองอยู่ 6 เดือนเสมอ เผื่อจำเป็นกรณีมีการเปลี่ยนงาน

2. ใช้ยามฉุกเฉิน เช่น เมื่อมีญาติพี่น้องป่วย รถเสีย บ้านต้องซ่อมแซม จะนำเงินส่วนนี้มาใช้และไม่ไปรบกวนเงินในส่วนแรก

3. ออมเงินเพื่อการลงทุน ซึ่งการลงทุนในปัจจุบันมีหลายแบบที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงทั้งระยะสั้นและยาว ควรศึกษาข้อมูลจากสถาบันการเงินการลงทุน เช่น ตลาดหลักทรัพย์ หรือจากธนาคารต่าง ๆ ที่มีข้อมูลกองทุนน่าสนใจมากมายประชาสัมพันธ์ผ่านทางเว็บไซต์

ตั้งเป้าหมายทางการเงิน

สิ่งนี้มีความสำคัญมาก คนจำนวนไม่น้อยไม่ออมเงิน เนื่องจากไม่มีเป้าหมายว่าจะนำเงินไปทำอะไร ซึ่งกูรูด้านการเงินแนะนำว่าให้มีเป้าหมายกับสิ่งที่ชอบ เช่น คนที่ชอบเที่ยวต่างประเทศ ก็จะเก็บเงินสะสมเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย (ตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าอาหารและอื่น ๆ) สำหรับเที่ยว 5-7 วัน หรือผู้ที่อยากมีบ้านหรือรถยนต์เป็นของตัวเอง ก็จะตั้งเป้าหมายในการหาเงินไปดาวน์บ้าน ดาวน์รถ

การมีเป้าหมายจะทำให้มีความพยายามเก็บเงินให้ได้มากขึ้น ลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไม่จำเป็นได้เป็นอย่างดี ซึ่งเงินส่วนนี้ควรจะแยกต่างหากออกมาจากสามส่วนแรกที่กล่าวไว้ตอนต้น (โดยแยกออกมาประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของรายได้) สะสมไว้ในอีกบัญชีหนึ่ง ก็จะทำให้การออมเงินของคุณมีสัดส่วนที่ชัดเจนดีขึ้น

ลดหนี้สินโดยเฉพาะส่วนที่เป็นดอกเบี้ย

หากมีเงินกู้ต่าง ๆ ต้องพยายามจัดการให้หมดโดยไว ตัวอย่างเช่น การกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือซื้อรถ ซื้อบ้านไว้ ควรต้องจัดสรรครึ่งหนึ่งของรายได้ ไปชำระคืนเงินต้นที่กู้มา อันจะทำให้ลดดอกเบี้ยเงินกู้ได้อย่างมาก

นอกจากนี้ หนี้บัตรเครดิตที่ใช้เพื่อการซื้อสิ่งของในชีวิตประจำวัน ก็ควรจะต้องทยอยจ่ายโดยไว เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงให้เร็วที่สุด หากเป็นไปได้ ควรออมเงินเตรียมไว้สำหรับชำระค่าบัตรเครดิตไว้ล่วงหน้า เมื่อถึงกำหนดจะได้นำมาจ่ายได้ทันที โดยไม่ต้องเกิดดอกเบี้ย

จะเห็นได้ว่า การออมเงินที่ดีจะต้องประกอบไปด้วย การจัดสรรเงินรายได้ให้เหมาะสมกับค่าใช้จ่ายด้านต่าง ๆ คู่กับการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป โดยเฉพาะดอกเบี้ยที่มาจากการกู้หนี้ยืมสิน ทั้งยังต้องมีเป้าหมายในการเก็บเงินที่ชัดเจน หากทำได้สม่ำเสมอตามที่กล่าวมาเชื่อว่าความร่ำรวยจะเกิดขึ้นกับคุณได้ในไม่ช้าอย่างแน่นอน

ออมเงินอย่างไร รวยเร็ว