การออมเงิน เพื่ออนาคตที่สดใสในวันข้างหน้า

การออมเงิน เพื่ออนาคตที่สดใสในวันข้างหน้า

การออมเงินคือการที่เราเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้เพื่อเป็นประโยชน์ด้านต่างๆในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือเก็บไว้เป็นเงินฉุกเฉินเผื่อว่าจะมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นในอนาคต แต่หลายๆคนกลับมีปัญหาที่ไม่ว่าจะออมเงินสักเท่าไหร่มันก็อดใจไม่ไหวต้องเอาออกมาใช้ทุกที เฮ้อ..จะทำยังไงดีล่ะทีนี้ วันนี้เราจึงมีวิธีดีๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้ มาช่วยในการออมเงินให้ได้ผลมากยิ่งขึ้นอีกด้วย จะมีวิธีไหนบ้างไปดูกันเลย

1. เอาชนะใจตัวเองให้ได้ก่อน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ยากที่สุด คือเราต้องบังคับตัวเองไม่ให้ใช้ ไม่ให้ซื้อ อาจจะตั้งเป้าหมายสำหรับการออมเงิน ซึ่งหากเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว ก็ให้เราคิดถึงเป้าหมายนั้นไว้ทำตามเป้าหมายนั้นให้ได้ สร้างวินัยให้ตัวเอง

2. เก็บเงินก่อนที่จะใช้จ่ายต่างๆ วิธีง่าย ๆ เพียงแค่เมื่อเราได้เงินมาแล้วก็ให้แบ่งส่วนหนึ่งเก็บเป็นเงินออมไว้ก่อนแล้วบังคับตัวเองไม่ให้เอาเงินส่วนนี้ไปใช้ แต่อย่าแบ่งไว้เยอะจนไม่มีเงินใช้หนี้ล่ะ

3. พกเงินให้น้องลง หากเราเป็นคนที่พกเงินแค่ไหนก็ใช้เงินเท่านั้น การเลือกพกเงินให้น้อยลงก็ถือว่าเป็นวิธีที่จะช่วยให้เราใช้เงินน้อยลงและมีเงินเก็นมากขึ้นได้ด้วย

4. เก็บแบงก์50ไว้ เพียงแค่ได้แบงก์ 50 มาเมื่อไหร่ก็ให้เก็บไว้ เก็บใส่กระปุกไปเรื่อยๆ เมื่อเต็มกระปุกแล้วก็เอาไปฝากธนาคารไว้

5. หยอดกระปุกออมสิน หยอดกระปุกออมสินเรื่องเด็กๆ ที่ใครก็ทำได้แต่พอหยอดไปทีไร ก็อดใจไม่ไหวต้องแคะออกมาใช้ทุกที ทางที่ดีเราควรแบ่งกระปุกออกเป็นหลายๆส่วน แต่ละกระปุกมีเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป อาจจะแบ่งเงินหยอดกระปุกละ 10-20 บาท และที่สำคัญอย่าแคะออกมาใช้ก่อน

6. ไม่ยึดติดของแบรนด์เนม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือของใช้ต่างๆ เราไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ของแบรนด์เนมเสมอไป เวลาเราเลือกของใช้ต่างๆ ให้คำนึงถึงคุณภาพ ราคาที่เหมาะสม และคำนึงถึงจุดประสงค์เป็นหลัก

7. ลดค่าใช้จ่ายจุกจิก ในหนึ่งวันของเรานั้นมีค่าใช้จ่ายจุกจิกมากมายไม่ว่าจะเป็นค่าขนม นม เนย น้ำต่างๆ ทั้งยังมีค่าโน่นค่านี่ต่างๆที่ไม่ค่อยจะมีความสำคัญสักเท่าไหร่ ถ้าหากเราลกค้าใช้จ่ายเหล่านี้ได้ เราก็จะมีเงินเหลือเก็บออมมากขึ้นอีกด้วย

การออมเงินนั้นมีหลากหลายวิธีให้เลือกใช้ ซึ่งก็เป็นวิธีง่ายๆ ที่ทุกๆคนสามารถทำได้ เลือกใช้วิธีที่เหมาะสมเก็บออมเงินไว้เพื่อนาคตที่สดใส

การออมเงิน เพื่ออนาคตที่สดใส

อัพเดตวิธีการออมเงินให้โต ฉบับปี 2019

อัพเดตวิธีการออมเงินให้โต ฉบับปี 2019

การออมเงินเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐาน สำหรับการสร้างความมั่นคงทางการเงิน และทำให้คุณสามารถวางแผนการใช้ชีวิตได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องฝึกวินัยทางการออมอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอจึงจะทำให้เงินออมโตได้ไวและมีความเสี่ยงต่ำ ในวันนี้เราจึงได้รวบรวมวิธีการออมเงินที่เหมาะสมสำหรับ ปี 2019 มาฝากกัน ดังนี้

1. การซื้อประกันควบคู่กับการออม

ปัจจุบันมีกรมธรรม์ที่ออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าสามารถออมเงินได้ยาว ๆ แบบประกันบำนาญ มักมีระยะเวลาในการคุ้มครองยาวนานกว่า 10 ปี ทำให้เจ้าของกรมธรรม์สามารถออมเงินอย่างสม่ำเสมอด้วยการจ่ายรายเดือน รายปี แล้วรอรับต้นและดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดสัญญา กรมธรรม์แบบนี้สามารถนำไปแสดงเพื่อการลดหย่อนภาษีรายได้บุคคลช่วงมกราคมถึงมีนาคมของแต่ละปีได้ด้วย

2. การฝากเงินในธนาคารแบบสูตรขั้นบันได

เป็นการออมในจำนวนเงินคงที่ เช่น หนึ่งหมื่นบาท ตลอดเวลายาวนานแปดเดือน (เดือนละหนึ่งครั้ง) ซึ่งในแต่ละช่วงของการฝากเงินทางธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเงินฝากให้ในอัตราที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อเป็นการจูงใจ (ธนาคารจะแจ้งเป็นหลักฐานชัดเจนไว้ล่วงหน้าแล้ว) จึงเป็นวิธีการออมเงินที่เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนนี้อย่างเร่งด่วน

3. การหักเงินเดือนเพื่อส่งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ไม่ว่าคุณจะทำงานในบริษัทเอกชนหรือราชการ ย่อมมีระบบการออมเงินในส่วนนี้ ควรทำการตรวจสอบสิทธิ์และผลประโยชน์ที่จะได้ให้เข้าใจถ่องแท้ เพื่อการแจ้งใช้สิทธิ์เมื่อถึงเวลา เกษียณหรือลาออกจากบริษัท ซึ่งคุณจะได้เงินคืนในส่วนที่สะสมไว้และส่วนเงินสมทบจากนายจ้างตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งยังสามารถนำหลักฐานการส่งเงินไปแจ้งลดหย่อนการเสียภาษีแก่กรมสรรพากรได้อีกด้วย

4. การลงทุนแบบออนไลน์ DCA หรือ dollar cost average

เป็นการตัดบัญชีอัตโนมัติเพื่อซื้อกองทุนหรือหุ้นรายตัวเป็นประจำทุกสัปดาห์ เช่น ทุกวันจันทร์ เพื่อเป็นการถัวเฉลี่ยความเสี่ยงในมูลค่าของหุ้น ทำให้พอร์ตการลงทุนมีความปลอดภัยสูงขึ้น จึงนับได้ว่าเป็นการออมที่มีเทคนิคและท้าทายกลุ่มนักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการรักษาเงินต้นไว้ให้ปลอดภัยด้วย

5. ซื้อกองทุน RMF หรือ Retirement Mutual Fund

เป็นการซื้อหน่วยลงทุนติดต่อกันนานห้าปีปฏิทิน ซึ่งเงินที่ส่งกองทุนนี้สามารถนำมาคำนวณยกเว้นภาษีได้มากถึง 15 เปอร์เซ็นต์ของเงินทั้งหมดที่คุณนำไปลงทุนแต่ละปีด้วย แต่มีเงื่อนไขว่าจะถอนเงินคืนได้เมื่อคุณอายุครบ 55 ปีแล้วเท่านั้น

การออมเงินไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ย่อมเกิดประโยชน์แก่คุณทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แต่คุณควรศึกษาเทคนิคการออมแต่ละชนิดเพื่อการจัดสรร port การออมให้มีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ มีประสิทธิภาพสูงสุดและมีความเสี่ยงต่ำเท่าที่คุณยอมรับได้ด้วย

อัพเดตวิธีการออมเงินให้โต

หยุด! วงจรความยากจน ด้วยการออมเงินวันนี้

หยุด! วงจรความยากจน ด้วยการออมเงิน

ในยุคสมัยปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าการเก็บออมเงินและการบริหารเงินให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ยังมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราทุกคนต้องพยายามสร้างวินัยในการจับจ่ายและเสริมด้วยการวางแผนการเงินอย่างเคร่งครัด เพื่อหยุดวงจรความยากจน หรืออาการชักหน้าไม่ถึงหลังให้ได้โดยเร็ว

สัดส่วนในการออมเงินที่เหมาะสม

กูรูด้านการเงินแนะนำให้ทุกคนออมเงินในสัดส่วนหนึ่งในสี่ของรายได้ประจำ รวมถึงรายได้ขาจรหรืองานประเภทฟรีแลนซ์ในแต่ละเดือน และหากมีแผนต้องการใช้เงินเป็นก้อนโตในอนาคต เช่น ถอยรถ ซื้อคอนโด ฯลฯ ก็ควรต้องออมให้มากกว่าเดิม โดยอาจแยกบัญชีเพื่อให้เห็นภาพเป้าหมายที่ชัดเจนว่าเงินออมที่สะสมได้เข้าใกล้จุดมุ่งหมายมากน้อยเพียงใด

เป้าหมายการออมต้องชัดเจน

ชีวิตของคนเรามีความไม่แน่นอนอยู่เสมอ จึงห้ามประมาทกับทุกช่วงเวลา การออมเพื่อหยุดปัญหาทางการเงินให้ได้อย่างอยู่หมัด ก็เช่นเดียวกัน จำเป็นต้องคำนึงถึงเป้าหมาย และยึดไว้เป็นธงชัยที่ต้องก้าวไปให้ถึงให้ได้ โดยแบ่งวัตถุประสงค์ของการออมเงินออกเป็น 4 ประเภท คือ

1. การออมเงิน เผื่อฉุกเฉินระยะสั้น

เช่น เผื่อไว้สำหรับการว่างงานหรือการตกงาน ควรมีเงินออมส่วนนี้เพียงพอถึง 6 เดือน ทั้งนี้ ยังไม่รวมถึงกรณีเจ็บป่วย หรือเหตุต้องใช้เงินเร่งด่วน

2. การออมเงิน เพื่อชาร์จพลังให้ตัวเอง

ทุกคนย่อมมีความปรารถนาที่จะได้ทำอะไรตามต้องการ เพื่อจุดประกายความฝันหรือเป็นการเติมพลังให้แก่ตัวเอง เช่น การได้ไปทเริ่มปท่องเที่ยวต่างประเทศ การช้อปปิ้งของใช้แบรนด์เนม การออกค่ายเพื่อช่วยเหลือสังคม ฯลฯ ควรมีการออมเงินเพื่อส่วนนี้เป็นแผนระยะสั้น 1 ถึง 5 ปี จึงจะไม่เครียด และมีความเป็นไปได้สูง

3. การออมเงิน เพื่อเกษียณ

สมัยนี้มีค่านิยมอยากเกษียณตั้งแต่อายุน้อย หลายคนเริ่มวางแผนการออมเงินก้อนนี้ล่วงหน้าก่อนทำงานเสียอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก อย่าลืมว่ายิ่งออมไวก็มั่นคงและอุ่นใจมากกว่า ด้วย

4. การออมเงิน สำหรับต่อยอดลงทุน

การมีรายได้ทางเดียวดูจะไม่เพียงพอ ต่อวิถีชีวิตของยุค 2018 และยังไม่นับค่าครองชีพที่นับวันจะสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ การออมเงินเพื่อต่อยอดการลงทุน แม้จะเป็นการสะสมจากหลักร้อย หลักพันหลายปีต่อเนื่อง ก็สามารถให้ดอกทบต้นเป็นหลักแสนหลักล้านได้ เช่นกัน

จะเห็นได้ว่า การหยุดวงจรความยากจนหรือลดปัญหาทางการเงิน ประเภทชักหน้าไม่ ถึงหลัง สามารถเริ่มได้ด้วยการจัดระบบระเบียบชีวิตด้านการออมเงินเสียใหม่ อย่าปล่อยให้ดินพอกหางหมู ลุกลามจนยากเกินแก้ไข หากเริ่มเสียแต่วันนี้เชื่อว่าสถานการณ์การเงินของคุณจะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างแน่นอน

หยุด วงจรความยากจน ด้วยการออมเงินวันนี้

ของดีต้องบอกต่อ วิธีการออมเงินยาว ๆ กับกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)

ของดีต้องบอกต่อ วิธีการออมเงินยาว ๆ กับกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)

การออมเงินเป็นหนึ่งในคุณธรรมตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่จะช่วยเป็นการสร้างวินัยทางการเงิน และเป็นหลักค้ำประกันว่าอย่างน้อยในอนาคต ยังทำให้ผู้ออมมีเงินสำรองส่วนหนึ่ง ไว้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้

ซึ่งการออมกับกองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. ก็เป็นวิธีการหนึ่งที่รัฐบาลได้ออกแบบมาเพื่อคนไทยทุกคน โดยเริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 (ราวสามปีมาแล้ว)

คุณสมบัติผู้ที่ต้องการออมเงินกับ กอช.

คุณสมบัติผู้ที่ต้องการออมเงินกับ กอช.

ในการออมเงิน กอช. ผู้สนใจสมัคร ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

1. มีบัตรประชาชนที่แสดงถึงการถือสัญชาติไทย และมีอายุอยู่ในระหว่าง 15 – 60 ปี

2. ต้องไม่มีสิทธิ์ประกันสังคมอยู่ ยกเว้นมาตรา 40 (1) เท่านั้นที่สมัครได้

3. ไม่เป็นข้าราชการ สมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หรือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

4. ไม่มีงานทำแน่นอน หรือหากมีต้องเป็นอาชีพอิสระ เช่น ค้าขาย ฟรีแลนซ์ ขับรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง นักเรียน ฯลฯ

หากผู้ใดมีคุณสมบัติคำถามตามที่กล่าวมา ก็สามารถสมัครออมกับ กอช. ได้เลย

ออมเงินกับ กอช. จะได้ประโยชน์อะไรบ้าง

ออมเงินกับ กอช. จะได้ประโยชน์อะไรบ้าง

การออมเงินกับ กอช. จะ ทำให้ผู้ออมได้รับประโยชน์สูงสุดคูณสาม ดังต่อไปนี้

1. ได้เงินสมทบจากส่วนกลางหรือรัฐบาล โดยแยกเป็นสามช่วงอายุของผู้ออม คือ อายุ 15 – 30 , 30 – 50 และ 50 – 60 ปี จะได้รับเงินสมทบ 50%, 80% และ 100% ของเงินที่ส่งออมตามลำดับ แต่ทั้งนี้ ก็มีข้อจำกัดเพดานการสมทบในแต่ละปีจากรัฐ ไม่เกิน 600, 960 และ 1200 บาท (ตามลำดับ) ด้วย

2. ผู้ออมจะได้รับดอกเบี้ยเช่นเดียวกับการฝากเงินในธนาคาร แต่รัฐบาลรับประกันว่าจะได้ดอกเบี้ยไม่น้อยกว่าการฝากประจำแบบรายปี

3. ผู้ฝากจะได้เงินบำนาญจาก กอช. เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวรายเดือนจนกว่าจะเสียชีวิต

อยากออมเงินกับ กอช. ต้องทำอย่างไรบ้าง

การฝากเงินออมเข้ากับ กอช. มีจำนวนเงินที่รัฐบาลกำหนดขั้นต่ำที่ 50 บาทต่อเดือน โดยจะฝากจำนวนเงินเท่าใดก็ได้ในแต่ละครั้ง แต่มีข้อแม้ว่าเมื่อรวมกันในช่วงเดือนมกราคม ถึงธันวาคมของปีนั้น ๆ ต้องไม่เกินกว่า 13,200 บาท

และการส่งเงินออม ไม่มีการตัดสิทธิ์ หรือเรียกค่าปรับหากบางเดือนขาดส่ง เพราะเจตนารมณ์ของรัฐบาล คือ เสริมสร้างวินัยการออมของประชาชนคนไทยในระยะยาว จนถึงการสิ้นสุดการออมในระบบ กอช. เมื่อผู้ออมมีอายุครบ 60 ปี

เมื่อได้รู้จักวิธีการออมเงินกับ กอช. แล้ว ก็อย่าลืมจัดสรรเงินจำนวนหนึ่งสำหรับการออมเพื่อให้ได้ประโยชน์แบบคูณสามจะกอช.ในวัยเกษียณกัน และหากมีข้อสงสัยต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย ธ.ออมสิน , ธ.ธกส. และธอส.ตลอดเวลาทำการ

5 เคล็ดลับง่ายๆ ทำให้การออมเงินไม่ใช่เรื่องยาก

5 เคล็ดลับง่ายๆ ทำให้การออมเงินไม่ใช่เรื่องยาก

5 เคล็ดลับง่ายๆ ทำให้การออมเงินไม่ใช่เรื่องยาก

ตราบเท่าที่คุณยังคงมีอายุน้อยและมีร่างกายแข็งแรง รวมทั้งยังไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องใช้เงิน คุณอาจจะยังไม่รู้คุณค่าของการออมเงิน จนกว่าวันหนึ่งที่คุณมีเหตุให้ทำงานไม่ได้เหมือนเดิมหรือเกิดอะไรขึ้นกับตนเองและครอบครัว พอถึงตอนนั้นคุณจะเห็นคุณค่าของการออมขึ้นมาทันที ดังนั้น อย่าใช้ชีวิตอย่างประมาทควรเริ่มคิดและลงมืออมเงินตั้งแต่วันนี้และต่อไปนี้คือเคล็ดลับการออมเงินที่สามารถทำตามได้ทันที

1. เปิดบัญชีออมทรัพย์เฉพาะ

ขั้นตอนแรกในการสร้างเงินออม การเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เป็นสิ่งจำเป็น โดยเป็นบัญชีคนละบัญชีกับธนาคารหลักของคุณที่คุณใช้เพื่อฝากและถอนเงิน ส่วนบัญชีใหม่นี้ใช้เพียงเพื่อสำหรับการฝากเงินเท่านั้น และเพื่อประโยชน์สูงสุดเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยให้มองหาธนาคารที่มีอัตราการให้ดอกเบี้ยมากที่สุดด้วย

2. ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่พึงประสงค์

ไม่ว่าจะเป็นการสมัครรับบริการรายเดือนจากสิ่งต่างๆที่ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตจริงๆ เช่น บริการดูหนัง ฟังเพลง หรือแทนที่จะไปเสียค่าบริการฟิตเนสคุณสามารถออกกำลังกายได้ที่สวนสาธารณะหรือแม้แต่ออกกำลังกายที่บ้านก็ยังได้ หรือค่ากินอาหารนอกบ้าน ส่วนหนึ่งของการจัดการตัวเองให้มีเงินออมมากขึ้นคือ รู้ว่าค่าใช้จ่ายที่ควรค่ากับการต้องจ่าย และค่าใช้จ่ายใดที่เกินความจำเป็น

3. เป็นระบบ

หากคุณยังไม่มีไอเดียว่าจะเริ่มเก็บเงินอย่างไร สามารถใช้สูตรที่ผ่านการทดลองแล้ว และอาจเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการมีวินัยทางการเงินของตัวเอง สูตรหนึ่งที่เป็นที่นิยมในหมู่คนที่ใส่ใจเรื่องเงิน คือกฎที่เรียกว่า 80-20 คือการเก็บเงินเอาไว้ 20% ของรายได้ ของคุณโดยไม่ต้องคำนึงว่ามันจะเป็นจำนวนเงินเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม และส่วนที่เหลือคือการเอาไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน

4. เรียนรู้วิธีการลงทุน

ให้เงินทำงานกับคุณ แต่อย่าไปเชื่อการหลอกลวงที่มีโฆษณาในลักษณะว่าเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนอย่างรวดเร็วและสัญญาว่าจะมีค่า ROI สูงมาก (Return of Investment) เป็นไปได้ที่จะได้รับผลตอบแทนสูงในการซื้อขาย Forex และการซื้อขายหุ้น แต่ก็ไม่มีการรับประกันว่าคุณจะได้รับเงินอย่างต่อเนื่องเพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับภาวะของตลาด ที่มีทั้งขาขึ้นและขาลง มีความเสี่ยงในการลงทุนเสมอ อ่านหนังสือ เข้าร่วมการสัมมนาและหลักสูตรเกี่ยวกับการลงทุน พยายามเรียนรู้ การลงทุนในระยะสั้นและระยะยาว รู้ความแตกต่างระหว่างกา รInvesting และ Trading การลงทุนในกองทุน หุ้น Forex หรือการลงทุนแบบอื่นๆยิ่งรู้มากความเสี่ยงก็จะลดลงมากเช่นกัน

5. หารายได้จากช่องทางอื่น

เมื่อคุณประสบปัญหาในการสร้างรายได้เพื่อหาทางเพื่อจะมีเงินออม บางครั้งการสร้างรายได้หลายช่องอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการประหยัดเงิน เช่น การเป็นตัวแทนขายสินค้า การขายสินค้าที่ไม่ใช้แล้วหรือเสนอบริการที่เป็นอิสระตามทักษะความสามารถ จะเป็นวิธีเพิ่มรายได้แม้ว่าจะได้มากหรือน้อยแค่ไหนก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีทั้งสิ้น

5 วิธีง่ายๆในการออมเงินให้ได้ผล

5 วิธีง่ายๆในการออมเงินให้ได้ผล

5 วิธีง่ายๆในการออมเงินให้ได้ผล

บางครั้งสิ่งที่ยากที่สุดเกี่ยวกับการเริ่มต้นออมเงินให้ประสบความสำเร็จได้นั้นก็คือการพยายามหาจุดเริ่มต้นให้ได้นั่นเองและ คำแนะนำแบบทีละขั้นตอนต่อไปนี้จะช่วยสร้างนิสัยที่ช่วยประหยัดเงินและสามารถช่วยให้คุณวางแผนการออมที่ได้ผลจริงๆได้

1.บันทึกค่าใช้จ่าย

สิ่งแรกที่จะต้องเริ่มในการออมเงินก็คือการทำการจดบันทึกทุกอย่างเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายทั้งหมด ในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์และแต่ละเดือน เช่น ค่าหนังสือพิมพ์ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าน้ำมันรถ ค่าสำหรับความบันเทิง เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายเล็กน้อยแค่ไหนก็ตามควรเก็บมาบันทึกลงในสมุดหรือจะใช้แอปปลิเคชั่นในโทรศัพท์ก็ได้

2.ตั้งงบประมาณ

เมื่อคุณรู้เกี่ยวกับสิ่งที่ต้องใช้จ่ายในหนึ่งเดือน คุณก็จะสามารถเริ่มจัดระเบียบค่าใช้จ่ายที่บันทึกไว้ภายใต้งบประมาณที่สามารถทำได้ งบประมาณของคุณควรสรุปว่าค่าใช้จ่ายของคุณมีค่าเท่าไรเพื่อให้คุณสามารถวางแผนการใช้จ่ายและ จำกัดการจ่ายเงินได้ แต่นอกเหนือไปจากค่าใช้จ่ายรายเดือนแล้วยังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าใช้จ่ายพิเศษไม่ได้เกิดขึ้นประจำ เช่น การบำรุงรักษารถยนต์ หรือภาษี เป็นต้น

3.วางแผนออมเงิน

พยายามทำให้รายได้ของคุณหักเป็นเงินออม 10-15 เปอร์เซ็นต์ หากค่าใช้จ่ายของคุณสูงมากจนคุณไม่สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากนักก็อาจถึงเวลาที่ต้องตัด โดยระบุสิ่งที่ไม่สำคัญที่ออก เช่น ความบันเทิงและการรับประทานอาหารนอกบ้าน ค่าหนังสือพิมพ์ เป็นต้น

4.เลือกลงทุนการออม

การเอาเงินไปฝากธนาคารอาจมีความมั่นคงสูงและก็ให้ผลตอบแทนในเรื่องของดอกเบี้ยก็จริงแต่มันก็น้อยมากๆ จึงไม่ใช่วิธีที่ดีนักที่จะทำให้เงินออกของคุณเพิ่มพูนขึ้น ดังนั้น ควรเลือกลงทุนในกองทุนต่างๆที่ให้ผลตอบแทนมากขึ้นจะดีกว่า เพราะมีโอกาสได้ค่าตอบแทนมากขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงสูงขึ้นเช่นกัน ดังนั้นควรหาความรู้และข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ โดยคุณสามารถหาข้อมูลการลงทุนในกองทุนต่างๆได้ จาก ธนาคารทุกธนาคารหรือสถาบันการเงินบางแห่ง ซึ่งจะยินดีจะช่วยบริการคุณอย่างเต็มที่แน่นอน

5.ดูการออมของคุณเติบโตขึ้น

ตรวจสอบความก้าวหน้าในเงินออมของคุณทุกๆเดือน ไม่เพียงแค่เป็นการช่วยให้คุณปฏิบัติตามแผนออมให้ได้ผลเท่านั้นนั้น แต่ยังช่วยให้คุณสามารถระบุและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว วิธีง่ายๆในการออมเงินอาจสร้างแรงบันดาลใจให้คุณประหยัดมากขึ้นและนั่นก็หมายถึงจำนวนเงินออมที่เพิ่มมากขึ้นด้วย

การออมเงินเป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะต้องทำตั้งแต่เริ่มมีรายได้นี่คือสิ่งที่มีความสำคัญมากอย่างเพราะไม่มีใครที่จะสามารถทำงานหนักไปได้ทั้งชีวิต

เคล็ดลับการออมเงิน สำหรับคนเก็บเงินไม่เก่ง

เก็บออมเงิน

มุมมองผ่านการออมเงินในยุคปัจจุบัน หลายคนกลับเลือกที่จะมองว่า การออมเงินเป็นเรื่องที่ยากมาก และมักจะทำกันไม่สำเร็จ เพราะคิดว่าตนเองเป็นคนที่ใช้เงินเก่ง แถมค่าใช้จ่ายใจแต่ละวันก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายก็ต้องเพิ่มหนี้สินเข้ามา จนกระทั่งไม่สามารถออมเงินได้นั่นเอง แต่จริง ๆ แล้วการออมเงินถือได้ว่าไม่ใช่เรื่องยาก และยังคงเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำได้อย่างแน่นอน แถมบางคนที่มีหนี้สินอยู่บ้าง ยังคงสามารถออมเงินได้อีกเช่นเดียวกัน แต่การออมเงินในแต่ละครั้ง คุณจะต้องตั้งใจออมอย่างแท้จริงเท่านั้น ส่วนคนที่เก็บเงินไม่เก่งไม่จำเป็นจะต้องกังวลใจ เพราะวันนี้เรามีเคล็ดลับดี ๆ ในการออมเงิน ต่อให้เป็นคนเก็บเงินไม่เก่งสักแค่ไหน ก็ยังคงสามารถออมเงินได้ หากทำตามนี้

เก็บก่อนเท่านั้น ก่อนที่จะนำเงินไปใช้

หากคุณตั้งมั่นว่าจะออมเงินเก็บเงิน ขอให้คุณเริ่มต้นทำทันที ในกรณีของการออมเงินให้เห็นผล คุณจะต้องบังคับตนเองให้ได้ และห้ามนำเงินส่วนนี้ไปใช้เด็ดขาด ส่วนวิธีการออม ให้คุณแบ่งเงินเดือนประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เป็นเงินเก็บเงินออม โดยที่คุณห้ามแตะต้องและนำไปใช้

พยายามพกเงินให้น้อยลง

ยิ่งถ้าหากคุณเป็นคนที่ใช้เงินเก่ง และเป็นคนที่เก็บเงินไม่เก่ง หากคุณไม่แยกแยะต่อให้คุณมีเงินมากสักแค่ไหน คุณก็ต้องเลือกใช้เงินจนหมดไปในที่สุด เพราะคุณมักจะพกเงินเยอะ มีเงินอยู่ในมือต่อครั้งเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้น การเริ่มต้นออมเงินให้ได้จริง คุณจะต้องหันมาพกเงินให้น้อยลง และใช้เฉพาะจำเป็นเท่านั้น

ไม่ใช้บัตรเครดิต

เมื่อบัตรเครดิตคอยสร้างค่าใช้จ่ายให้กับตัวคุณ ทางออกที่ดีผ่านการออมเงินให้ได้จริง คือ คุณจะต้องไม่ใช่บัตรเครดิตเพื่อลดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนในส่วนนี้ออกไป หรือถ้าหากใครมีบัตรอยู่แล้ว ก็ควรที่จะเลือกใช้เฉพาะที่จำเป็น และไม่ควรใช้บัตรในการซื้อสินค้า เพราะลดปัญหาการใช้เงินแบบฟุ่มเฟือย

นอกจากนี้ อีกหนึ่งวิธีในการออมเงิน สำหรับคนที่เก็บเงินไม่เป็น หรือใช้เงินเก่ง นั่นก็คือ เลือกเก็บแบงก์ 50 ให้กลายเป็นเงินออม เมื่อคุณพบว่ามีแบงก์ 50 เมื่อไหร่ ขอให้คุณเก็บแบงก์ 50 นั้นให้กลายเป็นเงินออมทันที พยายามหาช่องทางในการเก็บเงิน โดยที่คุณไม่สามารถแคะหรือแกะ หรือแม้กระทั่งเปิดออกมาใช้ได้ การปิดตายภาชนะที่ใส่เงินออม โดยที่คุณไม่สามารถเอาออกมาใช้ได้อีก จะช่วยให้คุณเก็บเงินและออมเงินได้อย่างแท้จริงแน่นอน