เปลี่ยนรายจ่ายเป็นเงินเก็บ ด้วย 3 กลไกป้องกันตัวก่อนใช้เงิน

เปลี่ยนรายจ่ายเป็นเงินเก็บ ด้วย 3 กลไกป้องกันตัวก่อนใช้เงิน

คุณเป็นคนชอบช้อปปิ้งหรือเปล่า คุณมีความสุขกับการได้เดินดูของตามห้างสรรพสินค้า ตามตลาดนัด หรือของที่วางขายข้างทางใช่ไหม คุณเป็นคนหนึ่งใช่ไหมที่มักจะซื้อของมาเก็บไว้ที่บ้านเพียงเพราะชอบหรือสะดุดตาเมื่อเห็นครั้งแรก แต่ก็ไม่เคยได้หยิบมาใช้ ต้องเก็บไว้จนเต็มบ้าน ถ้าเรื่องเหล่านี้เป็นคอนเซ็ปต์ประจำตัวคุณ ก็คงจะต้องรีบปรับเปลี่ยน Mindset ให้เร็ว เพราะคุณมีโอกาสจะเก็บเงินออมได้อีกมาก หากสามารถหยุดการใช้จ่ายในเรื่องที่ไม่จำเป็นได้ แล้วหันมาเก็บออมให้มากขึ้น

สร้างกลไกป้องกันการ “ด่วนซื้อของ”

เป็นขั้นตอนแรกของการปรับทัศนคติ เพื่อพลิกค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ให้กลายเป็นเงินออมก้อนโต โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. ไม่ซื้อของที่ไม่จำเป็น “ทันที” ที่เห็นหรือรู้สึกว่าชอบ วิธีนี้ใช้ได้ดีกับพวกสินค้าแฟชั่น อาทิ เสื้อผ้า, กระเป๋า และรองเท้า รวมถึงการติดเกมส์หรือเดิมพันตามทีเด็ดบอลจากกูรูต่างๆ การทอดเวลาให้ตัวเองได้คิดทบทวนอย่างรอบคอบก่อนซื้อ เช่น ทบทวนว่าของชิ้นที่กำลังจะซื้อมีความจำเป็นจริง ๆ หรือ และราคาที่จะซื้อนั้นสูงเกินไปหรือไม่ วิธีการยับยั้งชั่งใจก่อนจ่ายเงินนี้ จะช่วยฝึกนิสัยการใช้จ่ายเงินอย่างมีเหตุผล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเก็บออมเงิน
  2. รอช่วงเวลาลดราคา หรือติดป้าย SALE ยิ่งเป็นสินค้าแฟชั่นที่มีการวางขายเป็นรุ่น ๆ หรือเป็นช่วงฤดูกาล ยิ่งมีโอกาสลดราคาได้บ่อย ๆ ในช่วงแรกของการลดราคาอาจเป็นการ SALE เพียงแค่ 10-20 % แต่ยิ่งนานไป ของชิ้นเดิมจะมีโอกาสลดราคาลงได้อีกมาก บางชิ้นอาจลดถึง 70 % ก็เป็นได้ การรอเวลาเพื่อซื้อสินค้าในช่วง SALE นอกจากจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้แล้ว ยังเป็นการฝึกให้ยับยั้งชั่งใจก่อนจ่ายเงิน และช่วยแก้นิสัยชอบซื้อของที่ไม่จำเป็นได้อีกด้วย
  3. เลิกสนใจป้าย SALE จริงอยู่ว่าการรอซื้อสินค้าในช่วงลดราคาหรือติดป้าย SALE จะช่วยประหยัดและทำให้เก็บออมเงินได้มากขึ้น แต่ลองนึกจินตนาการต่อไปว่า หากเราไม่ซื้อของนั้นแม้จะเป็นช่วง SALE เราก็จะไม่ต้องจ่ายเงินเลย

นำเงินที่ได้จากการตัดใจซื้อของ มาเก็บเป็นเงินออม

ขั้นตอนนี้เป็นการต่อยอดจากขั้นตอนการยับยั้งชั่งใจ ทุกครั้งที่สามารถหยุดการซื้อของที่ไม่จำเป็นของตัวเองได้ ให้นำเงินที่เกือบจะจ่ายออกไปมาแยกใส่กระเป๋าเก็บไว้ และหากซื้อของชิ้นใดตามราคา SALE ให้นำเงินเท่ากับจำนวนส่วนลดที่ได้ มาเก็บไว้ในกระเป๋าเดียวกัน ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องสนใจเปิดดูเงินในกระเป๋านั้นบ่อย ๆ เมื่อครบ 1 ปี ให้นำเงินออกมานับ แล้วนำไปฝากในธนาคาร ก็จะกลายเป็นเงินออมก้อนใหม่ที่ได้จากการปรับ Mindset เปลี่ยนรายจ่ายที่ไม่จำเป็นให้กลายเป็นเงินออม

วิธีการเหล่านี้จะสร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวเอง และจะค่อย ๆ เปลี่ยนแนวคิดของคุณ ให้เป็นคนใหม่ที่ชอบการเก็บออมมากกว่าการใช้จ่ายหรือช้อปปิ้งแน่นอน

ออมเงินอย่างไร ให้รวยก่อนอายุ 30

ออมเงินอย่างไร ให้รวยก่อนอายุ 30

คนรุ่นใหม่อยู่ในช่วงยุคสมัยของการใช้เทคโนโลยีในการสร้างรายได้ที่ง่ายขึ้นกว่าคนยุคเก่า ทั้งยังมีความหลากหลายในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสินค้าที่ตอบโจทย์ในการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม การมีรายได้ที่สูงต้องมาคู่กับเทคนิคการออมเงินที่ต้องรู้เคล็ดลับ จึงจะทำให้สามารถเป็นเศรษฐีร่ำรวยได้ก่อนอายุ 30 ปี ซึ่งจะมีวิธีการออมอย่างไรบ้างมาดูกัน

การแยกออมเงินก่อนใช้

อย่างน้อยหนึ่งในสามของรายได้ที่หาได้จากการขายสินค้าออนไลน์ หรือการรับจ๊อบใด ๆ ควรแยกเข้าธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาวที่น่าพอใจในความเสี่ยงที่ต่ำ เช่น การซื้อกองทุน RMF (มีข้อแม้ที่จะถอนได้ต่อเมื่ออายุ 55 ปีโดยที่ต้องฝากแล้ว นาน 5 ปีขึ้นไป) การซื้อกองทุน LTF แบบ DCA (เฉลี่ยเงินรายได้ซื้อเป็นรายเดือน ครบ 7 ปีจึงถอนได้) หรือจะเลือกฝากธนาคารแบบฝากประจำก็ได้เช่นกัน

ออมเงินอย่างไร ให้รวย

การแยกบัญชีสำรอง สำหรับช่วง 6 เดือน

การมีเงินสำรองเพื่อเหตุฉุกเฉินจะเป็นประโยชน์สำหรับอนาคตที่ไม่มีใครรู้ได้ว่าจะต้องมีการเปลี่ยนงาน หรือว่างงานหรือไม่ การออมเงินในรูปแบบหุ้นกู้ หรือซื้อเป็นพันธบัตรรัฐบาลจะช่วยให้มีวินัยและเพิ่มเงินเก็บต่างหากไว้อีกก้อนหนึ่งได้ โดยยังให้ดอกเบี้ยแก่เจ้าของบัญชีด้วย

หรือจะซื้อในรูปแบบสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในการแลกเปลี่ยนที่เป็นสากลอย่างการซื้อทอง หรือเงินตราต่างประเทศก็ได้ แต่กรณีนี้ต้องมีความรู้ด้านอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน การศึกษาสถานการณ์โลกด้านราคาน้ำมัน นโยบายทางการฑูต ภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ จะ ทำให้การออมเงินก้อนนี้มีประสิทธิภาพและเพิ่มฐานเงินออมได้ดียิ่งขึ้น

ออมเงินด้วยการลดรายจ่าย

หนึ่งในหลักการพื้นฐานของการออมเงินให้มากขึ้นได้ไว คือ การลดต้นทุน หรือค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อาจลดการขับรถยนต์ส่วนตัวที่ต้องเสียค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าที่จอดรถ แล้วไปเลือกนั่งรถโดยสารประจำทาง เช่น รถ BTS รถใต้ดิน MRT แทนบ้าง นอกจากนี้ ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารด้วย การลองทำอาหารแบบง่าย ๆ เตรียมอาหารคลีนนึ่งอกไก่ คู่กับผักผลไม้สด ไปรับประทานเอง แทนการต้องจ่ายค่าอาหารวันละหลายร้อยได้ (ได้ประโยชน์ทั้งด้านสุขภาพ ลดน้ำหนักและมีเงินเหลือต่อเดือนมากขึ้นด้วย)

การออมเงินเป็นสิ่งที่ดี หากเริ่มทำให้เป็นนิสัยตั้งแต่อายุน้อยจะมีสิทธิ์รวยได้ก่อนอายุ 30 อย่างแน่นอน ในช่วงยุคสมัยที่มีการหารายได้ง่ายขึ้นทั้งช่องทาง offline และ online อย่าลืมว่าการมีวินัยในการออมและการใช้จ่ายเงินอย่างรู้คุณค่า ต้องมีความสม่ำเสมอจึงจะทำให้บรรลุเป้าหมายในการออมเป็นเศรษฐีรวยได้ในเร็ววัน

ออมเงิน ให้รวยก่อนอายุ 30