ชวนออมเงินแบบง่าย ๆ ให้รู้สึกสนุก

ชวนออมเงินแบบง่าย ๆ ให้รู้สึกสนุก

การเก็บเงิน อาจเป็นเรื่องยากสำหรับหลายคนที่มีรายจ่ายจิปาถะรอบตัว บางช่วงก็มีรายจ่ายฉุกเฉินเพิ่มเติมจนรายได้ไม่พอค่าใช้จ่ายหรืออยู่ในภาวะ “ติดลบ” การตั้งหลักเก็บออมเงินอย่างจริงจังหรือตั้งเป้าหมายชัดเจนอาจกลายเป็นเรื่องสร้างความกดดันมากขึ้น แต่หากหันมาใช้กุศโลบายออมเงินแบบสนุก ๆ หรือออมแบบไม่ตั้งใจจริงจัง อาจทำให้มีเงินเก็บง่ายขึ้นได้ ด้วยเทคนิควิธีการเหล่านี้

วิธีออมเงินแบบไม่ตั้งใจ

สร้างโจทย์สนุก ๆ เป็นอุบายให้ตัวเองเก็บเงิน โดยเน้นให้เกิดความรู้สึกท้าทาย เหมือนได้เล่นเกมส์ วิธีการนี้ คล้าย ๆ กับการตั้งกติกาของเด็ก ๆ ในห้องเรียน ที่จะต้องพูดภาษาอังกฤษกันทั้งวัน หากใครเผลอพูดภาษาไทยก็จะต้องหยอดเงินใส่กระปุกเป็นเงินเก็บของส่วนรวม กลยุทธ์แบบนี้ อาจสร้างเป็นเงื่อนไขในชีวิตประจำวัน เช่น หากจ่ายเงินค่าสินค้าหรือบริการในแต่ละครั้งและได้รับเงินทอนกลับมาเป็นธนบัตรฉบับละ 50 บาท จะต้องไม่ใช้ธนบัตรนั้น โดยนำไปเก็บรวมไว้ หรืออาจตั้งกฎเป็นธนบัตรฉบับละ 20 บาท หรือเหรียญ 10 บาทก็ได้ เมื่อเวลาผ่านไปสักช่วงหนึ่ง เช่น 1 ปี ลองนำธนบัตร 50 บาทที่เก็บไว้ทั้งหมดมานับดูก็น่าจะได้เงินมากพอสมควร เป็นเงินเก็บได้แบบสบาย ๆ

เปลี่ยนงานที่ต้องจ้างมาทำเอง หลายคน นิยมส่งเสื้อผ้าไปให้ร้านซักรีดซักหรือรีดให้ เพื่อความสะดวกรวดเร็ว หากเปลี่ยนแนวคิดมาทำงานเหล่านี้ด้วยตนเอง นอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้แล้วยังสามารถสร้างแรงจูงใจในการเก็บเงินให้ตัวเองได้ด้วย โดยการนำเงินที่เคยจ่ายให้กับร้านซักรีดมาเก็บไว้เป็นเงินออม หรือจะให้สนุกมากขึ้นก็ลองนับจำนวนผ้าที่ซักรีดเอง แล้วจ่ายเป็นค่าจ้างให้ตัวเอง เป็นครั้ง ๆ ละเท่ากับที่จ่ายให้กับร้านซักรีด เช่น เสื้อเชิ้ต ที่เคยจ่ายให้ร้านซักรีดตัวละ 25 บาท ก็นำเงินส่วนนี้มาเป็นเงินเก็บของตัวเอง หลังซักรีดเสร็จ จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจทั้งในการทำงานและเก็บเงินไปพร้อมกัน ทั้งนี้สามารถใช้เทคนิควิธีการนี้กับการทำงานอื่น ๆ ที่เคยจ้างทำ เช่น งานบ้านหรือทำสวน เป็นต้น

เปลี่ยนข้าวของที่ไม่ใช้แล้วเป็นเงิน วิธีนี้ทำได้ทั้งการรวบรวมขวดพลาสติกเก่า, กระดาษ หรือขวดแก้ว แยกเป็นหมวดหมู่ให้ชัดเจนก่อนไปขายตามร้านขายของเก่า แม้ว่าจะได้ราคาไม่สูงนัก เนื่องจากร้านจะรับซื้อตามน้ำหนัก แต่ก็ดีกว่าการทิ้งไปเปล่า ๆ เงินที่ได้จากการขายสิ่งของเหล่านี้ ก็สามารถนำมาเป็นเงินเก็บของตัวเองได้โดยไม่ต้องเหนื่อยเพิ่ม แต่หากเป็นของที่ยังใช้ได้ อาจเลือกวิธีการขายมือสองโดยใช้ช่องทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีหลายแหล่งให้ประกาศขายได้ฟรี เช่น Kaidee, Pantipmarket รวมถึง Facebook และ Integra เมื่อขายได้แล้วก็สามารถนำเงินมาเก็บเป็นเงินออมได้เช่นกัน

การออมเงิน แบบไม่จริงจังหรือไม่มีเป้าหมายชัดเจน จะช่วยลดแรงกดดันและทำให้การออมเงินเป็นเรื่องสนุก ทำได้แบบสบาย ๆ ที่สำคัญคือ ทำให้เกิดเป็นนิสัยมัธยัสถ์ได้โดยไม่รู้ตัว

วิธีออมเงินแบบไม่ตั้งใจ

วิธีการออมเงินสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงาน

วิธีการออมเงินสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงาน

การเก็บออมเงินเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่จะทำให้เป็นผู้มั่งคั่งในระยะยาวได้ สำหรับผู้ที่เพิ่งเรียนจบและเป็นน้องใหม่ในที่ทำงาน ควรหาวิธีในการออมเงินที่เหมาะสม กับตนเอง เพื่อช่วยให้ไม่เกิดการใช้จ่ายเกินตัวและทำให้มีเงินสำรองสำหรับการใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นในอนาคตด้วย

ในบทความนี้ เราได้รวบรวมวิธีการออมเงินสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงานมาฝากกันเพื่อให้นำไปปรับใช้ได้ตามความเหมาะสม ดังนี้

1. ให้กำหนดงบประมาณค่าใช้จ่ายแต่ละวัน

เช่น เดือนมกราคม มี 31 วัน ให้คำนวณว่า ในแต่ละวันจะมีงบประมาณใช้จ่ายไม่เกินกี่บาท ให้นำเงินจำนวนนั้นใส่ถุงไว้ ทำเช่นนั้นจนครบทั้ง 31 วัน แล้วนำมาใช้ทีละวันตามแผน วิธีนี้จะช่วยไม่ให้มีการใช้จ่ายเกินจากงบประมาณที่ตั้งไว้ได้เป็นอย่างดี

2. หักส่วนเศษของเงินเดือนเข้าบัญชีเงินออม

นอกจากบัญชีรับเงินเดือนแล้ว ควรเปิดบัญชีสำหรับการเก็บออมเงินด้วย เมื่อเงินเดือนเข้า ให้หักส่วนเศษ ย้ายไปเก็บในบัญชีเงินออม เช่น ปลายเดือนมีเงินเข้าบัญชี 17,500 บาท ก็โอนเงินเศษ 2,500 บาทไปเก็บไว้ในเงินออม ส่วน 15,000 บาทที่เหลือก็นำไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายรายวันตามข้อแรก

3. เก็บเงินตามวันของปีนั้น

เป็นวิธีการง่าย ๆ คือ ใช้หลักการว่าใน 1 ปี มี 365 วัน ให้กำหนดวันที่ 1 มกราคม เป็นวันที่ 1 เก็บเงิน 1 บาท วันที่ 2 มกราคม เป็นวันที่ 2 เก็บ 2 บาท ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆจนถึงสิ้นปีครบ 365 วัน คุณจะมีเงินเก็บประมาณ 7 หมื่นบาทเลยทีเดียวเราได้รวบรวมวิธีการออมเงินสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงานมาฝากกันเ

4. เก็บเศษเหรียญในกระปุกออมสิน

เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้เงินไม่รั่วไหล ซึ่งเงินเหรียญที่สะสมวันละเล็กน้อย เมื่อกระปุกเต็มสามารถนำไปแลกเป็นธนบัตร อาจได้เงินเป็นจำนวนหลายพันบาทเลยทีเดียว

5. การเก็บธนบัตรใหม่

ไม่ว่าจะเป็นการกดเงินจากตู้ atm หรือมีการแลกเงินเป็นธนบัตรใหม่ ก็ช่วยให้จูงใจมากขึ้นในการเก็บไว้เป็นที่ระลึก วิธีนี้ยังเป็นเทคนิคการเก็บธนบัตรสะสมที่เพิ่มมูลค่าตามเวลาได้ด้วย

6. ออมเพื่อสิ่งที่ชอบ

ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวต่างประเทศ การเล่นดนตรี กีฬา ฯลฯ ให้แยกเงินออมออกมาสำหรับสิ่งเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณอยากได้กีตาร์ ก็ควรเก็บเงินออมส่วนหนึ่งเพื่อซื้อกีตาร์ต่างหากจากการเงินออมเพื่ออนาคต

การเก็บออมเงินมีอยู่หลายวิธี ผู้ที่เพิ่งทำงานควรศึกษาวิธีการออมให้หลากหลายและนำมาปรับใช้กับตนเองตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อเป็นการฝึกนิสัยในการออมและการลงทุน ทั้งยังทำให้มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วย