เปิดเทคนิค 5 วิธีออมเงินที่มนุษย์เงินเดือนทำได้จริง

เทคนิคเก็บออมฉบับมนุษย์เงินเดือน

ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน หลายคนชอบคิดว่า ลำพังแค่ใช้ให้ถึงสิ้นเดือนก็ถือว่าเก่งแล้วในสภาพเศรษฐกิจในยุคข้าวยากหมากแพงอย่างเช่นทุกวันนี้ แต่คุณเชื่อไหมว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือนนี่เองที่โชคดีสุด ๆ เพราะคุณมีรายได้เข้ามาในจำนวนที่แน่นอนทุกเดือน ทำให้จัดการกับบัญชีรายรับรายจ่ายของคุณในแต่ละเดือนได้ง่ายที่สุดแล้ว เผลอ ๆ ถ้าคุณรู้จักเก็บออมมนุษย์เงินเดือน อย่างคุณสามารถมีเงินเก็บไปถึงหลักล้านได้เลยทีเดียว แต่จะไปถึงตรงนั้นได้คุณต้องรู้วิธีการเก็บออมก่อน มาดู 5 เทคนิควิธีเก็บออมที่มนุษย์เงินเดือนแบบคุณทำได้จริง! สามารถทำให้คุณมีเงินล้านได้จริง ๆ กัน

เทคนิคเก็บออมฉบับมนุษย์เงินเดือน

หักเงินเดือนไว้ 10 % ทุกเดือน

วิธีนี้ฟังดูเหมือนจะโหดไปนิด สำหรับคนที่มีเงินเดือนน้อยแต่ภาระมาก แต่คุณเชื่อเถอะว่าถึงคุณหักเงินเดือนตัวคุณเอง 10 % สำหรับออมทุกเดือนคุณก็ยังไม่เดือดร้อนหรือขัดสนจนทำให้ชีวิตคุณลำบากมากไปกว่าเดิมนักหรอก ทำเป็นลืม ๆ มันไป พอครบปีคุณลองดูเงินที่คุณหักไว้ มันจะกลายเป็นเงินก้อนใหญ่จนคุณต้องรู้สึกประหลาดใจอย่างแน่นอน สำหรับคนที่มีเงินเดือนสูงก็สามารถหักเก็บออมมากกว่านี้ได้ คิดง่าย ๆ ว่าออมมากก็มีมาก

หักส่วนที่เป็นเศษเก็บไว้ออมทุกเดือน

ส่วนที่เป็นเศษเช่น เงินเดือน 21,980 บาท พอเงินเดือนออกก็หักเก็บออมทันที 980 บาท หรือจะหักเก็บส่วนที่เกิน 20,000 บาท เก็บไว้ทุกเดือนก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการจัดการภาระและค่าใช้จ่ายของแต่ละคนไป ไม่ว่าจะหักเศษมากหรือน้อยก็เป็นเงินก้อนใหญ่ได้ ถ้าเก็บน้อยก็ใช้เวลานานหน่อยกว่าจะได้มาก หรือเก็บเงินเดือนส่วนที่ได้รับการปรับขั้นเงินเดือนของแต่ละปีไว้โดยไม่เอามาใช้จ่าย แบบนี้ก็ช่วยให้มีเงินเก็บได้ทั้งปีไม่น้อยเช่นกัน

เก็บแบงค์ใหม่

เทคนิคนี้ทำให้หลายคนมีเงินก้อนจนสามารถทำตามความฝันของตัวเองสำเร็จมานักต่อนักแล้วกับการเก็บแบงค์ใหม่ ทุกชนิดตั้งแต่แบงค์ 20 ไปจนถึงแบงค์ 1000 เทคนิคนี้คุณอาจจะต้องลุ้นหน่อยเพราะบางเดือนเจอแบงค์ใหม่เยอะมากจนทำให้งบประมาณเดือนนั้นคุณร่อยหรอลง คือเงินเก็บมากก็ดีใจ แต่เงินใช้ระหว่างเดือนก็ลดลง บางคนก็สนุกไปกับการหาวิธีจัดการที่จะบริหารเงินให้ถึงสิ้นเดือน แต่ใครที่ยังบริหารเงินไม่เก่งก็เก็บเอาที่ไหว อย่ากดดันตัวเองมากไปจนรู้สึกไม่สนุกกับการเก็บออมล่ะ

บังคับตัวเองหยอดกระปุกทุกวัน

การออมคือการสร้างวินัยให้ตัวเอง ใครที่คิดว่าภาระหนักมากจนเก็บเงินวิธีอื่นไม่ได้เลยการบังคับตัวเองให้หยอดกระปุกในจำนวนเท่ากันทุกวัน จะช่วยให้คุณมีเงินเก็บได้เป็นกอบเป็นกำอย่างไม่น่าเชื่อ แต่วิธีนี้ต้องสัญญากับตัวเองว่าไม่แอบแคะออกมาใช้ก่อนกระปุกเต็มหรือก่อนถึงเวลาที่ครบกำหนด ลองดูหยอดทุกวันใน 1 ปีคุณจะมีเงินเก็บเท่าไหร่ รับรองว่ามากจนคุณต้องตาโตอย่างแน่นอน

บังคับตัวเองให้ใช้เงินไม่เกินจำนวนที่ตั้งไว้ในแต่ละวัน

เทคนิคนี้อาจจะดูเข้มงวดไปสักหน่อย คือการตั้งงบค่าใช้จ่ายให้ตัวเองไว้ในแต่ละวันไม่เกินวันละจำนวนเท่านั้นเท่านี้ โดยการใส่เงินไว้เป็นถุง ๆ แยกเป็นวัน ๆ ไว้ หากวันไหนใช้ไม่หมดก็เอาเงินส่วนที่เหลือหยอดกระปุกไป ใช้เกินก็ไม่มีเติม วิธีนี้ถ้าทำได้แสดงว่าคุณเป็นคนที่มีจิตใจที่แน่วแน่และเด็ดเดี่ยวเอามาก ๆ

ทุกเทคนิคในการเก็บออม ไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีการไหนก็ทำให้คุณมีเงินเก็บได้ เพียงแค่เราเลือกให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเราเอง มองให้เป็นเรื่องท้าทาย แล้วคุณจะสนุกไปกับการออม อย่าลืมว่าออมมากเท่าไหร่ บั้นปลายชีวิตของคุณก็จะสุขสบายได้มากเท่านั้น

เปิดเทคนิค 5 วิธีออมเงินที่มนุษย์เงินเดือนทำได้จริง

เก็บออมเพื่อให้การเงินพอดีกับชีวิต มีเงินเหลือไว้ใช้จ่าย

ออมเพื่อใช้ยามแก่

เมื่อคุณอายุยังน้อย การตรวจสอบสถานะทางการเงินของอาจดูเหมือนเป็นสิ่งที่สามารถรอได้ แต่การประเมินจุดที่คุณกำลังยืนอยู่เป็นประจำจะเป็นประโยชน์ต่อคุณในปัจจุบันและในอนาคต นี่คือ 7 ขั้นตอนในการพิจารณาการเงินของตัวเอง

1.ทำความเข้าใจกับสินทรัพย์และหนี้สิน

สินทรัพย์ที่คุณเป็นเจ้าของและหนี้สินทั้งหมด สินทรัพย์ อาจรวมถึงเงินสด เงินฝากออมทรัพย์ หุ้น พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์และสิ่งอื่นใดที่มีมูลค่า เช่น รถหรือของสะสม หนี้สิน อาจรวมถึงการจำนอง เงินกู้ สินเชื่อรถยนต์ ตั๋วเงินและหนี้บัตรเครดิต พิจารณาการคำนวณมูลค่าสุทธิของคุณเป็นประจำทุกปี โดยการเพิ่มมูลค่าของสินทรัพย์ทั้งหมดและหักหนี้สินของคุณ วิธีนี้สามารถช่วยให้คุณติดตามดูภาพทางการเงินโดยรวมได้

2.ประเมินเป้าหมายของตัวเอง

อย่างน้อยปีละครั้ง ลองทบทวนถึงเป้าหมายระยะสั้น, ปานกลางและระยะยาว เป้าหมายระยะสั้น เช่น การชำระเงินค่าบัตรเครดิต เป้าหมายระยะปานกลาง เช่น การลงทุน รวมทั้งการออมเพื่อการมีบ้าน ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้บ่อย คุณอาจตัดสินใจที่จะประเมินไม่ทุก 3-6 เดือนตามความเหมาะสม

3.ตรวจสอบรายงานเครดิตของคุณ

เป็นรายงานทางการเงินที่แสดงข้อมูลเครดิต คือ ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการชำระหนี้ ซึ่งถูกจัดเก็บไว้ในระบบฐานข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิต และจะแสดงในรายงานข้อมูลเครดิตเมื่อมีผู้ร้องขอ โดยแนะนำให้ตรวจสอบรายงานของคุณอย่างน้อยปีละครั้งเพื่อให้แน่ใจว่ามีการอัปเดตและถูกต้อง

4.ตั้งชื่อผู้รับผลประโยชน์ของคุณ

เมื่อคุณเปิดบัญชีเพื่อการเกษียณอายุหรือซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต ควรขอให้ระบุชื่อผู้รับเงินซึ่งเป็นบุคคลที่จะเก็บเงินจากบัญชีในกรณีที่คุณเสียชีวิต โดยปกติคู่สมรสของคุณเป็นผู้รับประโยชน์ตามค่าเริ่มต้นของคุณ แต่คุณอาจต้องการกำหนดให้เด็กหรือบุคคลอื่น ควรตรวจสอบการเลือกของคุณเป็นประจำทุกปีเพื่อให้มั่นใจว่ามีความเหมาะสม

5.จัดการภาษี

สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้จัดการเรื่องเงินเผื่อไว้เพียงพอที่จะจ่ายค่าภาษีให้ดีก่อนถึงเวลาที่ต้องจ่ายเงินภาษีประจำปี รวมทั้งที่เกี่ยวช้องกับภาษีให้ละเอียดรอบคอบที่สุด

6.ตรวจสอบว่าการลงทุนและเป้าหมายของคุณสอดคล้องกัน

เป็นไปได้ว่าเงินลงทุนของคุณไม่ว่าจะเป็นในแผนเกษียณอายุหรือบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่ต้องเสียภาษี รวมถึงกองทุนรวมที่ลงทุนในรูปแบบต่างๆ ลองพิจารณารายไตรมาสเพื่อให้แน่ใจว่าการเลือกของคุณเหมาะสมกับอายุและเป้าหมายทางการเงินของคุณ

7.ตรวจสอบว่ามีประกันที่ถูกต้องหรือไม่

ประมาณปีละครั้งเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินประเภทและจำนวนเงินประกันที่คุณต้องการ ถ้าคุณมีบ้านให้คนอื่นเช่าบ้านคุณอาจต้องการพิจารณาการประกันภัยของผู้เช่าเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ หรือเมื่อคุณซื้อบ้านคุณต้องมีประกันบ้านจากเจ้าของบ้าน นอกจากนี้คุณยังอาจต้องการความคุ้มครองพิเศษสำหรับรายการที่มีค่าเช่น เครื่องประดับหรืองานศิลปะ ตัวแทนประกันจะสามารถช่วยให้คุณประเมินว่าคุณมีประเภทประกันที่เหมาะสมหรือไม่