เทคนิคการออมเงินสำหรับคนที่ใช้เงินเก่ง

วิธีเปลี่ยนนิสัยตัวเองให้เก็บออมเงินได้มากขึ้น

หลังจากทำงานมีเงินเดือนเป็นของตัวเอง หลายคนจะชอบซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยตามต้องการ ทำให้แทบไม่มีเงินเก็บเลย ซึ่งหากเทียบกับคนอื่น ๆ ที่ประหยัดกว่า เขาอาจมีเงินเก็บผ่อนรถหรือบ้านได้แล้ว

วิธีเปลี่ยนนิสัยตัวเองให้เก็บออมเงินได้มากขึ้น

1. เก็บเงินฝากประจำก่อนใช้

ต้องมีเป้าหมายในการเก็บเงิน เช่น 1 ใน 3 ส่วนเข้าบัญชีฝากประจำ 24 เดือน เพื่อได้ดอกเบี้ยสูงและไม่ให้ถอนออกก่อนกำหนด ที่เหลือจึงค่อยนำไปใช้ เทคนิคนี้จะทำให้เพิ่มเงินเก็บได้อย่างมาก ถ้ามีเงินเดือนอยู่ที่ 10,000 บาท การเก็บ 1 ใน 3 ส่วน เท่ากับ การเก็บออมได้ถึง 3,000 บาทต่อเดือน หรือ 1 ปี จะมีเงินเก็บเกือบ 4 หมื่นบาท ยังไม่นับดอกเบี้ยจากธนาคารอีกด้วย

2. พกเงินสดให้น้อยลง

วิธีที่ได้ผลในการแก้ความเคยชินเรื่องการหยิบใช้เงินง่าย ๆ คือ ต้องพกเงินสดกับตัวให้น้อยลง และไม่ใช้บัตรกดเงินต่าง ๆ โดยต้องมีวินัยให้ตัวเองอย่างมาก คำนวณเงินที่ต้องใช้ในแต่ละวันอย่างคร่าว ๆ แยกเงินใส่ซองไว้เป็นรายวัน นำมาใช้วันละซอง หรืออาจจะกำหนดเป็นรายอาทิตย์ก็ได้ ทั้งนี้ ต้องใจแข็งที่จะไม่นำเงินเก็บออมมาใช้ หรือรูดบัตรเครดิตโดยไม่จำเป็นด้วย

3. ยกเลิกการใช้บัตรเครดิต

สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องของหนี้สินจากการรูดบัตรเครดิตบ่อย ๆ ควรที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างจริงจัง โดยการใช้จ่ายรูปแบบเงินสดแทนหรือชำระเงินที่จำเป็นผ่านบัญชีธนาคารตัวเองโดยตรง เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ทั้งนี้ควรสำรวจว่า คุณมีการใช้บัตรเครดิตไปกับสินค้าใดบ้าง ส่วนใหญ่ผู้หญิงมักซื้อเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า จะทำให้คุณเห็นตัวเลขได้ชัดเจนว่าเมื่อเลิกใช้บัตรเครดิตแล้ว จะมีเงินเหลือเก็บได้มากขึ้นถึงเดือนละหลายพันบาท

4. เก็บออมเหรียญและธนบัตรหายาก

หลายคนมักมองข้ามว่าเงินเหรียญบาท เหรียญ 5 เหรียญ 10 บาทไม่มีความหมาย แต่รู้ไหมว่าถ้านำมาหยอดกระปุกทุกวัน สะสมไว้ 1 เดือนคุณอาจจะมีเงินเพิ่มหลายพันบาทเลยทีเดียว นอกจากนี้การเก็บธนบัตรที่หาได้ยาก เช่น ธนบัตร 50 บาท ที่ได้รับเป็นเงินทอนเข้ากระปุกออมสินทุกครั้ง ก็จะทำให้สนุกกับการเก็บเงินมากขึ้น เทคนิคนี้มีคนที่ทำแล้วมีเงินเก็บได้อีกหลายหมื่นบาทต่อปี

จะเห็นได้ว่า เทคนิคในการเก็บออมมีหลายแบบ โดยเฉพาะสำหรับคนที่เคยชินกับการใช้จ่ายแบบอิสระ จะต้องใช้หลายวิธีร่วมกันจึงจะทำให้คุณสามารถตั้งต้นที่จะมีเงินเก็บเป็นของตัวเองได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

เทคนิคการออมเงินสำหรับคนที่ใช้เงินเก่ง

ออมเงินอย่างไรจึงมั่งคั่งได้จริง 2019

ออมเงินอย่างไรจึงมั่งคั่งได้จริง 2019

การออมเงินเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่ทุกคนควรฝึกฝนตั้งแต่อายุน้อย เพื่อให้มีวินัยสร้างความมั่งคั่งทางการเงิน และลดความเสี่ยงต่อในการใช้จ่ายเงินที่เกินตัว เราจึงได้รวบรวมเทคนิคการออมเสริมความมั่งคั่งที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้อย่างได้ผลมาฝากกัน ดังนี้

1. ออมวันนี้เพื่อวันหน้า

การออมเงินเป็นสิ่งที่ต้องใช้ระยะเวลาในการสะสมจึงจะเห็นผลลัพธ์ ว่ามีเงินมากขึ้นในบัญชี มีดอกเบี้ยจากการฝากธนาคาร หรือมีเงินมากพอจนนำไปลงทุนได้ จึงต้องปรับทัศนคติว่าการออมเงินเป็นเรื่องที่ต้องทำเสียแต่วันนี้ เพื่อให้ได้รับประโยชน์ในวันหน้าอย่างเต็มที่

2. เก็บก่อนใช้

ผู้ที่นิยมใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อความสุขในปัจจุบัน เช่น เพื่อการท่องเที่ยว การซื้อสินค้าแฟชั่น ฯลฯ ตั้งแต่วันแรก ๆ ที่เงินเดือนออกจะทำให้เหลือเงินออมน้อยลงหรืออาจจะไม่มีเงินเหลือเก็บ ทำให้อนาคตอยู่บนความเสี่ยง ทางที่ดี ควรเก็บเงินอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ก่อนการใช้จ่าย โดยเก็บในบัญชีฝากประจำหรือซื้อกองทุนแบบปันผลที่จะไม่ทำการขายก่อนเวลา

3. ใช้แอปพลิเคชันวางแผนการออมระยะยาว

แอปพลิเคชันดี ๆ อย่าง financial Calculator จะช่วยในการคำนวณดอกเบี้ยธนาคาร ค่างวดที่ต้องใช้ส่งบ้านและรถ เพื่อวางแผนการเงินรายเดือนได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการวางแผนการออมในวัยเกษียณ ซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการทำงาน

4. การทําบัญชีรายรับรายจ่าย

การทําบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ว่าจะเป็นการจดในสมุดไดอารี่ หรือทำงานผ่านระบบแอปพลิเคชันต่าง ๆ ในมือถือ จะช่วยวิเคราะห์ได้ง่ายว่าคุณเสียค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนไปกับสิ่งใดบ้าง สินค้าประเภทใดที่คุณควรสามารถลดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อชิ้นได้ดีขึ้นได้ เช่น ซื้อเป็นจำนวนแพ็คหลายชิ้น ซึ่งมักมีโปรโมชั่น 2 แถม 1 หรือ 3 แถม 1 ซึ่งหากใช้วิธีชำระผ่านบัตรเครดิตก็จะทำให้ยืดระยะเวลาในการจ่ายเงินออกไป โดยยังได้ของที่จำเป็นมาใช้ในเวลาที่เหมาะสมด้วย

5. เทคนิค DCA หักบัญชีเพื่อออม

การตั้งค่าหักบัญชีธนาคารหักเงินแบบ DCA โดยกำหนดทุกวันจันทร์ครั้งละ 1,000 บาท เพื่อให้ 1 เดือนมีเงินเก็บได้อย่างน้อย 4,000 บาท จะทำให้มีเงินเก็บมากขึ้นหลายหมื่นบาทต่อปี และช่วยให้บริหารค่าใช้จ่ายของตัวเองได้อย่างรัดกุมยิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่าเทคนิคทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมา เป็นช่องทางในการประหยัดเก็บออมเงินเพื่อเสริมสร้างความมั่งคั่งให้แก่ทุกคนได้ เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ที่ช่วยให้ผู้อ่านได้แนวคิดในการปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีความมั่งคั่งทางการเงินอย่างยั่งยืนในระยะยาว

เทคนิคการออมเสริมความมั่งคั่ง

เทคนิคการออมเงินที่เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจ 2019

รวบรวมเทคนิคที่กูรูการเงินได้แนะนำไว้

การออมเงิน ให้ได้มากที่สุด เป็นสิ่งที่จำเป็นในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เนื่องจากทั่วโลกกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจฝืดเคือง จากปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ คือ สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ซึ่งกระทบต่อภาวะการจ้างงานที่ลดลง การลงทุนส่วนใหญ่มีความเสี่ยงสูงและผลตอบแทนน้อยลง ฯลฯ

เราจึงได้รวบรวมเทคนิคที่กูรูการเงินได้แนะนำไว้ เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ เพื่อเพิ่มพูนเงินออมให้มากขึ้น ดังนี้

1. เริ่มจากการเปลี่ยนทัศนคติ

ต้องให้ความสำคัญกับการซื้อสิ่งที่จำเป็นในปัจจุบัน มากกว่าการซื้อเผื่อระยะยาว เช่น ถ้าต้องการซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ เพื่อการติดต่อสื่อสารและขายของออนไลน์ ก็ควรซื้อรุ่นที่ตอบโจทย์ในราคาที่ประหยัดที่สุด ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นที่เกินสเปกมากนัก เนื่องจากโทรศัพท์เป็นอุปกรณ์สื่อสารไอที ที่มีการออกใหม่ปีละหลายรอบ ทำให้ราคาตก เท่ากับทำให้เป็นการซื้อสินค้าแพงกว่าโดยไม่จำเป็น หรืออาจเลือกซื้อโทรศัพท์มือสองแทนมือหนึ่ง ก็จะทำให้มีเงินออมเพิ่มขึ้นหลายพันบาทเลยทีเดียว

2. ลดการใช้สื่อออนไลน์

การเข้าอินเทอร์เน็ตบ่อย ๆ จะทำให้เกิดการเปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนที่อยู่ใน Facebook หรือ Instagram เช่น การดูภาพคนที่มีรถใหม่คันละหลายล้าน มีบ้านหลังใหญ่ ได้ท่องเที่ยวต่างประเทศ ฯลฯ ที่กระตุ้นให้คุณรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อย และอยากจะใช้จ่ายเงินเพื่อสร้างความสุขให้ตัวเองมากยิ่งขึ้น เรียกว่าเป็นศัตรูสำหรับการออมเงินเดือนทีเดียว ทางที่ดีควรลดการใช้สื่อออนไลน์เหล่านี้ เพื่อให้ลดการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น และมุ่งมั่นกับการขยันทำงานและเก็บออมมากกว่าเดิม

3. ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง

ผู้ที่ออมเงินได้มาก ส่วนใหญ่เริ่มจากการการออมเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นประจำทุกวัน ดังนั้น ต้องให้ความสำคัญกับการออมเงินในปัจจุบัน เช่น เมื่อมีเงินเดือนออกจะต้องรีบนำเงิน 25% ไปเก็บในบัญชีที่จะไม่ถอนมาใช้ หรือ ใช้วิธีการหักบัญชีอัตโนมัติทุกวันจันทร์ของสัปดาห์ครั้งละ 500 – 1,000 บาท ก็เป็นเทคนิคการออมแบบสม่ำเสมอ ที่จะทำให้คุณมีวินัยและมีเงินเก็บออมที่เป็นตัวเลขชัดเจนได้

4. มีเป้าหมายในการออมเงิน

การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะทำให้โอกาสประสบความสำเร็จในการออมได้ตามแผนมีสูง เช่น ตั้งใจว่าจะประกอบกิจการของตัวเองในอีก 1 ปี จึงต้องการเก็บเงินออมให้ได้ครบ 200,000 ภายใน 1 ปีนี้ หรือจะนำไปเป็นค่าเทอมเรียนต่อปีการศึกษาหน้า 50,000 บาท ก็จะทำให้มีเป้าหมายในการออมเงินที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

หวังว่า บทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจ ให้ทุกท่านนำเทคนิคที่ได้ไปปรับใช้ เพื่อออมเงินไว้สำรองสำหรับเหตุฉุกเฉิน หรือเพื่อต่อยอดสร้างโอกาสในชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

เทคนิคการออมเงินที่เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจ 2019