บอกต่อ 7 เทคนิคออมเงินยังไงให้ปลายปีมีเงินเหลือหลักหมื่น!

บอกต่อ 7 เทคนิคออมเงินยังไงให้ปลายปีมีเงินเหลือหลักหมื่น!

ในยุคข้าวยากหมากแพง แถมรายได้ก็น้อยลงจนบางคนชักหน้าไม่ถึงหลังต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ยิ่งใครเป็นหนี้บัตรเครดิตด้วยแล้วยิ่งต้องทำงานใช้หนี้แบบไม่รู้จบ คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องการออมเงิน ดังนั้น วันนี้เราจึงจะมาบอกต่อ 7 เทคนิคออมเงินยังไงให้ปลายปีมีเงินเหลือหลักหมื่น

1.เก็บก่อนจะได้ใช้
ถือเป็นวิธีการพื้นฐานที่สุดของการออมเงินเลยก็ว่าได้ แถมเห็นผลทันตาซะด้วย เพียงแค่เราต้องบังคับตัวเองไม่ให้ไปแตะเงินในส่วนนี้ให้ได้ก็เท่านั้น เช่น เมื่อเงินเดือนออก เราอาจจะแบ่ง 5 – 10% ของเงินเดือนมาเก็บออมไว้ทันทีก่อนที่เราจะเผลอใช้จนหมดเหมือนทุกที และต้องจำไว้ให้ขึ้นใจว่าเงินก้อนนี้คือเงินออมเท่านั้น ห้ามใช้เด็ดขาดหากไม่มีเรื่องคอขาดบาดตายจริง ๆ

2.หัดพกเงินติดตัวเท่าที่จำเป็น
หากเรารู้ตัวว่าเป็นคนมือเติบ ใช้เงินเก่ง เผลอแป๊บ ๆ เงินหมดกระเป๋าอีกแล้ว วิธีแก้ที่ง่ายที่สุดก็คือ การพกเงินให้น้อยลง พกเท่าที่จำเป็นสำหรับการใช้จ่ายรายวันเท่านั้น และที่สำคัญคือต้องคอยเตือนตัวเองว่าเงินก้อนนี้เป็นเงินที่ต้องใช้ทั้งเดือน ไม่ใช่แค่ไม่กี่วัน

3.งดรูดบัตรเครดิต
หลายคนแค่เห็นป้าย ผ่อน 0% ก็มักจะห้ามตัวเองไม่อยู่ เพราะคิดแค่ว่าเป็นการผ่อนยาว ๆ แบบไม่ต้องเสียดอกเบี้ย แต่หากลองนำรายจ่ายแต่ละเดือนที่หมดไปกับการผ่อน 0% ทุกรายการมารวมกัน บางคนก็แทบหงายหลังตกเก้าอี้เพราะไม่เคยรู้ตัวเลยว่ามียอดผ่อน 0% แต่ละเดือนมากมายขนาดนี้ ฉะนั้น ถ้าไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน ก็อย่าปล่อยให้เลข 0% ทำให้เราติดกับดักหนี้จะดีกว่า

4.เก็บธนบัตรใบละ 50 บาท
ถือเป็นวิธีการออมเงินสุดคลาสสิกอีกวิธีหนึ่ง เพราะในชีวิตประจำวันของเรามักไม่ค่อยได้เจอกับแบงก์ 50 บาทเท่าไหร่นัก ฉะนั้น หากเจอแบงก์ 50 บาทเมื่อไหร่ก็ขอให้เก็บกลับบ้านไปสะสมไว้ เมื่อได้ยอดพอสมควรค่อยนำเอาไปฝากธนาคาร ไม่แน่เหมือนกันว่าพอถึงปลายปีแล้วลองเอาแบงก์ 50 ที่เก็บไว้มาลองนับดู เผลอ ๆ เก็บได้หลักหมื่นก็เป็นได้

5.หยอดเศษเหรียญที่เหลือแต่ละวันใส่กระปุก
เรามักถูกสอนมาตั้งแต่เด็กให้รู้จักหยอดกระปุก ซึ่งวิธีการนี้ผู้ใหญ่อย่างเราก็ใช้ได้เหมือนกัน เพียงแค่หากระปุกออมสินสักอันมาวางไว้บริเวณหน้าประตูเข้าบ้าน และพอตกเย็นเลิกงานกลับมาบ้านก็ให้เรารวบรวมเศษเหรียญที่เหลือในวันนั้นหยอดใส่กระปุกไว้ อาจจะวันละบาท 5 – 10 บาท หรือบางวันอาจจะ 10 – 20 บาท ทำแบบนี้ไปจนครบปี โดยห้ามแคะมาใช้ เผลอ ๆ สิ้นปีเราอาจจะมีเงินในกระปุกถึงหลักพันจนถึงหลักหมื่นก็เป็นได้

6.เปิดบัญชีเงินฝากประจำระยะยาว
หากเราใจไม่แข็งพอ ชอบแคะเงินที่ออมไว้มาใช้ทุกที เราอาจต้องใช้ไม้แข็งกับตัวเองด้วยการเปิดบัญชีเงินฝากประจำระยะยาว ซึ่งอาจจะเริ่มที่ 5 ปี แล้วค่อยขยายต่อไป ซึ่งนอกจากจะช่วยรับประกันได้ว่าเราจะมีเงินฝากจำนวนเท่ากันในทุก ๆ เดือนแล้ว เรายังจะได้ดอกเบี้ยตามจำนวนปีที่เราฝากอีกด้วย

7.ลดค่าใช้จ่าย
พูดง่ายแต่ทำยาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้เลยเสียทีเดียว เราอาจจะเริ่มต้นลดค่าใช้จ่ายจากสิ่งเล็ก ๆ เช่น ค่าขนมขบเคี้ยว, ค่าน้ำหวาน, ค่ากาแฟ ฯลฯ หรือหากเป็นไปได้ก็ลดค่าใช้จ่ายจำพวกของฟุ่มเฟือย เช่น สินค้าแบรนด์เนม, แพ็กเกจมือถือรายเดือนโปรฯ แพง ฯลฯ

การออมเงินมีด้วยกันหลากหลายเทคนิคและใครก็สามารถทำได้ แม้จะเป็นคนมีหนี้สินติดตัวก็ตาม ขอเพียงเริ่มลงมือทำจริงจังเท่านั้น

เทคนิคออมเงินสร้างอนาคต อยากมีเลี้ยงชีพต้องอ่าน

ความรู้เรื่อง การออมเงิน เป็นความรู้พื้นฐานที่หลายคนรู้ถึงความสำคัญแต่น้อยคนนักที่จะทำได้ โดยเฉพาะในผู้ที่กำลังมีปัญหาด้านการเงิน เนื่องจากคนส่วนใหญ่มองเห็นปัญหาทางการเงินเป็นสำคัญและเลือกที่จะแก้ปัญหาทางการเงินก่อนการเก็บเงินเสมอ

จริงอยู่ที่การมีเงินแล้วต้องจ่ายคืนให้กับเจ้าหนี้ทั้งหลายที่คอยอยู่จะเป็นเรื่องที่ดี แต่การจ่ายเงินทั้งหมดไปเพื่อจ่ายหนี้กลับยิ่งทำให้รู้สึกแย่มากขึ้น การออมเงินจึงเป็นหนทางที่ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ที่กำลังประสบปัญหาทางการเงินมีความหวังเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างฐานการเงินที่ดีในอนาคตด้วย ซึ่งเทคนิคในการการออมเงินสร้างอนาคต มีวิธีดังนี้

อยากสร้างอนาคต ต้องทำตามนี้

ตั้งงบในการเก็บออม โดยกำหนดเป็นจำนวนที่ไม่ทำให้รู้สึกหนักเกินไป เช่น วันละ 10 บาท หรือ วันละ 20 บาท หรือเดือนละ 10% ของรายได้ เป็นต้น เมื่อกำหนดได้ควรหักเก็บไว้ก่อนใช้จ่ายเสมอ

ตั้งงบประมาณที่ใช้ให้ชัดเจน การตั้งงบประมาณที่ใช้จ่ายในแต่ละวันไว้อย่างชัดเจนช่วยให้เราสามารถควบคุมการใช้เงินได้ดีขึ้น เช่น วันละ 100 บาท, สัปดาห์ละ 500 บาทหรือเดือนละ 3,000 บาท เป็นต้น ทั้งนี้สำหรับผู้ที่กลัวว่าจะเผลอใช้จ่ายเกินความจำเป็น อาจเริ่มที่การพกเงินจำนวนน้อย ๆ ก่อนและไม่กดเงินเพิ่มหากเงินไม่พอ

หักภาษีเงินออมให้กับบัญชีเงินเก็บของตัวเอง ก่อนการใช้จ่ายตามงบที่ตั้งไว้หักภาษีเข้าบัญชี 5% – 10% เช่น กำหนดใช้วันละ 100 บาท หัก 10% เท่ากับ 10 บาท และนำเงิน 10 บาทไปหยอดกระปุก เป็นต้น

บันทึกรายรับ – รายจ่าย อย่างละเอียดจะช่วยให้เห็นการใช้เงินในแต่ละวันชัดเจนมากขึ้น เมื่อเห็นภาพชัดเจนทำให้การตัดค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น

เก็บเงินทอนหยอดกระปุก เงินที่เหลือจากการใช้จ่ายในแต่ละวันสามารถนำมาหยอดกระปุกได้ โดยอาจใช้เทคนิคในการเพิ่มแรงจูงใจ เช่น ออมเพื่อให้ได้ตามราคาของที่อยากได้, ออมไปเที่ยว เป็นต้น ซึ่งเทคนิคนี้จะช่วยให้การออมเงินมีเป้าหมายมากขึ้นและยังทำให้ไม่อยากนำเงินออมหลักมาใช้อีกด้วย

การนำเทคนิคในการออมเงินทั้ง 5 วิธีมาใช้ผสมผสานกันจะทำให้มีเงินออมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากการออมเงิน การลงทุนเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เงินที่เก็บออมสามารถงอกเงยเพิ่มขึ้นได้ เพียงแต่ก่อนการลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดี ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่ประสบปัญหาทางการเงินหรือไม่ก็ตาม การออมเงินยังคงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคนและควรทำให้ติดเป็นนิสัย

อยากสร้างอนาคต ต้องทำตามนี้